“จุรินทร์” เดินหน้าหนุนดิจิทัลคอนเทนท์ต่อเนื่องจัดเจรจาธุรกิจออนไลน์ในงาน BIDC 2021 ตั้งเป้ามูลค่า 700 ล้านบาท




ดร. สรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน “Bangkok International Digital Content Festival หรือ BIDC 2021” และพิธีมอบรางวัลด้านดิจิทัลคอนเทนท์ “BIDC Awards” งานอีเว้นท์ยิ่งใหญ่ประจำปีของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ไทยที่จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 มุ่งสร้างเวทีเจรจาธุรกิจในยุคดิจิทัล คาดเกิดมูลค่าการค้ากว่า 700 ล้านบาท
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้ดิจิทัลคอนเทนท์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวคิด “Creative Economy” และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น Hub ของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย 14 แผนงานประจำปี 2564 ของกระทรวงพาณิชย์ โดยได้ร่วมสนับสนุนการจัดงาน BIDC มาอย่างต่อเนื่องตลอด 8 ปี”
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก งาน BIDC 2021 จึงมีการปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจเป็นรูปแบบออนไลน์เป็นปีที่ 2 คาดว่าจะมีการจับคู่เจรจาธุรกิจมากกว่า 300 คู่ สร้างมูลค่าราว 700 ล้านบาท การเจรจาธุรกิจครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการด้านดิจิทัลคอนเทนท์ทั่วโลกเข้าร่วมเจรจาธุรกิจจํานวน 36 บริษัท จาก 11 ประเทศ และมีผู้ประกอบการไทยร่วมเจรจาธุรกิจในครั้งนี้จํานวน 57 บริษัท ตอกย้ำให้เห็นว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นกลไกสําคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนและผลักดันการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ไทยให้เกิดความแข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับบนเวทีการค้าโลก
ทั้งนี้ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้ดำเนินการส่งเสริมและขยายช่องทางการค้าให้ผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนท์ไทย ผลการเจรจาการค้าจากการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในส่วนของแอนิเมชั่น คาแรคเตอร์ และเกม มีมูลค่ารวมกว่า 2,700 ล้านบาท
งาน BIDC 2021 เป็นงานแสดงศักยภาพอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนท์ไทยที่สำคัญ ครอบคลุมธุรกิจแอนิเมชั่น คาแรคเตอร์ เกม และอีเลิร์นนิ่ง จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2557 ในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 6 สิงหาคม 2564 เป็นรูปแบบออนไลน์ทั้งหมด โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากหน่วยงานผู้ร่วมจัดงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) และ 5 สมาคมดิจิทัลคอนเทนท์ของไทย ได้แก่ สมาคมดิจิทัลคอนเทนท์ไทย (DCAT) สมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) สมาคมอุตสาหกรรมซอฟแวร์เกมไทย (TGA) สมาคมอีเลิร์นนิ่งแห่งประเทศไทย (e-LAT) และสมาคม Bankgok ACM SIGGRAPH (BASA)
กิจกรรมหลักภายในงานประกอบด้วย การเจรจาการค้าระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการต่างชาติ (Online Business Matching) ระหว่างวันที่ 4 – 6 สิงหาคม 2564 พิธีมอบรางวัล BIDC Awards ในวันที่ 3 สิงหาคม 2564 และกิจกรรมให้ความรู้ Webinar ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 6 สิงหาคม 2564
* * * * * * * * * * * * * * * * * * *
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
2 สิงหาคม 2564

สินค้าไทยเนื้อหอม “พาณิชย์”ดันขายค้าปลีกยักษ์ใหญ่อเมริกาดึง 9 สมาคมหารือ คัดเลือกผู้ประกอบการไทยที่มีความพร้อมส่ง Walmart.com เร่งเพิ่มยอดส่งออกผ่านช่องทางออนไลน์

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า “กรมได้ดำเนินการเชิงรุกตามนโยบายหลัก 1 ใน 14 แผนงานของกระทรวงพาณิชย์ของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในการกระตุ้นและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้ระบบการค้าออนไลน์มากขึ้น เพื่อให้ยังสามารถขายสินค้าสู่ตลาดต่างประเทศได้แม้ว่าเศรษฐกิจโลกกำลังประสบกับความท้าทายจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งผลการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมและผลักดันการส่งออกในช่วงครึ่งปีแรก 2564 ประสบความสำเร็จในการทำรายได้เข้าประเทศจากกิจกรรมที่ดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์กว่า 14,679.19 ล้านบาทแล้ว  และได้รับนโยบายได้เร่งรัดให้ดำเนินการต่อในช่วงครึ่งปีหลังอย่างเข้มข้นเพื่อทำรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้นต่อไป”

“หนึ่งในกิจกรรมใหม่ที่ดำเนินการผ่านช่องทางออนไลน์ในช่วงครึ่งปีแรก ได้แก่ โครงการยี่ปั๊วออนไลน์คอนเนค จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งมียี่ปั๊วชาวต่างประเทศกว่า 52 รายมาซื้อสินค้าไทยเพื่อไปขายผ่านแฟลตฟอร์มใหญ่ๆ ของโลก โดยสามารถสร้างมูลค่าการลงนามในสัญญาหรือการทำตัวเลขส่งออกถึง 288 ล้านบาท เกินกว่าเป้าเดิมที่กำหนดไว้แค่ 100 ล้านบาท ซึ่งยี่ปั๊วออนไลน์ ก็คือ คนกลางที่มีความชำนาญการขายของออนไลน์บนแพลตฟอร์มต่างประเทศ หรือจะเป็นแพลตฟอร์มต่างประเทศซึ่งสามารถนำเข้าด้วยตัวเองก็ได้ อย่างเช่น Walmart.com เป็นต้น โดยทางสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโกได้เชิญยักษ์ใหญ่ค้าปลีกในตลาดสหรัฐอเมริกาเข้าเลือกสินค้าไทยเพื่อขึ้นขายบนเว็บไซต์ Walmart.com ผ่านโครงการยี่ปั๊วออนไลน์คอนเนคที่ผ่านมา ซึ่งทาง Walmart มองว่าจุดแข็งของผู้ประกอบการไทยคือสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและมีดีไซน์ที่หลากหลาย และต้องการสินค้าไทยเพิ่มเติมในปริมาณมากเพื่อให้ทันต่อความต้องการของตลาดออนไลน์อเมริกาในช่วงวิกฤตสุขภาพ อาทิ กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ในครัวเรือน ของประดับตกแต่งบ้าน ของเล่น ชิ้นส่วนและของตกแต่งยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศ ฯลฯ กรมจึงเชิญ 9 สมาคมในกลุ่มสินค้าดังกล่าวเข้าหารือร่วมกับทาง Walmart ในรายละเอียดเพื่อเปิดโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทยในการเพิ่มช่องทางการขายสู่ตลาดออนไลน์อเมริกาและตลาดอื่นๆ ของ Walmart ทั้ง แคนาดา เม็กซิโก อาเจนติน่า ฯลฯ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก สมาคมเฟอร์นิเจอร์ไทย สมาคมของขวัญของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน สมาคมการค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนไทย สมาคมการค้าสินค้าตกแต่งบ้านและผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ สมาคมผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ สมาคมการค้าของเล่นและผลิตภัณฑ์เด็กไทย สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย และ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ และกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น)” อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกล่าวเสริม

Walmart.com เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว จนก้าวขึ้นเป็นแพลตฟอร์มอันดับสองในประเทศสหรัฐอเมริการองจาก amazon.com และมีแนวโน้มว่าเพิ่ม market share ในตลาดสหรัฐฯได้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยสินค้าที่ทางทีม Walmart Global Sourcing ให้ความสนใจอย่างมาก ได้แก่ สินค้าอุปกรณ์ยานยนต์ (ที่บังแดดในรถยนต์/เบาะคลุมที่นั่งภายในรถยนต์) เฟอร์นิเจอร์ (เตียง/เก้าอี้สำนักงาน) รวมถึง ของประดับตกแต่งบ้านสำหรับช่วงเทศกาลคริสต์มาสและอีสเตอร์ ซึ่งเป็นสินค้าขายดีของ Walmart โดยจะมีปริมาณคำสั่งซื้อมากถึง 1 – 12 ล้านชิ้นต่อปีในแต่ละประเภทสินค้า 

*****************
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
2 สิงหาคม 2564

พาณิชย์เจ๋ง ! “จุรินทร์” ดัน หนังสือรับรองการปฏิบัติตามมาตรการโควิด ช่วย 237 โรงงาน สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ปลื้ม! ครึ่งปีแรกส่งออกอาหาร 441,000 ล้านบาท มุ่งสู่ “อาหารไทยอาหารโลก”

1 สิงหาคม 2564
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกอาหารไทยมีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น สาเหตุหลักเนื่องจากการดำเนินการเชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้นโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มีการดำเนินงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชนในรูปแบบ กรอ.พาณิชย์ พร้อมคอยกำกับติดตามและเร่งแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่จะกระทบเศรษฐกิจไทย ทำให้ล่าสุดประเทศไทยสามารถส่งออกสินค้าอาหาร ไม่รวมน้ำตาล มูลค่ากว่า 441,014 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรก คือระหว่างมกราคม – มิถุนายน 2564 โดยมีสินค้าประเภทผัก ผลไม้สด แช่เย็น แช่เข็ง และแห้ง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง อาหารทะเลสด แช่เย็นแช่แข็ง กระป๋อง และแปรรูป ไก่สดแช่แข็ง และแปรรูป และเครื่องดื่มทุกชนิด ที่ส่งออกมากที่สุดตามลำดับ

“จากการระบาดโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าที่ระบาดไปทั่วโลกตอนนี้นั้น ทำให้ตลาดโลกมีความต้องการสินค้าอาหารที่ปลอดภัย ได้คุณภาพ และมุ่งตอบโจทย์ข้อกังวลทางด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น ในประเด็นนี้นั้น ท่านรองนายกฯ จุรินทร์ มีวิสัยทัศน์ที่ได้เตรียมรองรับความต้องการดังกล่าวตั้งแต่โรคโควิดระบาดตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ได้เสนอการสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของอาหารไทยให้กับผู้ซื้อและผู้บริโภคทั่วโลก ในรูปแบบหนังสือรับรอง COVID-19 Prevention Best Practice สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการส่งออกสินค้าอาหาร โดยมีการลงนามความร่วมมือของ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย” นางมัลลิกา กล่าว

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หลังจากที่มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวตั้งแต่เดือนกันยายน 2563 โดยนายจุรินทร์เป็นประธานสักขีพยานนั้น กรมประมงได้ออกหนังสือรับรองดังกล่าวให้แก่โรงงานอาหารทะเลแช่เย็นและแช่แข็ง และโรงงานผลิตอาหารทะเลกระป๋อง ให้กับโรงงานผู้ส่งออกแล้ว กว่า 237 โรงงานแล้ว นอกจากนี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรียังติดตามการสร้างการตระหนักรับรู้ และตอกย้ำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าสินค้าอาหารไทยมีคุณภาพ และปลอดภัยในทุกๆ ขั้นการผลิตและการจัดส่งถือมือผู้บริโภคภายใต้แคมเปญ ‘Thailand Delivers with Safety’ ผ่านทูตพาณิชย์ที่เป็นเซลส์แมนประเทศ ซึ่งประจำการในประเทศต่างๆ ทั่วโลกอีกด้วย สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขอหนังสือรับรองดังกล่าวเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ สามารถติดต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องก่อนส่งออกไปยังผู้นำเข้าในประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น