สายสีแดง เผยผลสำรวจความพึงพอใจผู้ใช้บริการครึ่งปีแรก ผู้โดยสารมีความเชื่อมั่นและพึงพอใจเป็นอย่างมาก

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เผยผลสำรวจความพึงพอใจผู้ใช้บริการ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ และมีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้สำรวจความพึงพอใจผู้โดยสารในการใช้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ประจำปี 2567 ครั้งที่ 1 เพื่อให้สามารถรวบรวมข้อมูล และเข้าถึงความต้องการของผู้โดยสาร สำหรับนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้าโพล) ซึ่งเป็นสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการสำรวจและวิจัย เป็นผู้ออกแบบ และลงพื้นที่สำรวจความพึงพอใจจากผู้ใช้บริการทั้ง 13 สถานี

โดยผลปรากฏว่าจากคะแนนเต็ม 5 ผู้โดยสารมีความพึงพอใจด้านการให้บริการ 4.48, ด้านความปลอดภัย 4.46, ด้านความน่าเชื่อถือต่อความตรงต่อเวลา ความถี่ และคุณภาพในการเดินรถไฟฟ้า 4.38,    ด้านการประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูล 4.45, ด้านคุณภาพและสิ่งอำนวยความสะดวกบนสถานีและในขบวนรถ 4.36, ด้านเหรียญโดยสาร/บัตรโดยสาร และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 4.38 ซึ่งผลสำรวจดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้โดยสารมีความเชื่อมั่นต่อการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเป็นอย่างมาก

การที่ผลสำรวจความพึงพอใจของผู้โดยสารที่มีต่อรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงในด้านต่างๆอยู่ในระดับพึงพอใจมาก แสดงให้เห็นว่าผู้โดยสารมีความเชื่อมั่นต่อการให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งในปัจจุบัน หลังจากได้ดำเนินนโยบายอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 20 บาท ส่งผลให้มีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบริษัทฯ ได้ดำเนินนโยบาย มาตรการต่างๆ ที่เป็นการยกระดับการให้บริการ รวมถึงการรักษาความปลอดภัยมาโดยตลอด โดยเฉพาะมาตรฐานการให้บริการที่บริษัทฯได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2015 ขอบเขตการปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้า ความปลอดภัย และวิศวกรรมซ่อมบำรุง จากหน่วยรับรอง Bureau Veritas (BV) ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้บริการด้านการตรวจประเมินและออกใบรับรองในด้านคุณภาพ อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในระดับโลก

ทั้งนี้ บริษัทฯยังคงมุ่งมั่น พัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการอย่างเต็มความสามารถ

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET”

หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ http://www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ …ความพิเศษ”

#รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

กระแสตอบรับจาก ผู้เข้าชมงาน STYLE Bangkok 2024 ชื่นชมสินค้า Sustainability หลากหลายถูกใจ นักช้อปทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เพราะแนวความคิดและธีมหลักของการจัดงานที่เน้นเรื่องความยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การคัดเลือกกลุ่มผู้ประกอบการที่เน้นให้ความสำคัญเรื่อง biology economy cycle economy และ green economy หรือวัสดุธรรมชาติ เศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อ สิ่งแวดล้อมยั่งยืน ทำให้มีผู้ร่วมเข้าชมงานจากทั่วโลกให้ความชื่นชม

นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ และผู้เข้าร่วมชมงานบางส่วน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดงานที่เน้นสินค้าในกลุ่มรีไซเคิลและวัสดุธรรมชาติ ดังนี้

ชาวต่างประเทศที่พำนักในประเทศไทยได้ให้สัมภาษณ์ว่า เขาชอบงานพื้นเมืองของไทย เช่นพวก ผ้า งานไม้ งานฝีมือโดยตัวเขามาไทยได้ระยะหนึ่ง อยากให้จัดซุ้มของชาวบ้าน ของท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น

กลุ่มแม่บ้านญี่ปุ่น สนใจพวกเครื่องครัว จากไม้และชิ้นงานสานเช่นกระเป๋าสาน หรือว่าแผ่นรองอาหาร เป็นที่ชื่นชอบและได้รับความสนใจอย่างมาก อยากให้ทางโครงการโปรโมทให้แม่บ้านต่างนานาชาติได้มาเลือกซื้ออุปกรณ์ ต่างๆที่ใช้งานได้จริงในบ้านมางานกันเยอะๆ

ผู้ที่ชื่นชอบงานสไตล์มาทุกครั้ง ฝากคำเชิญชวนว่า ให้ทุกคนออก มาเปลี่ยน furnitureบ้าง เพื่อให้เกิดบรรยากาศใหม่ไปในบ้าน และ ของที่ใช้จะได้ไม่ชำรุด และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยเหลือกันในประเทศได้ด้วย

สสบ. สรุปจำนวนผู้เข้าชมงาน STYLE Bangkok 2024 ในวันที่ 24 มี.ค. 67 วันจำหน่ายปลีกวันสุดท้ายของการจัดงานจำนวนยอดผู้เข้าชมงานรวม 5 วันทั้งสิ้น 25,545 คน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.40 จากการจัดงานครั้งที่ผ่านมา สำหรับต่างประเทศที่ให้ความสนใจสูงสุด 3 ชาติแรกยังคงเป็น จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น

ภาพบรรยากาศของงานในวันค้าปลีก ของงาน STYLE Bangkok 2024วันที่23-24 มีนาคม 2567 มีทั้งการจับจ่ายซื้อสินค้า แลกเปลี่ยนความรู้และวัฒนธรรม การให้คำแนะนำระหว่างผผู้ใช้ที่อยากให้ผู้ผลิตได้นำไปออกแบบให้ดีไซน์ใช้งานได้ทั้งสวยและใช้งานได้จริงและคาดหวังว่าในปีหน้าของการจัดงาน STYLE Bangkok จะได้เห็นสินค้าแนว sustainability ที่มีนวัตกรรมใหม่เพิ่มขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือก   ************

ผ้าไทยใส่สนุกอย่างมี STYLE ในงาน STYLE Bangkok 2024

สีสันสดใส สีคราม-ขาวธรรมชาติ หวานพาสเทล ของผ้าไทยที่ได้รับการออกแบบให้มีความสวยงามหลากหลายมากขึ้น จะใส่แบบเที่ยวแบบ Bech&Resort ช่วง ซัมเมอร์ หรือ จะเป็นแนวรักโลก เอริ์ธโทน แนวสตรีทแวร์ก็เกร๋ๆไม่แพ้กัน

อย่างเสื้อมูมูลายบาติกแขนกว้างแบบเดิมเอามาเพิ่มเติมลาย ปรับสีใหม่ สวยใสๆใส่ได้ทุกวัน หรือ อย่างแบรนด์ไทยส่งออกFrank de Nara รอวียะ กับดีไซน์เสื้อมูมูสีหวาน ฉ่ำๆ โดนใจคนรักสีพาสเทล ผสมผสาน ลายขอเจ้าฟ้า มาในทีม Beach&Resort ผ้าไทยใส่ไปทะเล เกร๋สุดๆ

เตชทัต หลวงพิทักษ์ (อั้ม)SAAMU Brand Cr eative Director

นอกจากออกแบบสร้างแบรนด์ของตัวเองเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้ประกอบการแล้ว Creative คนเก่งยังคีฟบุคใส่ผ้าไทยในสไตล์มิกซ์&แมทซ์ตลอดเวลา

“ผ้าไทยเป็น Unisex ไม่ว่าใครก็ใส่ได้ ผ้าแต่ละผืนกว่าจะผ่านทักถอ ย้อมสีธรรมชาติออกมา ใช้เวลาและความตั้งใจมานาน ต้องเอามาใส่ให้คุ้ม อวดความงดงามของผ้า เอามาใส่กับยีนส์ เลือกเครื่องประดับเก๋ๆชิ้นเล็กๆน้อยมาใส่ แค่นี้ก็สนุกและบอกความเป็นตัวของตัวเองได้”

อยากสวยหวานฟรุ้งฟริ้งดูมีคล้ายเฟอร์ ผ้าฝ้ายไทยก็ทำได้ สวยนุ่ม อบอุ่น ย้อมสีธรรมชาติรักทั้งโลกทั้งแฟชั่นกับ CHICKAWA brand “Green Cotton Fashion Design Natural & Eco Dyed & Craft Garment Export”เจ้าของแบรนด์และดีไซเนอร์: คุณธฏิภัช สันติธิคุณ ห้างหุ้นส่วนจำกัดชิคกาวา ดี

ชุดคอลเลคชั่นปะการังเป็นการออกแบบวัตถุดิบผ้าฝ้ายให้มี Texture ที่เป็นขนฟูนุ่มซ้อนกันเป็นชั้นอย่างนุ่มนวลผสมผสานกับงานมัดย้อมสีธรรมชาติ ทำให้สีสันของผลงานดูมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ ดั่งกับปะการังที่อยู่ใต้ท้องทะเล

ด้วยเทคนิคพิเศษของทางร้านที่ใช้น้ำมันมะพร้าว มาเป็นส่วนผสมของการทำผ้าให้มีสัมผัสที่นุ่มฟูซึ่งเป็นการต่อยอดภูมิปัญญานี้มาจากครอบครัวในจังหวัดเชียงใหม่

สนุกกับการแต่งตัวด้วยผ้าไทยได้ตลอดทั้งปี ลองค้นหาเลือกผ้าไทยแบบเทรนดี้ในแบบสไตล์ของตัวเอง และสนุกกับการผสมผสานการแต่งตัวที่มีเอกลักษณ์ตามคำแนะของดีไซเนอร์จาก งาน STYLE Bangkok 2024
    * * * * * * * * * * *

ส่งออกต่างประเทศ เน้นวัตถุดิบที่ได้มาจากธรรมชาติ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

ผู้ส่งออกสินค้าไทยไปสหภาพยุโรปต้องเตรียมพร้อมรับมือกับกฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (European Union Deforestation Regulation – EUDR ที่กำหนดจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 30 ธันวาคม 2567 เน้นสินค้าโภคภัณฑ์ 7 หมวดได้แก่ น้ำมันปาล์ม ยางพารา ไม้ กาแฟ โกโก้ วัวและถั่วเหลือง และไม่ใช่แค่ในรูปของวัตถุดิบแต่ยังรวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าแปรรูปที่มีองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวด้วย

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายความยั่งยืนของสหภาพยุโรป มร. Kees Bronk เตือนผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทย ให้เร่งศึกษารายละเอียดของมาตรการ EUDR ที่จะบังคับใช้ในทั้ง 27 ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป แม้กฎหมายนี้จะไม่มีผลบังคับโดยตรงในประเทศไทย แต่จะมีผลบังคับใช้กับผู้นำเข้าและผู้ค้าส่งและปลีกในสหภาพยุโรป โดยจะเริ่มกับผู้ประกอบการรายใหญ่ก่อนภายในปีนี้ และให้เวลาปรับตัวกับรายย่อยจนถึงกลางปีหน้า

หากผู้ส่งออกไทยต้องการรักษาตลาดและความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหภาพยุโรป ก็จำเป็นต้องรีบปรับตัว มร. Bronk กล่าวผ่านการบรรยายออนไลน์ เร็วๆนี้ที่งาน STYLE Bangkok 2024 ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

มร.Bronk ได้ให้คำแนะนำผู้ส่งออกไทยว่า จะต้องศึกษารายละเอียดของสินค้าของตนให้สามารถตรวจสอบกลับได้ พร้อมหลักฐานยืนยันได้ว่า สินค้าของตนปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า จัดทำรายงานตามเกณฑ์มาตรฐาน และกำกับดูแลให้ทุกฝ่ายในห่วงโซ่อุปทานของตนปฎิบัติตามกฎระเบียบที่ EUDR กำหนด หัวใจสำคัญของ EUDR มี 3 ข้อคือ ปลอดการตัดไม้ทำลายป่า ผลิตโดยถูกต้องตามกฎหมายของประเทศที่ผลิต และผ่านการตรวจสอบและประเมินสินค้า (Due Diligence) ตามที่สหภาพยุโรปกำหนด ในการทำ Due Diligence ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก คือ รวบรวมข้อมูลตลอดห่วงโซ่การผลิต ประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการทำลายป่าและประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล (ESG) และการบรรเทาผลกระทบอย่างไร เมื่อพบว่ามีความเสี่ยง เช่นจัดทำเอกสารเพิ่มเติมและดำเนินมาตรการในการลดความเสี่ยงอย่างเป็นขั้นตอน ธุรกิจต่างๆสามารถเตรียมความพร้อมในการรับมือกับกฎระเบียบEUDR ได้โดยการเริ่มจัดทำรายงานความยั่งยืน (sustainability report) ขององค์กรของตน ให้ความรู้กับคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน เกี่ยวกับ กระบวนการจัดเก็บและจัดส่งข้อมูล รวมถึงการสื่อสารคุณค่าที่แท้จริงของสินค้า โดยมีหลักฐานยืนยันเพื่อหลีกเลี่ยงการฟอกเขียวหรือสื่อสารทางการตลาดที่ไม่ตรงตามข้อเท็จจริงซึ่งในอนาคตจะมีการตรวจสอบและบทลงโทษเช่นกัน ทั้งนี้การออกแบบสินค้าโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม จะสามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดลอม   * * * * * * * * * *

ขุมทรัพย์แห่งปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ที่ STYLE Bangkok 2024

เปิดประสบการณ์ที่หลากหลายและสร้างสรรค์ในงาน STYLE Bangkok 2024 จุดนับพบของความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมและหัตถศิลป์ไทย ที่สร้างนิยามใหม่ของงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 24 มีนาคม 2567 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

กิจกรรมที่พลาดไม่ได้ คือ การแสดงผลงานทางด้านศิลปะ ทั้งวิจิตรศิลป์ และประติมากรรม จากศิลปินชั้นแนวหน้าของไทยตลอดจนศิลปินหน้าใหม่ที่เริ่มมีผลงานเป็นที่ยอมรับในวงการในทุกช่วงวัยตั้งแต่ 6 ขวบถึง60+

กิจกรรมไฮไลท์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้มาชมงาน ได้แก่ นิทรรศการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ภายใต้โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ตามแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา เพื่อส่งเสริมการนำภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมไทยต่อยอดเพื่อเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าค้นหาในถนนนิทรรศการ:
นำเสนอผลงานจากโครงการพัฒนาผู้ประกอบการเชิงลึกของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เช่น Material Thai to Japan, Host & Home (H&H), Glamping, Collaboration, OTOP Premium Go Inter, Qurated Fashion Incubation และ Designers’ Room & Talent Thai

The New Faces:
จัดแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการหน้าใหม่ นักออกแบบ และผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการต่างๆ เพื่อดึงศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์และจิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการให้เห็นถึงอนาคตของนวัตกรรมของไทย

Creative Studio:
พื้นที่ให้บริการธุรกิจด้านการออกแบบในสาขาต่างๆ เช่น Branding & CI, Character Design, Craftwork & Decorative Item, Graphic Design,Illustration, Industrial Design โดยนักออกแบบภายใต้โครงการส่งเสริมนักออกแบบไทยสู่ตลาดโลก Talent Thai และ Designers’ Room และสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

งานแสดงแฟชั่น:
ตื่นตาตื่นใจไปกับเทรนด์แฟชั่นล่าสุดจากผลงานจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ Qurated Fashion Incubation Project 2023

ร่วมสัมผัสแรงบันดาลใจ การค้นพบ และความเป็นเลิศทางธุรกิจที่ STYLE Bangkok 2024 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ http://www.stylebangkokfair.com * * * * * * * * * *

นายกรัฐมนตรี เปิดงาน “STYLE Bangkok 2024”เวทีแสดงสินค้าแนวดีไซน์ระดับนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ตอกย้ำศักยภาพซอฟท์พาวเวอร์ของไทย

วันที่ 20 มีนาคม 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน STYLE Bangkok 2024 งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และงานคราฟท์ แนวดีไซน์ระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เมื่อเร็วๆนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย งานพิธีเปิดงานในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายนภินทร ศรีสรรพางค์) เลขาธิการนายกรัฐมนตรี (นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช) คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย ภาคเอกชนนำโดยนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานกิตติมศักดิ์สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมการค้า เอกอัครราชทูต และผู้แทนการค้าจากประเทศต่างๆ รวมถึงผู้แสดงสินค้าจากไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของงาน STYLE Bangkok โดยกล่าวว่า “STYLE Bangkok เป็นเวทีที่สำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ส่งออก SMEs ทุกระดับ รวมถึงนักออกแบบ และผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีศักยภาพ ในการก้าวสู่ตลาดสากลได้อย่างแข็งแกร่ง งานนี้ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ส่งเสริมการสร้างซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐบาล และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน เพื่อยกระดับประเทศไทย สู่การเป็นศูนย์กลางการค้า สินค้าแนวดีไซน์ ที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน”

นายเศรษฐา กล่าวถึงอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นว่าเป็นอุตสาหกรรมที่แสดงถึงศักยภาพของคนไทย ในการผลิตสินค้าที่มีความหลากหลาย ความคิดสร้างสรรค์ในผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากมีผู้ประกอบการ SMEs อยู่ในอุตสาหกรรมถึงกว่าร้อยละ 90 ก่อให้เกิดการจ้างงานกว่า 2 ล้านคนทั่วประเทศ

นอกจากนี้ STYLE Bangkok ยังเป็นเวทีที่มุ่งส่งเสริมและสร้างความตระหนักให้กับผู้ประกอบการและนักธุรกิจในการก้าวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนอีกด้วย โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ผู้ประกอบการใทยในปัจจุบัน
มีความตระหนักและรับผิดชอบสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน อันเป็นรากฐานสำคัญของวาระแห่งชาติที่ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ”

STYLE Bangkok 2024 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสนับสนุนโดยคณะกรรมการอำนวยการจัดงานรวม 23 องค์กร
จัดระหว่างวันที่ 20 – 24 มีนาคม 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของภูมิภาค งานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “ChicNature” เพื่อตอกย้ำศักยภาพของไทยในการผลิตสินค้ามีดีไซน์ ความชิค และมีเอกลักษณ์ในรูปแบบของตนเอง โดยมีบริษัทเข้าร่วมจัดแสดงกว่า 500 ราย ร่วม 820 คูหา และคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 30,000 ราย สร้างมูลค่าการค้าทันทีและภายใน 1 ปี ไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท

สำหรับไฮไลต์ของงาน STYLE Bangkok 2024 ในปีนี้ คือพาวิลเลียน Chic by Nature ภายใต้โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่ออนุรักษ์
ภูมิปัญญาท้องถิ่นตลอดจนส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทยสู่สากล และเพื่อสืบสานพระปณิธานดังกล่าว ภายในงานได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) 2 ฉบับ ฉบับที่ 1 ระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงมหาดไทย เพื่อต่อยอดการนำผู้ประกอบการที่มีศักยภาพที่ได้รับการพัฒนาจากโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุกต่อยอดสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ และฉบับที่ 2 ระหว่างบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กับวิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู เพื่อส่งเสริมการผลิตและใช้ผ้าไทยในประเทศด้วย

ภายในงาน พบกับสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่มีดีไซน์และความหลากหลาย ตลอดจนสินค้างานหัตถกรรมท้องถิ่น จากผู้ส่งออกชั้นนำของไทย ไม่ว่าจะเป็น ของขวัญ ของใช้ ของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์สปา
ของเล่น ฯลฯ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ งานเสวนาองค์ความรู้ด้านตลาด ตลาดออนไลน์ โอกาสทางการตลาดใหม่ๆ และเทรนด์สินค้าแฟชั่น นิทรรศการจัดแสดงผลงาน และแฟชั่นโชว์ จากโครงการพัฒนาตลาดเชิงลึกต่างๆ ของ DITP กิจกรรมจับคู่ธุรกิจเพื่อขยายเครือข่ายและเปิดโอกาสด้านความร่วมมือทางการค้า ฯลฯ

STYLE Bangkok 2024 จัดระหว่างวันที่ 20-24 มีนาคม 2567 ณ ฮอลล์ 1-4 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเปิดเป็นวันเจรจารธุรกิจ ระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคม เวลา 10.00-18.00 น. และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมและเลือกซื้อสินค้า ระหว่างวันที่ 23-24 มีนาคม เวลา 10.00-21.00 น. ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.stylebangkokfair.com หรือ Facebook/Instagram/TikTok : Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169
* * * * * * * * * * * * * * *

งานสัมมนา ด้านสิ่งทอและแฟชั่นจากอิตาลี ในงาน “Style Bangkok 2024”

เชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังสัมมนาในหัวข้อ ‘The Evolution & Innovation: The Future has Ancient Root’ โดย Mr.Marcello Massarente,
กูรูด้านสิ่งทอและแฟชั่นจากอิตาลีที่จะมาให้ความรู้ในเรื่องอุตสาหกรรมแฟชั่นเสื้อผ้าต่างประเทศ
🔸กิจกรรมนี้จัดขึ้นในงาน Style Bangkok วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2567 เวลา 10.30-12.00 ณ เวทีกลาง Hall 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
🔸เนื้อหาสัมมนาจะเกี่ยวข้องกับทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมแฟชั่นโลกและไทย การปรับตัวของธุรกิจแบรนด์หรูและ Fast Fashion กับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ด้วยหลักของความยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน และจุดยืนของอุตสาหกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยมีล่ามแปลภาษาอังกฤษ/อิตาลี – ไทย
🔸ผู้ที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมฟังสัมมนาได้ตั้งแต่วันนี้ – 18 มีนาคม 2567 ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfpQ4NQwzJqcDRCZrqqKMz1Sw_1HINgfNxbCPGHlm3ldechrQ/viewform หรือสแกนผ่าน QR Code งานนี้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย (โปรดลงทะเบียนเข้างาน Style ล่วงหน้าได้ที่ https://register.stylebangkokfair.com/publics/create/visitor/stb24/step1 เพื่อเข้าสู่บริเวณการจัดสัมมนา)
🔸สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ 081-999-7422 (อาทิตยา) / 081-866-212 * * * * * * * * * *

IRDP จัดพิธีเปิดการฝึกอบรม หลักสูตร “Leadership Succession Program” รุ่นที่ 15

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ (IRDP) จัดพิธีเปิดการฝึกอบรม หลักสูตร “Leadership Succession Program” (LSP) รุ่นที่ 15 ระหว่างวันที่ 15-16 มีนาคม 2567 ณ โรงแรม Holiday Inn พัทยา โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. วรภัทร โตธนะเกษม กรรมการผู้จัดการ IRDP และ ประธานกรรมการบริหารหลักสูตร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีและกล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ โดยมี ดร. เสรี นนทสูตร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส IRDP ดำเนินกิจกรรมแนะนำตนเอง และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชัยวัฒน์ วงศ์อาษา เลขาธิการสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกล่าวปฐมนิเทศแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม

ในการนี้ ศาสตราจารย์ ดร. วรภัทร โตธนะเกษม ได้กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการว่า ในยุคโลกาภิวัฒน์ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และนำมาซึ่งความท้าทายที่หลากหลาย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงขององค์กร จะต้องพัฒนาตนเองตลอดเวลา เพื่อให้มีองค์ความรู้ และทักษะที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อนำพาองค์กรไปสู่ความยั่งยืน สำหรับผู้บริหารระดับสูงสุดขององค์กรนั้น ปัจจุบันมีโครงการฝึกอบรมทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เปิดโอกาสให้เข้าศึกษาหาความรู้และพัฒนาศักยภาพ รวมทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายของผู้บริหารในระดับเดียวกัน ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนความเห็นและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อกัน และยังเอื้อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอีกด้วย อย่างไรก็ตามความจำเป็นอีกอย่างหนึ่งที่องค์กรสมัยใหม่เห็นความสำคัญมากยิ่งขึ้น ก็คือการวางแผนสร้างบุคลากรในระดับรองและผู้ช่วยผู้บริหารสูงสุด เพื่อให้มีความพร้อมที่จะก้าวขึ้นรับตำแหน่งสูงสุดขององค์กร (Succession Plan) ด้วยเหตุผลที่กล่าวมานั้น มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ (IRDP) จึงได้จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “Leadership Succession Program” (LSP) เพื่อสนองความต้องการนั้นและนับตั้งแต่ปี 2556 และได้จัดหลักสูตร LSP มาแล้วจำนวน 15 รุ่น ดังนั้นจึงขอให้ผู้เข้ารับการอบรมตั้งใจรับฟังการบรรยายและเก็บเกี่ยวความรู้ ประสบการณ์จากท่านวิทยากรที่ให้เกียรติมาบรรยายเพื่อจะได้นำความรู้และประสบการณ์มาปรับใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป

สำหรับโครงการดังกล่าว IRDP จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม ประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงขององค์กร รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานราชการ องค์การมหาชน หรือ บริษัทจดทะเบียน และบริษัทเอกชนต่าง ๆ อาทิเช่น “คุณสุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย” “คุณมงคล ตรีกิจจานนท์ รองผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค” “คุณวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษํท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด” “คุณปกิต ภาคธรรม ผู้ช่วยผู้ว่าการ การประปาส่วนภูมิภาค” “คุณนิยม จินดาปทีป รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านระบบดิจิตอล บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด” คุณณภัทรา สุวรรณเดช ผู้ช่วยผู้ว่าการ การไฟฟ้านครหลวง” “คุณสุนันท์ นิ่มฟัก ผู้อำนวยการใหญ่(บริหารจราจรทางอากาศ) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด” เป็นต้น ผู้เข้ารับการอบรมจะต้องพัฒนาตนเองตลอดเวลา เพื่อให้มีองค์ความรู้ และทักษะที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อนำพาองค์กรไปสู่ความยั่งยืน สำหรับผู้บริหารระดับสูงสุดขององค์กรนั้น ปัจจุบันมีโครงการฝึกอบรมทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เปิดโอกาสให้เข้าศึกษาหาความรู้และพัฒนาศักยภาพ รวมทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายของผู้บริหารในระดับเดียวกัน ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนความเห็นและประสบการณ์อันจะเป็น สามารถนำความรู้จากเรื่องที่ได้รับการฝึกอบรมไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ต่อการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาของแต่ละองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นิทรรศการ “100 Italian Vases” แจกันร้อยใบกับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในมหกรรมเฉลิมฉลองอิตาเลียนดีไซน์เดย์ 2024

นิทรรศการ “100 Italian Vases” จัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่คู่ขนานกันไปกับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมขั้นสูง ณ Sphere Gallery 2 ศูนย์การค้า EmSphere กรุงเทพฯ เป็นไฮไลต์ของ มหกรรรมเฉลิมฉลองงานดีไซน์สไตล์อิตาลี หรือ อิตาเลียนดีไซน์เดย์ 2024 โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย มร. เปาโล ดีโอนีซี เป็นประธานในพิธี เมื่อเร็วๆนี้

นิทรรศการ “100 Italian Vases” นำเสนอความงดงามเชิงช่างของเครื่องกระเบื้องแบรนด์ Ginori 1735 ที่มีชื่อเสียงยาวนานถึง 289 ปี สะท้อนความยั่งยืน และ “ความพิเศษเฉพาะของอิตาลี ” ในการออกแบบ เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยกระทรวงการต่างประเทศของอิตาลี่ดำเนินการจัดทำนิทรรศการเคลื่อนที่นี้ เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อที่เหมาะสมและคุ้มค่าในการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการออกแบบของอิตาลีได้ตลอดทั้งปี ภายใต้การดูแลของ Marco Meneguzzo และ Enrico Morteo เป็นรูปแบบนิทรรศการสัญจรจัดแสดงประวัติศาสตร์และความสำคัญของแจกันอิตาลีในศตวรรษที่ 20

นอกจากนี้ โครงการ “100 Italian Vases” ยังมุ่งหวังที่จะเป็นตัวกระตุ้นดึงดูดสาธารณชนที่หลากหลายให้เข้ามาร่วมสัมผัสและแบ่งปันประสบการณ์กัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้า ผู้นำเข้าสินค้าที่มีดีไซน์ บุคลากรใน แวดวงพิพิธภัณฑ์ และสถาบันต่างๆ ทั่วโลก ด้วยสาระที่ครอบคลุมและลุ่มลึกทางประวัติศาสตร์ โครงการ “100 Italian Vases” จะเป็นรากฐานสำคัญของภูมิทัศน์ การออกแบบระดับสากล ที่สะท้อนให้เห็นถึง มรดกทางความคิดสร้างสรรค์และงานฝีมือของอิตาลีที่สืบทอดมายาวนาน

มหกรรรมเฉลิมฉลองงานดีไซน์สไตล์อิตาลี หรือ อิตาเลียนดีไซน์เดย์ 2024 ยังมีหลากหลายกิจกรรม ที่จัดทำร่วมกันกับพันธมิตรทางธุรกิจในโชวฺ์รูมต่างๅ ทั้งเรื่องการชิมไวน์ การสาธิตทำอาหารอิตาเลียน ชมแฟชั่น หรือการสัมมนาเรื่องไฟตกแต่งและส่องสว่าง ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของหลากหลายแบรนด์ ทั้ง Lamborghini EmSphere, Lamptitude, Seasons, Scintilla Gioielli and Euro Creations, Ducati, Ferrari and Vespa, Alist, ItalAsia, Lamptitude, Lightsculptures, Motif and Seasons.

ผู้สนใจสามารถอ่านรายละเอียดได้ ที่ FB Page: ITA Bangkok   * * * * * * * * *

อิตาเลียนดีไซน์เดย์2024 เฉลิมฉลองสุดยอดฝีมือการออกแบบ ในนิทรรศการสุดคูล ผลิตภัณฑ์สุดล้ำที่EmSphere12-18 มีนานี้

มหกรรรมการเฉลิมฉลองอิตาเลียนดีไซน์เดย์ ครั้งที่ 8 หรือ Italian Design Day 2024กำลังจะเกิดขึ้นทั่วโลก 14 มีนาคม ศกนี้ เพื่อเผยแพร่ให้เห็นความคิดสร้างสรรค์ความสง่างาม นวัตกรรม และความยั่งยืน ของผลิตภัณฑ์ “เมด อิน อิตาลี”โดยเป็นการจัดนิทรรศการยิ่งใหญ่ และกิจกรรมต่างๆในธีม “ManufacturingValue: Inclusivity, Innovation andSustainability” สะท้อนคุณค่าของการผลิตอันสมบูรณ์แบบสอดคล้องกับกระแสความตื่นตัวทั่วโลกที่มุ่งเน้นการออกแบบที่ใช้นวัตกรรมเพื่อเสริมความยั่งยืนและครอบคลุมมากยื่งขึ้น

Italian Design Day 2024 ในกรุงเทพฯจะจัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทยและสำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนกรุงเทพฯ ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจทั่วกรุงเทพมหานคร ในรูปแบบนิทรรศการยิ่งใหญ่ รวมทั้ง “100 Italian Vases” ตั้งแต่วันที่ 12 ถึง18 มีนาคมที่ Gallery 2 ชั้น 2 ศูนย์การค้า EmSphereพร้อมการสาธิตการ “ขึ้นรูป” โดยศิลปินช่างปั้นจากภาควิชาเซรามิก คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากรควบคู่กับการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ดีไซน์หลากหลายอันเต็มเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของอิตาลีครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ ของตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ

ฯพณฯ เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย มร. เปาโล ดิโอนีซี กล่าวว่า”ผมมั่นใจว่าประชาชนคนไทยจะเพลิดเพลินไปกับนิทรรศการ ‘100 Italian Vases’พร้อมการสาธิตการขึ้นรูปงานปั้นเซรามิก ที่จัดแสดงที่ EmSphereตลอดจนกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายที่จะจัดขึ้นร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจของเราในหลากหลายโชว์รูมเช่น Lamptitude, Lamborghini, EuroCreations, Seasons, ScintillaGioielli ซึ่งล้วนนำเสนอแบรนด์อิตาลีที่แข็งแกร่งและเลื่องลือระดับโลก”

ในโอกาสเดียวกัน มิสเปาลา กุยด้า ข้าหลวงพาณิชย์อิตาเลียนประจำประเทศไทยและเมียนมากล่าวเสริมว่า “เรานำแรงบันดาลใจจากกิจกรรม ‘Fuori Salone’ ที่จัดขึ้นในงาน SaloneInternazionale del Mobileที่มิลานมาจุดประกายโครงการสร้างสรรค์ครั้งนี้เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมแก่ผู้ชม”

ขอเชิญผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการและร่วมกิจกรรมในโชว์รูมของพันธมิตรผู้ร่วมจัดได้ฟรีทุกวันระหว่างเวลา 10.00 น.-22.น. ต้องการ ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถชมได้ที่ Facebook Page: ITA Bangkok * * * * * * * * * * * *

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น