กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เตรียมจัดงานแถลงข่าวการจัดงานแสดงสินค้า “The Marché by STYLE Bangkok”

ในวันอังคารที่ 28 กันยายนนี้ ณ โซนอีเดน 3 เซ็นทรัลเวิลด์ โดยได้รับเกียรติจากอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธาน ร่วมด้วยผู้บริหารสมาคมฯ และผู้บริหารเซ็นทรัลกรุ๊ป โดยในงานจะการเสวนาร่วมด้วย 3 วิทยากร ที่จะมา แชร์ มุมมองอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ของไทยต้องปรับตัวอย่างไรให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตในยุค New Normal ได้แก่ “ไมค์” จิรชัย ตั้งกิจงามวงศ์ กรรมการผู้จัดการด้านการตลาด วิจัยและพัฒนา บริษัทอุตสาหกรรม ดีสวัสดิ์ จำกัด เจ้าของสินค้าเฟอร์นิเจอร์สัญชาติไทย “DEESAWAT” ที่กวาดรางวัลระดับโลกมามากมาย “ดุ๊ก” ภาณุเดช วัฒนสุชาติ นักแสดงและนักออกแบบตกแต่งภายใน และธันยวัฒน์ ทั่งตระกูล Co-founder บริษัท ธาอีส อีโคเลทเธอร์ จำกัด แบรนด์ไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่นำวัสดุเศษหนังเหลือใช้มาเพิ่มมูลค่า พร้อมแฟชั่นโชว์นำโดยนักแสดง/นายแบบ สุดฮอต “ฟิลลิปส์ทินโรจน์”

The Marché by STYLE Bangkok จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคมนี้ ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com และโซเชียลมีเดีย Facebook และ Instagram  Style Bangkok Fair หรือสายตรงกรมการค้าระหว่างประเทศ โทร. 1169

                                                                                           

“จุรินทร์” ลุยอีคอมเมิร์ซอินโดนีเซีย มอบผู้ช่วยพาณิชย์เปิด “TOPTHAI Store” บน Blibli.com พร้อมส่งพาณิชย์จังหวัดเฟ้นหา “สินค้าท้องถิ่น” ขายออนไลน์มากขึ้น

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้
ดร. สรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานพิธีเปิด “TOPTHAI Store” บนแพลตฟอร์ม Blibli.com ของตลาดอินโดนีเซีย พร้อมเปิดเผยว่า กระทรวงฯ ได้ดำเนินการตามนโยบาย 14 แผนงานหลักในปี 2564 ที่ต้องการเร่งผลักดันภาคการส่งออก โดยให้ความสำคัญกับการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการในทุกระดับก้าวสู่การค้าออนไลน์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยในส่วนภูมิภาคเตรียมดึงพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศเร่งค้นหาสินค้าไทยระดับท้องถิ่นที่กำลังได้รับความนิยมและตรงกับ
ความต้องการส่งขายบนร้าน TOPTHAI ในประเทศต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสให้กับภาคธุรกิจของไทยในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

“กระทรวงพาณิชย์เร่งสร้างเครือข่ายการค้าอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการสร้าง
พาร์ทเนอร์ในกลุ่มประเทศอาเซียน เนื่องจากเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทยและมีอัตราการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดได้รับความร่วมมืออย่างดีจากแพลตฟอร์ม Blibli.com ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม B2C ชั้นนำของอินโดนีเซีย มีลูกค้าสมาชิกกว่า 26 ล้านคน ในการเปิดตัวร้าน TOPTHAI Store อย่างเป็นทางการ ซึ่งภายในร้านค้าออนไลน์นี้รวบรวมสินค้าไทยที่กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าชาวอินโดนีเซีย กว่า 1,500 รายการ อาทิสินค้าอาหาร สินค้าสุขภาพ และสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยบางส่วนเป็นสินค้าภูมิภาคจาก SMEs ไทยรายย่อยซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการในตลาด ในโอกาสนี้ได้มอบหมายให้ทางพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศเร่งดำเนินการค้นหาสินค้าศักยภาพในแต่ละพื้นที่ เพื่อคัดสรรสินค้าท้องถิ่นไทยเข้าสู่ร้าน TOPTHAI คาดว่าจะมีมูลค่าการสั่งซื้อไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท” ดร.สรรเสริญ กล่าว

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า
กรมฯ มีแผนเชื่อมโยงการค้าขายจาก Local สู่ Global ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายพาณิชย์จังหวัดในฐานะเซลส์แมนจังหวัด สู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านทูตพาณิชย์หรือเซลส์แมนประเทศ บนแพลตฟอร์มต่างๆ ผ่านโมเดลของร้าน TOPTHAI Store ซึ่งการเปิดตัวร้าน TOPTHAI Store Blibli.com ในตลาดอินโดนีเซียนี้ นับเป็นร้านลำดับที่ 5 แล้ว โดยที่ผ่านมาได้ดําเนินการจัดตั้งร้าน TOPTHAI Store แล้วบน 5 แพลตฟอร์มใน 4 ประเทศ ได้แก่ Tmall.com และ Tmall Global (ตลาด จีน), Bigbasket.com (ตลาดอินเดีย), Amazon.com (ตลาดสหรัฐอเมริกา) และ Klangthai.com (ตลาดกัมพูชา) และสามารถสร้างมูลค่าการซื้อขายผ่านร้านดังกล่าวรวมกันได้แล้วกว่า 465.25 ล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการ TOPTHAI Store คือ ร้านค้าออนไลน์ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ที่เปิดอยู่บนแพลตฟอร์ม e-Commerce ชั้นนำในตลาดเป้าหมาย โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทยที่มีศักยภาพสู่ตลาดโลกผ่านช่องทางออนไลน์ข้ามพรมแดนระดับสากล ซึ่งจุดแข็งของร้าน TOPTHAI คือ เป็นร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าท็อปๆ และมีเอกลักษณ์จากไทยซึ่งผ่านการคัดสรรจากหน่วยงานรัฐบาลทำให้เชื่อมั่นได้ว่า สินค้าจากร้าน TOPTHAI จะเป็นสินค้าคุณภาพดีจากไทย
—————————–
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
22 กันยายน 2564

จุรินทร์ ปลื้ม เปิดตลาดใหม่ ตลาดเดิม สร้างยอดขายกว่า 367 ล้านบาทภายใน 2 วัน “สั่งพาณิชย์เดินหน้า” ทุกแผนต่อเนื่อง

วันที่ 20 กันยายน 2564

เวลา 9.00 น. นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้นโยบายการเพิ่มมูลค่าการส่งออกซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในช่วงวิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด-19 โดยเน้นการรักษาตลาดเดิม เพิ่มตลาดใหม่และฟื้นตลาดเก่าให้กลับคืนมานั้น

ล่าสุด นายจุรินทร์กำชับและติดตามการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ทราบว่าดำเนินภารกิจในเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อ 7-8 กันยายน 2564 ที่ผ่านมาทางสำนักพัฒนาตลาดและธุรกิจไทยในต่างประเทศ 2 มีการดำเนินการจัดกิจกรรม”จับคู่ธุรกิจ” เปิดตลาดใหม่ขยายตลาดเติม ในภูมิภาคอเมริกา ลาตินอเมริกา ยุโรป CIS แอฟริกา และตะวันออกกลาง สามารถสร้างมูลค่าทางการค้ากว่า 367 ล้านบาทในห้วงเวลา 2 วันที่เจรจาจับคู่ ขณะที่ทีมงานทั้งในและต่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ต้องทำงานด้านการประสานงานทั้งก่อนและหลังเพื่อส่งเสริมการค้าในภาวะนี้ให้สำเร็จ

นางมัลลิกา กล่าวว่า การจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์ เปิดตลาดใหม่ ขยายตลาดเดิม ในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมานั้นได้รับความสนใจจากผู้ขายชาวไทยและผู้ซื้อชาวต่างประเทศเป็นอย่างมาก
ในยอดขายนั้น มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมกว่า 105 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าอาหาร อุตสาหกรรมอะไหล่รถยนต์ และสินค้าไลฟ์สไตล์ และมีนักธุรกิจในต่างประเทศสนใจเข้าร่วมเจรจาธุรกิจ 28 ราย ระหว่างกิจกรรมจับคู่ เกิดการเจรจาธุรกิจรวมทั้งสิ้น 77 คู่ จะเห็นได้ว่า โดยสินค้าที่ได้รับความสนใจและได้รับการสั่งซื้อได้แก่ อาหารสำเร็จรูป ข้าวหอมมะลิ น้ำผลไม้ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องสำอาง สกินแคร์ ผลิตภัณฑ์สปา อะไหล่รถยนต์ น้ำมันเครื่องและน้ำมันหล่อลื่น และสินค้าบรรจุภัณฑ์อาหาร เป็นต้น โดยมียอดสั่งซื้อมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซาอุดิอาระเบีย รัสเซีย ไนจีเรีย สหราชอาณาจักร เคนย่า และแทนซาเนีย

“ภาพรวมการส่งออกไทยไปยัง 6 ภูมิภาคดังกล่าวใน 7 เดือนแรก คือ ม.ค. – ก.ค. ปี 2564 มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในทุกตลาด สำหรับ ตลาดเดิม มี 2 ภูมิภาคได้แก่ ภูมิภาคอเมริกา มีการขยายตัว ร้อยละ 22.2 สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ ยางพารา และรถยนต์และส่วนประกอบ และภูมิภาคยุโรป มีการขยายตัวขยายตัว ร้อยละ 20.9 สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องจักรกล และรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ

สำหรับตลาดใหม่ มี 3 ภูมิภาค ได้แก่ 1.ภูมิภาคตะวันออกกลาง ขยายตัวร้อยละ 12.4 โดยมีสินค้าที่ขยายตัว ได้แก่ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ เคมีภัณฑ์ ยางพารา และข้าว 2.ภูมิภาคแอฟริกา ขยายตัวร้อยละ 17.9 โดยมีสินค้าที่ขยายตัว ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องยนต์สันดาป และผลิตภัณฑ์ยาง 3.ภูมิภาคลาตินอเมริกา ขยายตัวร้อยละ 93.5 โดยมีสินค้าที่ขยายตัว ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องยนต์สันดาป” นางมัลลิกา กล่าว

ทางด้าน นายจิรกานต์ เพชรชาติ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาตลาดและธุรกิจไทยในต่างประเทศ 2 ผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมข้างต้น ระบุด้วยว่า สำนักพัฒนาตลาดและธุรกิจไทยในต่างประเทศ 2 มีแผนการจัดกิจกรรม OBM ขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเปิดตลาดใหม่ ขยายตลาดเดิม ใน 6 ภูมิภาคดังกล่าว ตามนโยบายรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นายจุรินทร์ ได้กำหนดแนวนโยบายไว้ทั้งนี้เพื่อภารกิจด้านการนำรายได้เข้าประเทศจากการส่งเสริมการค้า และโดยเฉพาะในภาวะวิกฤตโควิด-19นี้ ภารกิจด้านการส่งออกเป็นที่พึ่งของประเทศชาติยามนี้

” ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นายจุรินทร์ ยังได้มีนโยบายให้ส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่และผู้ประกอบการ SMEsส่งออกเพิ่มเติมเพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศได้สร้างทรัพยากรด้านผู้ประกอบการ เปิดโอกาสอย่างเป็นธรรม พัฒนาศักยภาพและเพิ่มจำนวนผู้ส่งออก ซึ่งผู้สนใจสามารถสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับข่าวสารและติดตามความเคลื่อนไหว กิจกรรมของสำนักฯ ได้ที่ www.ditp-overseas.com หรือสอบถามที่สายด่วนกรมการค้าระหว่างประเทศ 1169″ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาตลาดและธุรกิจไทยในต่างประเทศ 2 กล่าว

บุคคลต้นแบบคมนาคม” ประจำปี 2564 “วศิน วรรณพฤกษ์“ กับรางวัลต่างๆ สำหรับชีวิตที่ยืนหยัดกับคำว่า ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ตัวอย่างที่ดีของสังคมไทย

กระทรวงคมนาคม คือหน่วยงานของภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับหลักการธรรมาภิบาล การป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ และมุ่งเน้นปลูกฝังค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ให้แก่บุคลากรในองค์กรมาโดยตลอด

ในแต่ละปีกระทรวงคมนาคมจะดำเนินการพิจารณาค้นหาบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆในสังกัดที่ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และมีคุณธรรมเป็น “คนต้นแบบคมนาคม” เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ยืนหยัดความถูกต้อง รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่บุคลากรในสังกัดกระทรวงคมนาคมได้ยึดเป็นแบบอย่าง ปลุกจิตสำนึกให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส

ในปี 2564 ผลการพิจารณาจากคณะกรรมการปรากฏว่าคุณวศิน วรรณพฤกษ์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) เป็นผู้ที่ถูกพิจารณาคัดเลือกให้รับรางวัล “คนต้นแบบคมนาคม” ประจำปี 2564

คุณวศิน เปิดเผยว่าตนเองรู้สึกยินดี และภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับรางวัลในครั้งนี้ และขอขอบคุณกระทรวงคมนาคม หน่วยงานต้นสังกัด และคุณแม่ ที่มีส่วนสำคัญสร้างแรงบันดาลใจให้ตนเองดำเนินชีวิต และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตมาโดยตลอด

“ผมต้องขอขอบคุณ กระทรวงคมนาคม , บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และ ผศ.เสริมสุข วรรณพฤกษ์ มารดา ซึ่งเป็นต้นแบบของการดำเนินชีวิต มองโลกในแง่ดีประพฤติตนเป็นคนดีของสังคม คอยช่วยเหลือสังคม ในทุกโอกาส ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต นอบน้อม เปี่ยมด้วยคุณธรรม รักษาระเบียบวินัย ขยัน สุภาพ และ อดทน”

“นอกจากนี้ คุณแม่ยังสอนให้รู้จักเสียสละ มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ถ้ามีเหลือแบ่งปันให้คนรอบข้าง”

สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนในการใช้ชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตไม่เพียงแค่รางวัล “คนต้นแบบคมนาคม” เท่านั้น เพราะตลอดปี 2564 ที่ผ่านมา “คุณวศิน” ยังได้รับรางวัลต่างๆมากมายจากหลายองค์กรและหลายหน่วยงานด้วยกัน

“ตลอดปี 2564 ที่ผ่านมานี้ได้รับเกียรติรับรางวัลเกียรติยศ เกียรติบัตร และเข็มเชิดชูเกียรติหลากหลายองค์กร อาทิเช่น

รางวัลธรรมาภิบาลสิงห์ทอง สาขาผู้บริหารและพัฒนาองค์กรดีเด่น จาก ฯพณฯ นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีในรัชกาลที่ 9 และ ฯพณฯ พลเอก พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรีในรัชกาลที่ 9 จัดโดยสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ มูลนิธิสร้างสรรค์สังคมไทย

เกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “ปราบไพรีอริยศัตรูพ่ายกิตติมศักดิ์” โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1

เกียรติบัตรและเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “นักเหินเวหากิตติมศักดิ์” ของกองทัพอากาศ

เกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติในฐานะที่อุทิศตนทำคุณประโยช์ต่อสังคม จาก สหพันธ์รักสันติภาพ สหประชาชาติ (UNPKFC) United Nations Peace Keepers Federal Council.

เข็มวิทยฐานะ และ ประกาศนียบัตรหลักสูตร“นักบริหารงานประชาสัมพันธ์ระดับสูง”รุ่นที่ 61 : การบริหารงานประชาสัมพันธ์ยุค New Normal จากสถาบันการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี

“คนต้นแบบคมนาคม”ประจำปี 2564 ทิ้งท้ายว่าจะขอยืนหยัดกับคำว่า ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ในการใช้ชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อให้สมกับรางวัลที่ได้รับ และจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพลักดันช่วยเหลือส่งเสริมการสร้างคุณธรรมในสังคมไทยและ จริยธรรมให้แก่บุคลากรและข้าราชการตลอดจนพนักงานของรัฐสืบต่อไป

DITP ภูมิใจรับรางวัลเลิศรัฐ ยกระดับบริการตอบสนองสถานการณ์โควิด 19



จากนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ในการเร่งรัดการส่งออกในยุค New Normal พร้อมให้หน่วยงานภาครัฐพัฒนาการให้บริการเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ทั้งนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ปรับรูปแบบการดำเนินงานเป็นรูปแบบออนไลน์ 100% และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ส่งผลให้ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ. 2564 สาขาบริการภาครัฐ ประเภทยกระดับบริการที่ตอบสนองต่อสถานการณ์โควิด – 19 จากผลงาน “ช่องทางการค้ายุคใหม่แบบไร้ขีดจำกัด” จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ที่มอบให้หน่วยงานภาครัฐเพื่อยกย่องเชิดชูในความมุ่งมั่นปฏิบัติราชการจนประสบความสำเร็จ โดยมีนายนันทพงษ์  จิระเลิศพงษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เข้ารับรางวัลดังกล่าวผ่านระบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564

นายนันทพงษ์  จิระเลิศพงษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ผลงาน “ช่องทางการค้ายุคใหม่แบบไร้ขีดจำกัด” เป็นการปรับรูปแบบการดำเนินงานของกรมฯให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด – 19 ตามนโยบายที่ได้รับจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ในการเตรียมความพร้อม ตั้งรับ ปรับตัว หาโอกาสใหม่ๆ ภายใต้สถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยกรมฯได้มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกเร่งพลิกวิกฤติเป็นโอกาส เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ฟื้นตัวกลับมาโดยเร็ว และกระตุ้นการขยายตัวของภาคการส่งออกไทย มีกลยุทธ์เชิงรุกรองรับการค้ายุค New normal 3 ด้านหลัก คือ 1) Offline to Online ปรับกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจากออฟไลน์สู่ออนไลน์เพื่อเร่งฉกฉวยโอกาส และให้เกิดความต่อเนื่องของบริการ 2) Demand-Driven ตลาดนำการผลิต ตอบสนองตามความต้องการตลาดโลก 3) Trade Meets Trust การค้าบนความไว้ใจ ผ่านการคัดสรรผู้นำเข้าตัวจริง โดยทูตพาณิชย์ทั่วโลก นำไปสู่การปรับรูปแบบการให้บริการที่สำคัญของกรม ทั้งการปรับรูปแบบการจัดงานแสดงสินค้าจากปกติเป็นการจัดงานแสดงสินค้าแบบเสมือนจริง (Virtual Trade Show)/กิจกรรม Hybrid และการปรับรูปแบบการเจรจาธุรกิจการค้าแบบ Face –to – Face เป็น การจับคู่ธุรกิจออนไลน์ (Online Business Matching) ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้มีความพร้อมต่อวิถีการค้ายุคใหม่

นอกจากนี้ ผลงานดังกล่าวยังช่วยให้ผู้ประกอบการมีเครื่องมือและช่องทางการตลาดในการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศที่ยั่งยืนรองรับเศรษฐกิจอนาคต แม้วิกฤตโควิด 19 จะคลี่คลายลง ผู้ประกอบการยังคงสามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มของกรมที่ได้พัฒนาขึ้นต่อไป ตลอดจนสามารถพัฒนาเป็นช่องทางการค้าหลักสำหรับผู้ประกอบการไทยในอนาคต

**********************
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
17 กันยายน 2564

ACT ออกแถลงการณ์ ค้าน อสส. ดึงดันตั้ง ‘ปรเมศวร์’ ขึ้นผู้ตรวจอัยการ ชี้เจตนาช่วยพวกพ้อง ไม่โปร่งใส  


องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ออกแถลงการณ์ คัดค้าน อสส. ยืนยันความเหมาะสมตั้ง ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ขึ้นผู้ตรวจอัยการ ชี้เจตนาช่วยพวกพ้อง ไม่โปร่งใส  ทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กร หวังอัยการทุกคนจะตระหนักถึงผลที่บั่นทอนศรัทธาของประชาชน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2564  องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT  ออกแถลงการณ์ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)  เรื่อง “โกงตาชั่ง” กรณีที่ ร้อยโท ไชยา เปรมประเสริฐ รองอัยการสูงสุด รักษาราชการเเทน นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ยื่นจดหมายถึงเลขาธิการ ครม. เพื่อยืนยันความเหมาะสมในการแต่งตั้ง โดยมีรายงานว่าในวันดังกล่าวได้เเจ้งลาพักร้อน 1 วัน  โดยเนื้อหาในแถลงการณ์ระบุ  ดังนี้

ธรรมาภิบาลและศักดิ์ศรีของสำนักงานอัยการสูงสุดกำลังถูกบั่นทอนอย่างรุนแรง จากการกระทำของคนในองค์กรเอง ล่าสุดคือความไม่โปร่งใสในการยื่นจดหมายถึงเลขาธิการ ครม. เพื่อยืนยันความเหมาะสมในการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ทำให้สังคมมีคำถามมากมาย

1.การแต่งตั้งบุคคลที่ถูกสังคมและองค์กรอื่นตั้งข้อกังขา เป็นเรื่องสำคัญยิ่งต่อชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ ตลอดจนเกียรติภูมิของอัยการและจะเป็นบรรทัดฐานการคัดสรรแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงต่อไป จึงสมควรกว่าหรือไม่ที่จะมอบให้เป็นภาระการตัดสินใจของอัยการสูงสุดท่านใหม่ แทนที่จะเป็นอัยการสูงสุดคนปัจจุบันที่กำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งในเร็ววันนี้ เหมือนเป็นการทิ้งทวนแต่งตั้งลูกน้องซึ่งนับว่า ไม่เหมาะสมและไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง
2.จดหมายถึงเลขาธิการ ครม. ดังกล่าวมิได้ทำในนาม “คณะกรรมการอัยการ (กอ.)” ตามที่เคยกล่าวไว้เพราะคณะกรรมการอัยการเห็นว่าไม่ใช่หน้าที่ จึงเปลี่ยนไปออกจดหมายในนามอัยการสูงสุดที่มีความเหมาะสมต่างกัน และยิ่งลดคุณค่าลงไปอีกเมื่อผู้ลงนามในจดหมายสำคัญนี้เป็นรองอัยการสูงสุดด้วยเหตุว่าในวันนั้นตัวท่านอัยการสูงสุดได้ลาพักเพียง 1 วัน จนเกิดข้อสงสัยว่า มีใครต้องการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบหรือสมรู้ร่วมคิดกันซ่อนปมบางอย่างใช่หรือไม่?
น่าเป็นห่วงว่า สถาบันอัยการมีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของบ้านเมือง หากผู้นำบางคนใช้สิทธิและอำนาจโดยขาดความเหมาะสม แฝงด้วยทิฐิและผลประโยชน์พวกพ้อง ย่อมเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กร อย่างนี้จะหวังให้สังคมและข้าราชการอัยการทั้งประเทศยอมรับได้อย่างไร

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอัยการทุกคนจะตระหนักถึงผลของการกระทำที่บั่นทอนศรัทธาของประชาชนต่อสถาบันอัยการที่เป็นเสาหลักความยุติธรรมของชาติ โดยร่วมกันปกป้องและปฏิรูปอัยการให้กลับมายืนเคียงข้างความรู้สึกและผลประโยชน์ของประชาชนคนไทยอย่างสง่างาม

กิจกรรมสัมมนาออนไลน์ภายใต้โครงการขยายการค้าการลงทุนสู่สากล ในหัวข้อ “Boost ธุรกิจ…ด้วยสิทธิประโยชน์ทางการค้า”

       ซึ่งจัดในรูปแบบ Video Conference ผ่านระบบ Zoom เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา เพื่อสอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs ผู้ผลิต ผู้ส่งออก รวมถึงผู้สนใจทั่วไป โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากทั่วประเทศกว่า 500 คน


        กรมการค้าต่างประเทศ ได้ขนทัพวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมากความรู้ความสามารถ ทั้งจากกรมการค้าต่างประเทศและภาคเอกชน มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมแชร์ประสบการณ์การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า การรับรอง
ถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self-Certification)  เพื่อเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทยได้ใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าอย่างเต็มประสิทธิภาพ สร้างแต้มต่อทางภาษี ลดต้นทุนการนำเข้า-ส่งออก

                     
      โปรดติดตาม สิทธิประโยชน์ทางการค้า สาระดี ดี เพื่อสร้างแต้มต่อ ขยายธุรกิจ สู่สากลสำหรับผู้ประกอบการ SME ทั้งขนาดกลางและขนาดย่อม ครั้งหน้าได้ในวันพุธที่ 22 กันยายน 2564 . เวลา 9.00-12.00น. ซึ่งจะเป็นการถ่ายทอดความรู้โดยนักวิชาการจากกรมการค้าต่างประเทศแบบครบเครื่องเรื่องสิทธิประโยชน์ทางการค้าและอัพเดทความตกลงการค้าเสรีต่างๆอย่าลืมติดตามและอย่าพลาดความรู้ดีดีจากกรมการค้าต่างประเทศได้ที่ http://www.dft.go.th/

DITP เผยชาวจีนใส่ใจสุขภาพ แนะผู้ประกอบการไทยพัฒนาคุณภาพเจาะตลาดเครื่องกีฬาและเครื่องแต่งกายกีฬาในจีน

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP ได้เร่งรัดการส่งออกเชิงรุก รวมทั้งหาโอกาสให้สินค้าไทยที่มีศักยภาพใหม่ๆ ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ “ตลาดนำการผลิต” และทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งรัดการนำรายได้เข้าประเทศ

นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศที่ประเทศจีนว่า แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จะส่งผลกระทบในหลายด้าน แต่ก็ยังเป็นจุดสำคัญที่ทำให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยชาวจีนมีพฤติกรรมการออกกำลังกายที่เปลี่ยนไป ซึ่งนิยมหันมาออกกำลังกายที่บ้านผ่านสื่อออนไลน์และแอปพลิเคชั่นแทนการเข้าฟิตเนสและการจ้างเทรนด์เนอร์ อีกทั้งจีนได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ “Healthy China 2030” เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่มีการเล่นกีฬามากขึ้น ส่งผลให้ตลาดเครี่องออกกำลังกายและเครื่องแต่งกายกีฬาจีนเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน อายุ 23-30ปี ที่นิยมออกกำลังกายประเภทโยคะและฟุตบอล ปั่นจักรยาน และปีนเขา เป็นต้น

ในปี 2563 จีนมีมูลค่าตลาดเครื่องแต่งกายชุดกีฬาสูงถึง 3.15 แสนล้านหยวน (ประมาณ 1.57 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นจาก 10 ปีที่ผ่านมากว่าสองเท่าตัว ซึ่งเครื่องแต่งกายชุดกีฬาที่มีมูลค่าสูง 3 ลำดับแรก คือ เครื่องแต่งกายแนวสปอร์ต เครื่องแต่งกายกีฬาแบบผ้ายืด และเครื่องแต่งกายกีฬากลางแจ้ง ในขณะที่รองเท้ากีฬา ได้แก่ รองเท้าสไตล์สปอร์ต รองเท้ากีฬาทั่วไป และรองเท้าสำหรับกิจกรรม Outdoor   ซึ่งคาดว่าตลาดเครื่องแต่งกายชุดกีฬา เครื่องกีฬาและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแอปพลิเคชั่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และสื่อออนไลน์ จะยังมีแนวโน้มที่สดใสสามารถเติบโตไปได้ต่อเนื่องอย่างสัมพันธ์กัน

รองอธิบดีฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า ถือเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยจะพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพเพื่อขยายตลาดกลุ่มดังกล่าวไปในประเทศจีน อีกทั้งอาหารเพื่อสุขภาพและอาหารเสริมก็ยังเป็นกลุ่มสำคัญที่น่าสนใจ โดยผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการเป็นหลัก เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปหลังจากวิกฤต COVID-19 และสามารถครองใจคนรักสุขภาพในจีน ทั้งนี้สามารถติดตามและเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาการค้าผ่านงานแสดงสินค้าในจีน การจับคู่ธุรกิจออนไลน์ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ที่ www.ditp.go.th หรือสายด่วน 1169
**********************
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
15 กันยายน 2564

จุรินทร์ นำ เปิดตลาดบน “แพลตฟอร์ม Meisterstrasse” บุก เยอรมนี ออสเตรีย อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ “นำร่อง” สินค้าแบรนด์ไทย 38 รายร่วม”ค้าออนไลน์”ประกาศศักยภาพสินค้าไทยในเวทีโลก

13 กันยายน 2564

เวลา 9.00 น. นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากนโยบายนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ด้านการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มนำรายได้เข้าประเทศโดยเน้นภารกิจเซลล์แมนประเทศไทยขับเคลื่อนตามนโยบายเปิดตลาดสินค้าไทยไปทั่วโลกทั้ง 58 สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศนั้น

โดยรายงานจาก สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นโยบายข้อที่ 7 ของรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ ให้พัฒนาศักยภาพให้ทางการตลาดให้กับภาคการผลิตฐานราก SMEs และ Micro SMEs ใช้กลยุทธ์ Local to Global หนุน micro SMEs และนักออกแบบสายคราฟต์ดันสินค้าไทยเข้าแพลตฟอร์มระดับโลก Meisterstrasse เจาะตลาดยุโรปเป็น 1 ในแผนงานกระทรวงพาณิชย์ปี 2564 ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการค้าในรูปแบบใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม Micro Smes ในภูมิภาคตามนโยบาย Local to Global ให้ได้รับโอกาสทางการค้าผ่านแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ที่มีศักยภาพในระดับโลก

ล่าสุด นางสาวอรนุช ผดุงวิถี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย รายงานว่าได้ผลักดันสินค้าแบรนด์ไทย 38 รายร่วมแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ Meisterstrasse เพื่อประกาศศักยภาพสินค้าไทยในเวทีโลก สร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพและความพร้อมของผู้ประกอบการไทย รวมถึงคุณภาพและมาตรฐานการออกแบบของสินค้าไทยผ่านรางวัลสินค้าไทยที่มีการออกแบบดี Design Excellence Award หรือรางวัล DEmark โดยจัดภายใต้แนวคิด T-STYLE : Thai Spirit แคมเปญประชาสัมพันธ์ส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศ หรือ Country Brand โดย meisterstrasse.com เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่คัดสรรผู้ผลิตงานฝีมือและผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นที่มีความโดดเด่นจากประเทศออสเตรียและประเทศเครือข่ายในยุโรปและทั่วโลก ดำเนินการมาแล้ว 20 ปี ปัจจุบันมีผู้ประกอบการในเครือข่ายมากกว่า 6,000 ราย และมีฐานลูกค้าซึ่งสมัครเป็นสมาชิกของแพลตฟอร์มตามฐานข้อมูล ณ ปี 2562 จำนวนมากกว่า 4.4 ล้านบัญชี

ตลาดเป้าหมายสำคัญของแพลตฟอร์ม Meisterstrasse ได้แก่ เยอรมนี ออสเตรีย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากนี้ Meisterstrasse ยังได้ขยายตลาดและความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่น โดยประเทศไทยถือเป็นอีกหนึ่งประเทศ จากภูมิภาคเอเชีย ที่ได้เข้าร่วมในแพลตฟอร์มนี้ ซึ่งประโยชน์ที่ได้จากการเข้าร่วมแพลตฟอร์มดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทย ร่วมถึงสร้างการยอมรับสินค้าจากประเทศไทยในระดับสากล กระทรวงพาณิชย์นำผู้ประกอบการ 38 รายจากทั่วประเทศ เช่น กรุงเทพ เชียงใหม่ เชียงราย เพชรบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา อยุธยา เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการนี้อีกด้วย ทั้งนี้เพื่อเดินหน้าเปิดตลาดและปรับแผนการค้าให้สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยวิถี New normal

” แพลตฟอร์มนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทย ร่วมถึงสร้างการยอมรับสินค้าจาก ประเทศไทยในระดับสากลโดยเบื้องต้นมีผู้ประกอบการไทยกว่าแบรนด์ 38 จากทั่วประเทศท่ีได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ได้แก่ Thaniya ,Mobella ,HOMRAK ,moonler ,DEESAWAT ,labrador ,i-spa ,5ive sis ,PASAYA ,SUMPHAT , AYODHYA ,kenkoon ,PiN ,TRIMODE C ,KORAKOT ,MHOE ,ETHNICA ,DOTS OBJECT ,ARMA ,everyday , GALVANII , Sculpture ,Jarit ,Stories of Silver & Silk ,VASA, Qualy Design ,ANGO ,MASAYA, Silom , SRINLIM ,Lamunlamai. Craftstudio, Mirror Mirror Brand, Cyme Jewellery, Doitung ,103PAPER SHOP,BaanchaaN ,ARTWORKS และ carpenter ซึ่งในกลุ่มนี้เป็นผู้ประกอบการภูมิภาคจากเชียงใหม่ เชียงราย เพชรบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา อยุธยา ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการนี้อีกด้วย จากนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยุคนายจุรินทร์

จะเห็นได้ว่าโอกาสของผู้ประกอบการรายใหม่ และ ภาคการผลิตฐานราก SMEs และ Micro SMEs เกิดขึ้นตามนโยบาย โอกาสในโลกปัจจุบันอยู่บนอากาศอยู่บนโลกออนไลน์บนแพลตฟอร์ม และแต่ละประเทศแต่ละโซนทวีปก็มีความนิยมแพลตฟอร์มที่แตกต่างกันซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่เสาะแสวงหาแพลตฟอร์มที่มีแสนยานุภาพสำหรับการค้าเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุดเกิดการดึงรายได้เข้าประเทศให้มากที่สุด ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ก็ยังส่งเสริมในภาพของการอบรมให้ความรู้เพื่อสร้างศักยภาพให้กับผู้ประกอบการก่อนโกอินเตอร์ขยายฐานรายได้ซึ่งสามารถประสานงานได้ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตามเว็บไซต์ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะมีการวิเคราะห์โอกาสในแต่ละตลาดให้ทราบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ประกอบการทั้งใหม่เก่า สตาร์ทอัพ และประชาชนทั่วไปที่สนใจการค้าสามารถศึกษาหาคำแนะนำได้แม้จะเป็นการค้าช่วงโควิด-19 ก็ตาม ” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว

“จุรินทร์ จัดให้ ไม่ขาดช่วง” สั่งการกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เดินหน้าจัดงานแสดงสินค้าอาหารออนไลน์ (THAIFEX – Virtual Trade Show)

ปลายกันยายน 2564 นี้
สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เจรจาการค้า ฝ่าวิกฤตโควิด-19 ผ่านแฟลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า “ตามนโยบายของ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ที่เน้นให้เพิ่มช่องทางการส่งออกและช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่ได้รับผลกระทบในช่วงสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำไม่สามารถพบปะเจรจาการค้ากับผู้ซื้อชาวต่างชาติได้ และกรมฯ ได้ตอบรับนโยบายโดยได้เร่งจัดทำแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com.จัดแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในรูปแบบเสมือนจริง        เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าจากทั่วโลกที่ได้รับการเชิญจากทูตพาณิชย์ ในฐานะเซลล์แมนประเทศ สามารถเข้าเยี่ยมชมคูหาและสินค้าของผู้ประกอบการได้แบบ 360 องศา ตลอด 24 ชั่วโมง และยังได้จัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจออนไลน์  (Virtual – Online Business Matching :.V-OBM) ของปีนี้ ผ่านแพลตฟอร์มไปแล้วหนึ่งครั้ง เมื่อวันที่ 25 – 29 พฤษภาคม 2564 ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยสามารถสร้างมูลค่าการสั่งซื้อสินค้าอาหารไทยบนแพลตฟอร์ม รวมทั้งสิ้น 25,360,233 USD หรือ 760,806,990 บาท”
สำหรับการจัดกิจกรรม V-OBM ครั้งที่สอง กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 3 ตุลาคม 2564 ที่จะถึงนี้ ยังคงเป็นการจัดนัดหมายเจรจาธุรกิจออนไลน์ โดยกำหนดวัน/เวลาเจรจาตามภูมิภาคให้เหมาะสมกับไทม์โซน  ที่แตกต่างกัน เพื่อให้การเจรจาธุรกิจได้สะดวกยิ่งขึ้น และผู้ประกอบการทั้งสองฝ่ายสามารถจัดเตรียมเวลาที่เหมาะสมกับแต่ละประเทศได้ ซึ่ง ณ ขณะนี้ ผู้ซื้อ/ผู้นำเข้า ตลอดจนคู่ค้า และนักธุรกิจต่างประเทศ ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมชมแพลตฟอร์มงานแล้วกว่า 2,200 ราย 1,940 บริษัท จาก 100 ประเทศ และมีผู้ประกอบการไทยที่สมัครเข้าร่วมงาน     ในครั้งนี้ จำนวน 316 บริษัท ทั้งนี้ ได้มีผู้ประกอบการสินค้าอาหารกลุ่มใหม่ที่เข้าร่วมในครั้งนี้เพิ่มจากเดิม ได้แก่ สินค้าอาหารฮาลาล (Halal Food) สินค้าอาหารออแกนิกส์ (Organic Food) และสินค้าอาหารแห่งอนาคต (Future Food) รวมถึงสินค้าที่ได้รับเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI Products) ซึ่งคาดการณ์มูลค่าการซื้อขายสินค้าที่จะเกิดขึ้นจากกิจกรรมในครั้งนี้ จำนวนรวม 26,000,000 USD หรือประมาณ 832,000,000 บาท
V-OBM ถือเป็นกิจกรรมพิเศษส่วนหนึ่ง ภายใต้การจัดงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มเสมือนจริง THAIFEX – Virtual Trade Show (VTS) ซึ่งเป็นงานออนไลน์ที่กำหนดจัดคู่ขนานกับงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2021 “The Hybrid Edition” งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำของเอเชีย เดิมกำหนดจัดระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึง 3 ตุลาคม 2564 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี.แต่ด้วยสภาวการณ์ของโควิด-19            ในปัจจุบันและการประเมินสถานการณ์ในอนาคต ทางคณะผู้จัดงาน 3.ฝ่าย ประกอบด้วย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ หอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ (KM) ประเทศเยอรมนี ได้ประกาศปรับกำหนดการจัดงานไปเป็นระหว่างวันที่ 24 – 28 พฤษภาคม 2565
THAIFEX – Virtual Trade Show (VTS) มุ่งเน้นการขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยที่สมัคร        เข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA ได้มีช่องทางแสดงสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องให้ผู้ซื้อจากทั่วโลก เข้าชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com ซึ่งให้ความรู้สึกเสมือนได้เดินชมงานจริง สามารถดูรายละเอียดสินค้าได้แบบ 360 องศา และเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทยผ่าน Virtual – Online Business Matching (V-OBM) รวมทั้งพูดคุยผ่านการ Chat, Call, VDO Call ตลอด 24 ชั่วโมง ถือเป็นแพลตฟอร์มแห่งอนาคตของสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ที่พร้อมสำหรับการเจรจาธุรกิจได้เต็มศักยภาพ สามารถรองรับการใช้งานบนเครื่องมือและอุปกรณ์                ที่หลากหลายทั้งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์แบบพกพา แท็ปเลต และโทรศัพท์มือถือ รวมถึงเพิ่มช่องทางการจับคู่เจรจาการค้าด้วยระบบ VOOV Meeting สำหรับคู่ค้าในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และรองรับการเจรจาการค้ามากกว่า 4 คนภายใน 1 ห้องเจรจา ตลอดจนมีระบบกระดานสนทนาสำหรับประกาศซื้อ-ขาย ให้ติดต่อกลับได้           และระบบแนะนำสินค้า/บริษัท ให้กับผู้ซื้อและผู้นำเข้าค้นหากันได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ผู้สนใจ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ www.thaifex-vts.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ                ได้ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โทร.1169 หรือ www.ditp.go.th

******************
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
10 กันยายน 2564

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น