หอการค้าไทยชื่นชม “จุรินทร์” แก้ส่งออกเชิงรุกในนาม กรอ.พาณิชย์ ดึงเอกชนเข้าร่วม


หอการค้าไทยชื่นชม “จุรินทร์” แก้ส่งออกเชิงรุกในนาม กรอ.พาณิชย์ ดึงเอกชนเข้าร่วม ทำปัญหาติดขัดคลี่คลาย โดยเฉพาะส่งออกผลไม้ไปจีน ปัญหาขาดตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมหนุนนโยบายตลาดนำการผลิต แต่ต้องเข้มเรื่องคุณภาพ มาตรฐาน เหตุพาณิชย์พร้อมช่วยทำตลาดให้อยู่แล้ว มั่นใจการทำน้อยได้มาก เกิดขึ้นได้จริงในยุคนี้ ด้านกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศพร้อมเดินหน้าอัดกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกในทุกตลาดและบูรณาการทำงานในทุกมิติ

นายชูศักดิ์ ชื่นประโยชน์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนชื่นชมนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ทำงานร่วมกับภาคเอกชนในนาม กรอ.พาณิชย์ ทำให้การแก้ไขปัญหาด้านการส่งออกที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา สามารถยุติลงไปได้ และส่งผลดีต่อการส่งออกของไทย โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ไทยไปจีนผ่านแดนเวียดนามที่เคยมีปัญหาติดขัดช่วงโควิด-19 สามารถเจรจาและแก้ปัญหาได้จบภายใน 1-2 วัน ทำให้การส่งออกผลไม้ไปจีนทำได้ต่อเนื่อง และทำรายได้เข้าประเทศเป็นแสนล้านบาท รายได้กลับคืนมาสู่เกษตรกร และผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบ ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวดีขึ้น
ทั้งนี้ มีอีกหนึ่งปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ยุติ คือ การแก้ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ที่มีไม่เพียงพอ และเมื่อเรือเข้ามา ค่าระวางก็สูง โดยได้เข้าไปแก้ไข ผลักดันให้เรือใหญ่เข้ามาเทียบท่าเรือแหลมฉบังได้ ทำให้สามารถนำตู้คอนเทนเนอร์เข้ามาได้ ซึ่งได้ช่วยแก้ไข ทำให้การส่งออกทำได้ดีขึ้นในระยะต่อมา
นายชูศักดิ์กล่าวว่า สิ่งที่ภาคเอกชนเห็นด้วยกับกระทรวงพาณิชย์อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ การใช้นโยบายตลาดนำการผลิต ทำให้สินค้าเกษตรหลาย ๆ ตัว หมดปัญหาเรื่องการทำตลาดไปได้ เพราะผลิตสินค้าตรงตามที่ตลาดต้องการ ทำให้สินค้าที่ผลิตมาสามารถขายได้ และมีราคาสูงขึ้น และในด้านการทำตลาด ก็มีผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ มีทูตพาณิชย์ ที่พร้อมช่วยภาคเอกชนในการทำขายสินค้า ซึ่งที่ผ่านมา ถือว่าทำได้ดีและประสบความสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม มีสิ่งที่ต้องระวังในอนาคต ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องกฎระเบียบทางการค้า ที่กำลังจะมีออกมามากขึ้น ทั้งการกำหนดคุณภาพ มาตรฐาน การกำหนดกฎ กติกาทางการค้าใหม่ ๆ เช่น สหภาพยุโรป (อียู) ออกระเบียบเรื่องมาตรการลดโลกร้อน สิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพแรงงาน เป็นต้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน ต้องทำงานร่วมกัน โดยที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้เล็งเห็นถึงปัญหา และทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดแล้ว ต่อไปต้องลงลึกไปถึงระดับเกษตรกร เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจต่อไป
นอกจากนี้ นายจุรินทร์ยังให้ความสำคัญกับการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในกรอบต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออกให้กับสินค้าไทย ซึ่งภาคเอกชนสนับสนุน และเห็นว่าน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นว่ากรอบไหน ที่ไทยจะเข้าไปเจรจา นายชูศักดิ์กล่าวว่า สำหรับการพัฒนาภาคการเกษตร ไทยปลูกพืชเกษตรเยอะมาก เช่น ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ซึ่งจากนี้ไป ต้องพยายามช่วยยกระดับเรื่องการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อไร่ โดยใช้ทรัพยากรให้น้อยลง เพราะตอนนี้ปัญหาโลกร้อน มันเป็นระเบียบที่ทำให้ไทยต้องปรับตัว ซึ่งต้องเข้าไปช่วยกัน ทั้งกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน โดยในส่วนของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มีโครงการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง หรือเรียกว่า ทำน้อยได้มาก อะไรที่เพาะปลูกแล้วได้น้อย ก็ต้องปรับไปทำอย่างอื่น เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพ มาตรฐาน พร้อมพัฒนาระบบการขนส่ง โดยเฉพาะสอดคล้องและเชื่อมโยงกับจีน ตอนนี้ระบบขนส่งจีนเป็นสุดยอดของโลกไปแล้ว รถไฟความเร็วสูงก็มาถึง สปป.ลาว ไทยต้องเตรียมตัวให้พร้อม และใช้ประโยชน์ ถ้าทำได้ดี ขนส่งสินค้าคุณภาพถึงมือผู้บริโภค ก็จะขายได้ราคาดีขึ้น

​ด้านนายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ประสานนโยบายกับภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนการส่งออกอย่างต่อเนื่องตามนโยบายที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์) ซึ่งได้ดำเนินการผลักดันการส่งออกในทุกกลุ่มสินค้าและตลาดเป้าหมาย โดยเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้จัดงานแสดงสินค้าอาหารเสมือนจริง THAIFEX – Virtual Trade Show , การจัดงานแสดงสินค้าด้านไลฟ์สไตล์และแฟชั่น The Marche’ by STYLE Bangkok เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าแฟชั้นและไลฟ์สไตล์ รวมทั้งอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้นำเสนอสินค้าและบริการ รวมทั้งเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อและผู้นำเข้าต่างประเทศ เป็นต้น สำหรับปีงบประมาณ 2565 กรมยังคงเดินหน้าในการสร้างองค์ความรู้ด้านการค้าระหว่างประเทศ การพัฒนาและส่งเสริมสินค้าและผู้ประกอบการ การส่งเสริมการตลาด การจัดงานแสดงสินค้าและการจับคู่เจรจาการค้าทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในการค้าระหว่างประเทศและบูรณาการทำงานร่วมภาครัฐและเอกชนในทุกมิติเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยผ่านการส่งออกซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในปัจจุบันนี้ สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
11 ตุลาคม 2564

ที่ปรึกษานายก อบจ.แม่ฮ่องสอน นำคณะเข้าเยี่ยมชมศูนย์ซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานแห่งแรกและแห่งเดียวของคนไทย “แอร์พอร์ต เรล ลิงก์” เนื่องในโอกาสดำเนินกิจการมาครบ 10 ปี

นายเพชรมงคล วัสสุวรรณ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอนพร้อมคณะ ได้นำคณะเข้าแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสที่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ดำเนินกิจการมาครบ 10 ปี และเข้าเยี่ยมชมศูนย์ซ่อมโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานแห่งแรก ของคนไทย รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ณ ศูนย์ซ่อมบำรุงคลองตัน เพชรบุรี 47 กรุงเทพฯ โดยมี คุณวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น นายเพชรมงคล
วัสสุวรรณ และ คณะต่างชื่นชมในความสามารถของบุคคลากรด้านวิศวกรรมระบบขนส่งทางราง ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนให้ประเทศชาติพัฒนาสู่ระดับสากล

นอกจากนี้ได้มีหารือร่วมกันในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดแม่ฮ่องสอน และการท่องเที่ยว เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมระบบขนส่งทางราง ซึ่งรถไฟฟ้าถือว่าเป็นระบบขนส่งที่นำผู้โดยสารไปยังสนามบินเพื่อเดินทางต่อไปจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้อย่างปลอดภัย สะดวกสบายและประหยัด ทั้งนี้
คุณวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร ในนามของ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด พร้อมให้ความอนุเคราะห์ และ สนับสนุนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เรื่องราวของแหล่งท่องเที่ยว ประเพณีวัฒนธรรม อาหารการกิน ให้นักท่องเที่ยวรับรู้ว่าพื้นที่นี้ สามารถเดินทางมาได้ทุกฤดูกาล และ มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์และสื่อดิจิทัล ที่ สถานีรถไฟฟ้าฯ

ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่ นายอัครเดช วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ผุดโปรเจกต์ เที่ยวทิพย์ เมืองสามหมอก ทั้งยังเตรียมแผนรองรับ หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวเข้าสู่จังหวัด หลังโควิด-19 โดยได้วางแผนประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงรุก หวังที่จะเชิญชวนคนไทยและชาวต่างชาติ มาเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้เกิดรายได้จากภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กระจายลงไปยังท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม สร้างรายได้และวิถีชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

เติมเต็มความสุข ด้วยผลิตภัณฑ์สปาและสินค้าเพื่อสุขภาพ ที่ The Marche’ by STYLE Bangkok

เพราะเชื่อว่า “ความสุข” เกิดจาก “สุขภาพกายที่ดี”…งานแสดงสิค้า “The Marche’ by STYLE Bangkok” ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จึงขอรวมเอาผลิตภัณฑ์สปาและสินค้าเพื่อสุขภาพ ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ มาไว้ให้สายเฮลตี้ได้ชื่นชมและสูดดมให้เต็มปอด ที่โซน Wellness กับ 11 แบรนด์ที่คัดแล้วว่าดีต่อกาย สบายต่อใจ เริ่มต้นที่การดูแลสุขภาพของช่องปากด้วยผลิตภัณฑ์จาก “CP HOLISTIC HEALTH CO.” ที่คิดค้นผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากและฟันเพื่อคุณ….สินค้าคุณภาพภายใต้แบรนด์ “DR.C” มีความน่าสนใจมากมาย เช่น DR.C Whitening เจลฟอกสีฟันแบบเข้มข้นสูตรเป็นมิตรกับเคลือบฟัน น้ำยาบ้วนปากปราศจากแอลกอฮอล์ สเปรย์พ่นปากช่วยให้ลมหายใจสดชื่น และผลิตภัณฑ์สำหรับช่องปากและฟันอีกมากมายที่จะช่วยเสริมความมั่นใจในสไตล์คุณ ส่วนใครที่เป็นสายอินเลิฟกับผิวสุขภาพดีของตัวเอง ขอแนะนำ “ADORMEDY” จาก GLA NATURE ผลิตภัณฑ์สกินแคร์จากสารสกัดธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย อุดมไปด้วยวิตามินนานาชนิด มีกลิ่นหอมละมุนจากดอกไม้ธรรมชาติ มีผลิตภัณฑ์หลากหลายดูแลทั่วร่างกาย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ดูแลมือและเล็บ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดดูแลผิวหน้า และผลิตภัณฑ์กันแดด

คนชอบเครื่องหอมและยาดมไม่ควรพลาด กับ “JARIT x POTRAY” แบรนด์ยาดมสมุนไพรและเครื่องเทียนหอมไทยที่ผลิตด้วยกระบวนการตำรับยาสมุนไพรต้นแบบ ต่อยอดเคล็ดลับ การปรุงสูตร ใหม่ บรรจุในแพ็คเกจสุดเก๋ เป็นขวดสีดำดีไซน์เรียบหรู พร้อมฟังก์ชั่น Child Resistance Cap ล็อกกันหก พกพาสะดวก….JARIT X POTRAY พร้อมนำสินค้ายอดฮิตชุดกระถางหินขัดและเทียนหอมรูปทรงน่ารัก มาอวดโฉมให้หอมฟรุ้งที่งานด้วยวัสดุผิวหินขัด สามารถใช้งานได้หลายฟังก์ชั่น จะทำเป็นกระถางปลูกต้นไม้ หรือใส่เทียนหอมเสริมบรรยากาศในห้องก็รื่นรมย์ไม่แพ้กัน อีกหนึ่งแบรนด์เครื่องหอมที่น่าสนใจ “BOONEBREEZE” ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณและสุขภาพที่เกิดจากการผสมผสานสมุนไพรไทยธรรมชาติและศาสตร์อโรมาเธอราปีของตะวันตก ได้เป็นสินค้าที่ช่วยให้

ผ่อนคลายทั้งกายใจ มาในแพ็คเกจลายดอกไม้สีสันสดใสน่ารักน่าใช้ ช่วยให้คุณผ่อนคลายและสนุกกับชีวิตประจำวัน

ปิดท้ายกันที่สินค้าเพื่อสุขภาพไม่ว่าจะเป็น สบู่ โลชั่น หรือครีมบำรุงผิว จาก “EARTHBOUND” ครองใจสายรักษ์ สุขภาพและรักษ์ธรรมชาติ ด้วยวัตถุดิบธรรมชาติที่คัดสรรอย่างดี การผลิต ที่นำหลักเศรษฐกิจ หมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ ทำให้ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Earthbound สามารถส่งต่อทั้งความใส่ใจต่อลูกค้าและต่อธรรมชาติ บรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม การันตีคุณภาพด้วยการส่งออกสินค้าไปยังประเทศแถบยุโรป
ดูไบ และจีน มากว่า 10 ปี มาเติมเต็มความสุข ด้วยผลิตภัณฑ์สปา และสินค้าเพื่อสุขภาพที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ ที่งานแสดงสินค้า “The Marche’ by STYLE Bangkok” ณ เซ็นทรัลเวิลด์ บริเวณชั้น 1 โซนอีเดน บีคอน แดซเซิล เซ็นทรัลคอร์ท และชั้น 2 โซนอีเดน ระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคมนี้ เปิดให้เข้าชมระหว่าง 10.00 – 21.00 น.

ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.stylebangkokfair.com Facebook และ Instagram Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงกรมการค้าระหว่างประเทศ 1169 ****************

นางเอกสายอีโค “นุ่น ศิรพันธ์”ชวนมาเลือกซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์ดีไซน์เพื่อโลกที่ The Marche’ by STYLE Bangkok

                                                                                

       ว่างจากงานละครและธุรกิจช่วยเหลือชุมชมและสิ่งแวดล้อม “นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา” ขอแวะมาชมสินค้ามีดีไซน์ที่ดีต่อใจ ดีต่อโลกเพราะออกแบบด้วยแนวคิดยั่งยืน ที่งานแสดงสินค้า “The Marche’ by STYLE Bangkok” จัดระหว่าง 6-10 ตุลาคมนี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ใครที่เป็นคองานดีไซน์ สินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นไทยที่ซ่อนไอเดียสุดครีเอท ไม่ใช้วัสดุทำร้ายธรรมชาติ

     งานนี้ต้องบอกว่า นักแสดงสาวถูกรายล้อมด้วย 11 แบรนด์ไทย ที่โซน Design Hall บริเวณเซ็นทรัลคอร์ท และแดซเซิล ของเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งนำเอาผู้ผลิตไทยแถวหน้า ทั้งสินค้าเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ของขวัญของชำร่วย ที่นอกจากจะเป็นงานคุณภาพ มาตรฐานสากล ดีไซน์ยังโดนใจและมาพร้อมฟังก์ชั่นที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ แถมคว้ารางวัลด้านออกแบบทั้งระดับประเทศและระดับโลกมามากมาย สินค้าไทยโกอินเตอร์มาจัดแสดงกลางเซ็นทรัลเวิลด์ยั่วสายตา ขอเชิญชวนให้รีบไปจับไปจองเป็นเจ้าของกันก่อนใคร

     นอกจากสินค้าอีโคดีไซน์แล้ว ภายในงานแสดงสินค้า “The Marche’ by STYLE Bangkok” ยังยกขบวนสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นจากผู้ส่งออกคุณภาพ ถึง 123 ราย จัดเต็ม 120 คูหา ให้ได้เลือกซื้อ กันจุใจทั้งสินค้าแฟชั่น เครื่องหนัง กระเป๋า รองเท้า ของขวัญ ของชำร่วย ของตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ในครัวเรือน เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์สปา ตลอดจนสินค้าของเล่น ในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ ใครที่ กำลัง มองหาของขวัญพรีเมี่ยม ของขวัญปีใหม่ต้องไม่พลาดมาเลือกชม ย้ำว่างานจัดภายใต้มาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีการรักษาระยะห่าง มาตรการสุขอนามัย การจัดเตรียมจุดตรวจเช็คอุณหภูมิ จุดตรวจคัดกรอง เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน

      The Marche’ by STYLE Bangkok จัดระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคมนี้ ณ เซ็นทรัลเวิลด์ บริเวณชั้น 1 โซนอีเดน บีคอน แดซเซิล เซ็นทรัลคอร์ท และชั้น 2 โซนอีเดน ระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคมนี้ ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.stylebangkokfair.com Facebook และ Instagram Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงกรมการค้าระหว่างประเทศ 1169

เปิดแล้ววันแรก “The Marche’ by STYLE Bangkok”งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น หนุนเศรษฐกิจ ช่วยผู้ผลิต SMEs ไทย

กรุงเทพฯ 6 ต.ค.’64 : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DITP) จัดงานแสดงสินค้า
ไลฟ์สไตล์และแฟชั่น “The Marche’ by STYLE Bangkok” หนุนผู้ประกอบการ SMEs และผู้ส่งออกไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคมนี้ รวมผู้ผลิตตัวจริง 123 ราย จัดแสดง
120 คูหา ครอบคลุม 7 โซนสินค้า เชื่อมั่นเป็นเวทีเสริมศักยภาพ พร้อมขยายช่องทางและโอกาสทาง
การตลาด ตลอดจนสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการไทยในช่วงโควิด

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวระหว่างพิธีเปิดงาน ซึ่งจัดขึ้น ณ ลานเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ว่า “งานแสดงสินค้า The Marche’ by STYLE Bangkok
จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด ให้ยังคงสามารถเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ อันเป็นไปตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งในการผนึกกำลังของกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับภาคเอกชน เพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออกจากการที่ไม่สามารถจัดงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok ในรูปแบบปกติขึ้นได้ถึง 2 ปีเต็ม โดยได้ย่อส่วนงานฯ STYLE Bangkok มาไว้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในลักษณะกิจกรรมส่งเสริมการตลาดแบบไฮบริดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางการส่งออกและการจัดจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการ ถือเป็นการปรับรูปแบบงานแสดงสินค้าเข้าสู่ยุค New Normal เต็มรูปแบบ”

​ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย เนื่องจากมีผู้ประกอบการ SME อยู่ในอุตสาหกรรมนี้กว่าร้อยละ 90 เกิดการจ้างงานกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ และสำหรับภาคการส่งออก สินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทยได้รับการยอมรับจากทั่วโลก จากจุดเด่นในด้านดีไซน์ ความมีเอกลักษณ์ และคุณภาพ รวมทั้งสามารถรับออเดอร์จำนวนไม่มากได้ ซึ่งตอบโจทย์รูปแบบการสั่งซื้อของผู้ซื้อต่างประเทศที่ปัจจุบันมักไม่นิยมสั่งซื้อสินค้าไว้ในคลังจำนวนมาก

“แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวอย่างมาก และทำให้การส่งออกกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทยในปี 2563 ติดลบถึงร้อยละ -14.78 อย่างไรก็ดี ในปี 2564 นี้ เศรษฐกิจในประเทศที่เป็นตลาดสำคัญของไทยเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 หรือประมาณ 2.4 แสนล้านบาท และคาดว่าการส่งออกตลอดปี 2564 จะเติบโตถึงร้อยละ 13.48 ซึ่งจะเป็นการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 10 ปี” ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าว

ด้านนายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า “ภายในงานแสดงสินค้า “The Marche’ by STYLE Bangkok” ซึ่งจัดภายใต้มาตรการ Covid-Free Setting ของศบค. รวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นระดับส่งออก สินค้ามีดีไซน์ งานออกแบบระดับรางวัล
ของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์อีโครักษ์โลก รวมไปถึงสินค้าสปาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ มีให้เลือกสรรถึง 7 โซนสินค้า ได้แก่ Fashion & Leather สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า โซน Gifts & Premium จำหน่ายสินค้าของขวัญ ของชำร่วย ของเล่น เครื่องเขียน โซน Houseware จัดแสดงสินค้าของใช้ในบ้านมีดีไซน์ โซน Furniture รวบรวมเอาสินค้าเฟอร์นิเจอร์คุณภาพจากผู้ผลิตไทยแบรนด์ดังมาจัดแสดง โซน Home Décor จำหน่ายสินค้า
ของตกแต่งบ้าน และโซน Design Hall ที่รวมสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งาน”

นอกจากนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อตอกย้ำความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยคาดว่าภายใต้กรอบความร่วมมือ 5 ปี จะสามารถสนับสนุนและผลักดันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งในด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์แก่ผู้ประกอบการ มากกว่า 300 ราย พัฒนาแบรนด์ได้มากกว่า 100 แบรนด์ รวมทั้งเชื่อมโยงการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มของกลุ่มธุรกิจเซ็นทรัลได้มากกว่า 15,000 SKU และคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถึงกว่า 500 ล้านบาท โดยอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ นางสาวบุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสื่อสารองค์กร กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมลงนาม

The Marche’ by STYLE Bangkok เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคม 2564
ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โซนอีเดน บีคอน แดซเซิล และเซ็นทรัลคอร์ท ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.stylebangkokfair.com เฟซบุ๊กและอินสตาแกรม Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
6 ตุลาคม 2564

“ข้าวใหม่”ร้านอาหารไทยรสดีที่เคล้าคลุ้งปรุงรสบรรยากาศการรับประทานด้วยความคลาสสิค

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากก็คือธุรกิจร้านอาหาร อย่างไรก็ตามหลังจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการให้สามารถเปิดนั่งรับประทานภายในร้านได้ ดูเหมือนว่าร้านอาหารต่างๆจะเริ่มกลับมาสู่ความคึกคักอีกครั้งในปัจจุบัน “ข้าวใหม่” ร้านอาหารไทยสุดพรีเมี่ยม ย่านเสนานิคม เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง แต่สิ่งที่ร้าน “ข้าวใหม่” มีพิเศษกว่าร้านอื่นๆก็คือ เมนูอาหารที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น และบรรยากาศภายในร้านที่ถูกเคล้าคลุงปรุงรสด้วยความคลาสสิคอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของร้าน ดร.ชัยภัฏ จันทร์วิไล เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ และ ทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร หนึ่งในเจ้าของร้านกล่าวว่า “ร้านข้าวใหม่ในปัจจุบันผมกับภรรยา ( คุณศลิษา โมนยะกุล ) ช่วยกันดูแลอยู่ โดยเป็นร้านที่สืบทอดมาจากร้านข้าวใหม่ร้านแรกในเมืองทองธานี ที่เปิดให้บริการมาเป็นเวลานานนับสิบๆปีแล้ว โดยคุณป้าของภรรยาผมเป็นผู้ก่อตั้ง มาตอนหลังภรรยาได้ขอคุณป้ามาทำต่อ ผมจึงช่วยกับภรรยาดูแลต่อมา โดยย้ายทำเลมาอยู่ที่คอนโดสายลมสวีท ในซอยเสนานิคม 1 แยก 12 “แม้จะมีการเปลี่ยนทำเลที่ตั้ง แต่เมนูอาหารยังคงเป็นเมนูเดิมที่ได้สูตรดั้งเดิมตั้งแต่สมัยรุ่นคุณป้าที่เป็นผู้บุกเบิก เมนูเด่นของร้านคือ ปลากะพงเกล็ดกรอบ ที่ทางร้านจะคัดเลือกปลากะพงขนาดน้ำหนักประมาณ 7 ขีด ที่มีความสดมา บั้งลึก ย้อนเกล็ด แล้วหมักด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ และ พริกไทย ทอดในน้ำมันร้อน ๆ เนื้อปลากะพงนุ่มเนียนลิ้น ยิ่งได้ทานคู่กับน้ำจิ้มสูตรพิเศษยิ่งทำให้รสชาติดี รวมทั้งน้ำพริกมะขามสูตรดั้งเดิมของร้าน” คุณศลิษา กล่าว “ร้านตกแต่งด้วยบรรยากาศออกแนวคลาสสิคย้อนยุคด้วยเอกลักษณ์ความเป็นไทย ให้ความรู้สึกของประเทศไทยสมัยก่อน 40-50 ปี มีความโล่ง โปร่งสบาย เพื่อไม่ให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกอึดอัด ซึ่งนอกจากลูกค้าจะได้ลิ้มรสชาติอาหารที่เป็นสูตรพิเศษเฉพาะตัวแล้ว ยังได้ความรู้สึกอิ่มเอมใจไปกับบรรยากาศความเป็นไทยแบบย้อนยุค และของสะสมโบราณที่มีความงดงามภายในร้านระหว่างรับประทานอาหารอีกด้วย” คุณศลิษา กล่าวทิ้งท้าย ร้าน “ข้าวใหม่” ถือเป็นอีกหนึ่งเดสติเนชั่นที่คนรักการรับประทานอาหารไม่ควรพลาด เพราะนอกจากคุณจะได้ลิ้มลองอาหารหลากหลายเมนูที่มีรสชาติอาหารที่อร่อยถูกปากแล้ว ยังได้บรรยากาศสบายๆเป็นกันเองเก็บเป็นภาพความทรงจำกลับบ้านไปอีกด้วย ใครสนใจแวะมาเยี่ยมชมร้านและเยี่ยมชิมอาหารกันได้ที่ร้าน”ข้าวใหม่” คอนโดสายลมสวีท พหลโยธิน 32 (เสนานิคม1) แยก 12 เปิดบริการทุกวัน

11.00-15.00 น.และ 16.00-20.00 น.โทรศัพท์ 02-942-9755

ส่งความสุขให้พิเศษกว่าครั้งไหนๆด้วยสินค้า “Gifts & Premium” สปาร์คจอยในสไตล์คุณที่ The Marche’ by STYLE Bangkok

งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น “The Marche’ by STYLE Bangkok” ที่กำลังจะเกิดขึ้น 6-10 ตุลาคมนี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ มาพร้อมคอนเซ็ปต์ My Style My Happiness เพื่อส่งต่อความสุขให้ผู้บริโภค ด้วยการรวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นจากผู้ผลิต ผู้ส่งออกไทยมาจัดแสดงถึง 123 บริษัท รวม 120 คูหา สำหรับใครที่กำลังมองหาของขวัญถูกใจ ดีใจต่อผู้ให้ ประทับใจผู้รับ อย่ารอช้า เชิญมาเลือกซื้อ กันได้ที่โซน Gifts & Premium ซึ่งมีผู้ผลิตสินค้าของขวัญ ของชำร่วย ของเล่น ไปจนถึงเครื่องใช้สำนักงาน มาจัดแสดงถึง 20 บริษัท นี่คือส่วนหนึ่งของสินค้าที่พกมาทั้งความน่ารักและไอเดียสร้างสรรค์…เริ่มต้นที่สินค้าของเล่นที่จะสร้างความสุขให้คนทั้งครอบครัว จาก “ABCO STAR” แบรนด์ที่การันตีคุณภาพมากว่า10 ปี และเป็น ที่ ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ครบครันทั้งของเล่น ตุ๊กตา และผลิตภัณฑ์ของเด็กทำจากผ้าคุณภาพ ด้วยความฝันที่อยากให้เด็กไทยได้เล่นของเล่นที่มีคุณภาพ “ABCO STAR” จึงได้คิดค้นสินค้าของเล่น ที่ส่งต่อความใส่ใจผ่านงานตัดเย็บอันประณีต ไอเดียที่ซ่อนอยู่ในของเล่นเสริมจินตนาการ ที่สำคัญคือมีมาตรฐานและความปลอดภัยสำหรับลูกน้อย ใครที่กำลังมองหาของพรีเมี่ยมเกรดส่งออกเพื่อมอบให้ลูกค้าคนพิเศษ ขอแนะนำร่มสีสันจัดจ้านและกระเป๋าผ้าร่มลวดลายสวยงามจาก “เงินนำโชค กรุ๊ป” ผู้ผลิตสินค้าของขวัญของชำร่วย ที่ได้รับ ความไว้ วางใจจากแบรนด์ชั้นนำทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน หากพูดถึงร่มคุณภาพ ต้องมีชื่อของเงินนำโชคติดแท็กอยู่ในใจใครหลายคน เพราะโดดเด่นตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง เหล็กที่แข็งแรงทนทาน เนื้อผ้า ได้มาตรฐาน แถมยังมีดีไซน์ให้เลือกหลากหลาย พกพาง่าย นอกจากนี้ยังมีกระเป๋าผ้าร่ม ที่ตอบโจทย์เทรนด์สายรักษ์โลกผู้นิยมพกถุงผ้าไม่สร้างปัญหาพลาสติกให้โลกอีกด้วย สาย DIY ไม่ควรพลาดกับผลิตภัณฑ์จาก “PROCRAFT” กับสินค้ากิ๊ฟช้อปและของตกแต่งบ้าน ที่มาพร้อมกิมมิคงานภาพพิมพ์รูปลอก (Decal) และเซ็ตสินค้า DIY ที่ให้ผู้ซื้อได้ จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ เปิดบ้านทำงานคราฟท์ในช่วง Work from Home….. PROCRAFT มีสินค้าขายดีและคุ้นตาผู้ชื่นชอบงานดีไซน์ เช่น ผลิตภัณฑ์ Enamel งานเซรามิกแก้วรูปปลากัดสีสันสะดุดตา ไปจนถึงงานอาร์ต ตกแต่งผนัง ลวดลายไม่ซ้ำใคร สามารถส่งต่อเป็นของขวัญปีใหม่ หรือเก็บไว้เป็นของใช้-ของตกบ้านอวดผู้มาเยือนจากผลงานแฮนด์เมดที่มีชิ้นเดียวในโลก อีกหนึ่งสินค้าโซน Gifts & Premium ที่น่าสนใจ หนีไม่พ้นกระเป๋าสุดชิคจาก THREE ONE ONE ( T-II ) จากเครือ SINGTHONG NECKWEAR กระเป๋าสีสันเตะตา ที่นอกจากจะสวย แล้วยังมาพร้อมคุณสมบัติ มัลติฟังก์ชั่น ทั้งกันน้ำและมีขนาดกะทัดรัดแต่สามารถบรรจุสัมภาระได้มากและรับน้ำหนักแบบจุใจ THREE ONE ONE มาพร้อมคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดพร้อมเปิดตัวครั้งแรกที่งาน The Marche’ by STYLE Bangkok” กับกระเป๋ารุ่น Tovali (ทูวาลี่) ผลิตจากวัสดุเก็บรักษาอุณหภูมิร้อน-เย็นคุณภาพดี ทำความสะอาดง่าย สามารถแยกชิ้นส่วนได้และมีน้ำหนักเบา ส่งท้ายด้วยสินค้าจาก “THEPSIRI CRAFT” พวงกุญแจหนังรูปสัตว์ 3 มิติสุดน่ารัก ด้วยดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร นำไปใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชั่น ทำจากวัสดุหนังวัวและหนังควายฟอกฝาดคุณภาพสูง ผสานกับ ฝีมือช่างในการพับ ดัดหนังและขึ้นรูป ก่อนลงสีอย่างบรรจงเป็นรูปทรงสัตว์ต่างๆ เช่น กวาง ยีราฟ แพนด้า ปลากระเบน และอีกมากมาย จึงเป็นหนึ่งในสินค้าพรีเมี่ยมจากไทย ที่ได้รับความนิยมในหมู่ชาวต่างชาติ ที่ต้องการซื้อของขวัญ ของฝากกลับบ้าน ครบครันทุกไอเทมของขวัญ ของชำร่วย ของเล่น และอีกมากมาย รอส่งต่อความสุขในสไตล์ของคุณที่งานแสดงสินค้า The Marche’ by STYLE Bangkok จัดระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคมนี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com Facebook และ Instagram Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงกรมการค้าระหว่างประเทศ 1169

พาณิชย์ลุยไม่ยั้งจัดเจรจาการค้าออนไลน์ตลาดเอเชียใต้เผยเตรียมผุดโครงการใหม่รับปีงบ 65 หวังกระตุ้นตลาดต่อเนื่อง

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์รุกตลาดเอเชียใต้ต่อเนื่องตามนโยบายเร่งรัดส่งออกยุค New Normal ของ รนม. และรมว. จุรินทร์ฯ ซึ่งเฉพาะไตรมาสสุดท้ายปีงบประมาณ 2564 ลุยจัดเจรจาการค้าออนไลน์ต่อเนื่อง 3 โครงการ คาดสร้างมูลค่าการค้ารวมไม่ต่ำกว่า 650 ล้านบาทภายใน 1 ปี หวังกระตุ้นยอดส่งออกไทยในตลาดเอเชียใต้เติบโตไม่สะดุดท่ามกลางวิกฤติโควิด-19

​นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ถึงแม้สถานการณ์ของโควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลายกลับเป็นปกติ จะส่งผลกระทบต่อการจัดโครงการส่งเสริมการค้าต่าง ๆ ของกรม แต่กรมก็ยังคงมุ่งมั่นในการเป็นตัวกลางอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการไทยและผู้นำเข้าได้มีโอกาสเจรจาการค้าระหว่างกัน ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ที่ต้องการเร่งรัดการส่งออกในยุค New Normal รวมถึงการขยายการส่งออกของไทยไปยังเมืองรองของประเทศคู่ค้าสำคัญด้วย

ในส่วนของภูมิภาคเอเชียใต้ นับเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกสำคัญที่กรมให้ความสนใจมาโดยตลอด ด้วยขนาดของตลาดที่มีประชากรรวมกันเกินกว่า 1,800 ล้านคน โดยเฉพาะอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้มีประชากรเกินกว่า 1,300 ล้านคน และประกอบด้วยชนชั้นกลางรายได้ปานกลางถึงสูงกว่า 400 ล้านคน โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ 2564 ที่ผ่านมานั้น กรมได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) รวม 4 แห่ง ได้แก่ สคต. ณ เมืองมุมไบ/กรุงนิวเดลี/เมืองเจนไน/อินเดีย และสคต. ณ กรุงธากา บังกลาเทศ ปรับตัวรับสถานการณ์โควิด-19 จัดกิจกรรมเจรจาการค้ารูปแบบออนไลน์ (OBM) รวม 3 โครงการ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายธุรกิจสู่ตลาดเอเชียใต้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางข้อจำกัดในการเดินทาง ประกอบด้วย

  1. โครงการผลักดันการค้าในตลาดเอเชียใต้ เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมและ สคต. ทั้ง 4 แห่ง ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ งานสัมมนาออนไลน์ (Webinar) ให้ความรู้เบื้องต้นถึงลักษณะเฉพาะของตลาดเอเชียใต้ จากนั้นเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการนำเสนอสินค้า (Product Pitching) ในกลุ่มสินค้าต่างๆ ได้แก่ เครื่องสำอาง สุขภาพและความงาม อาหารแปรรูป/อาหารพร้อมรับประทาน ของใช้ภายในบ้าน อาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง เคมีภัณฑ์ เพื่อคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมเข้าร่วมกิจกรรม OBM ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน 2564 โดยให้ผู้ประกอบการไทยส่งสินค้าตัวอย่างให้ผู้นำเข้าได้เห็นและสัมผัสสินค้าจริง หรือทดลองใช้สินค้าก่อนนัดหมายเจรจาการค้า เกิดคู่เจรจาการค้า รวม 96 คู่ และคาดการณ์มูลค่าสั่งซื้อภายในช่วง 1 ปี ประมาณ 3 ล้านบาท
  2. โครงการ Thailand Week Online ในอินเดียตะวันตก ดำเนินการโดย สคต. มุมไบ ระหว่างวันที่ 20,22 และ 23 กรกฎาคม 2564 โดยผู้ประกอบการไทยจัดส่งสินค้าตัวอย่างให้ผู้นำเข้าได้เห็นและสัมผัสสินค้าจริง หรือทดลองใช้สินค้าก่อนนัดหมายเจรจาการค้าเช่นเดียวกัน เน้นผู้นำเข้าอินเดียตะวันตกทั้งเมืองหลักและเมืองรอง รวม 6 รัฐ ได้แก่ รัฐมหาราษฏระ คุชราต มัธยประเทศ กรณาฏกะ เกรละ และกัว โดยเกิดคู่เจรจาการค้า รวม 399 คู่ คาดการณ์มูลค่าสั่งซื้อภายใน ช่วง 1 ปี ประมาณ 640 ล้านบาท สินค้าที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ อาหารพร้อมรับประทาน อาหารมังสวิรัติ ขนมขบเคี้ยว น้ำผลไม้ ผลไม้อบกรอบ ครีมทากันยุง สบู่และครีม น้ำมันอาบน้ำ น้ำหอมและโลชั่น รองเท้าแตะ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก เป็นต้น
  3. โครงการ Thai-India Trade Connect 2021 ดำเนินการโดย สคต. เจนไน ระหว่างวันที่ 18-20 สิงหาคม 2564 เกิดคู่เจรจาการค้า รวม 150 คู่ และคาดการณ์มูลค่าสั่งซื้อภายใน 1 ปี ประมาณ 10.3 ล้านบาทสินค้าที่ได้รับความสนใจจากผู้นำเข้าแถบอินเดียใต้ ได้แก่ ผลไม้สดและอบแห้ง ทุเรียน ขนมขบเคี้ยว ซอสปรุงรส สบู่ โฟมล้างหน้าชนิดผง น้ำมันนวดผสมไพล ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับเด็ก ผลิตภัณฑ์บรรจุอาหารชีวภาพ เส้นใยด้าย พื้นไม้ เครื่องสำอาง เป็นต้น

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2565 ที่จะเริ่มต้นเดือนตุลาคมนี้ กรมยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าดำเนินโครงการส่งเสริมการค้าในตลาดเอเชียใต้อย่างต่อเนื่อง โดยนอกเหนือจากกิจกรรม OBM ในกลุ่มสินค้าต่าง ๆ แล้ว ยังเตรียมแผนดำเนินโครงการสำคัญต่าง ๆ อาทิ งานแสดงสินค้า Top Thai Brands ณ เมืองปูเน่ อินเดีย และกรุงธากา บังกลาเทศ กิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าไทยผ่านช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ร่วมกับซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ รายใหม่ในอินเดีย เช่น Namdhari เป็นต้น

ผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมอื่น ๆ ของกรม สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เว็บไซต์ http://www.ditp.go.th เฟสบุ๊ก: กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ DITP หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วน 1169
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ http://www.ditp.go.th E-mail: ditp.southasia@gmail.com


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
2 ตุลาคม 2564

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ปรับเวลาปิดให้บริการรถไฟฟ้า เป็น 22.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่าตามมติที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (ศบค.) ครั้งที่ 15/2564 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2564 ที่ผ่านมามีมติคลายล็อกดาวน์ ซึ่งกำหนดห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานในเวลากลางคืนจากเดิมกำหนดไว้ 21.00 – 04.00 น. ปรับไปเป็น เวลา 22.00 – 04.00 น. ตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นั้น

ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับมติข้างต้น บริษัทจึงเปลี่ยนแปลงเวลาให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เป็นเวลา 05.30 – 22.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป โดยรถไฟขบวนสุดท้ายจะออกจากสถานีต้นทางคือ สถานีพญาไท และสถานีสุวรรณภูมิ เวลา 21.30 น. และจะถึงสถานีปลายทางเวลา 22.00 น.

ทั้งนี้ตามที่บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารในคลองแสนแสบได้ออกประกาศหยุดให้บริการในวันที่ 29 กันยายน 2564 เนื่องจากนำพนักงานทั้งหมดเข้ารับวัคซีน เข็มที่ 3 ที่สถานีกลางบางซื่อ และจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 30 กันยายน 2564 นั้น บริษัทฯขอแจ้งประชาสัมพันธ์สำหรับผู้โดยสารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่ใช้บริการเชื่อมต่อเรือโดยสารคลองแสนแสบโปรดวางแผนการเดินทางของท่านเพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สะดวกในช่วงดังกล่าว

ส่วนงานบริการลูกค้าสัมพันธ์ Call Center 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ http://www.srtet.co.th , http://www.facebook.com/AirportRailLink และ Twitter : Airport Rail Link

https://www.srtet.co.th/index.php/th/

DITP หนุนสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นเติบโตฟื้นฟูเศรษฐกิจพร้อมจัด The Marche’ by STYLE Bangkok6-10 ตุลาคมนี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เตรียมจัด “The Marche’ by STYLE Bangkok” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นมิติใหม่แบบ New Normal เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ไทยตามนโยบายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและการส่งออกเชิงรุกพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศในช่วงโควิด โดยกำหนดจัดงาน ระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคม 2564 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวระหว่างงาน
แถลงข่าว ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลเวิลด์ ว่า “อุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทยมีศักยภาพและได้รับการยอมรับในเวทีโลก ทั้งด้านวัตถุดิบในการผลิตที่หลากหลาย และผู้ประกอบการไทยที่มีฝีมือปราณีต จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ไทยที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งาน และมีศักยภาพ ได้รับการยอมรับจากผู้ซื้อ/ผู้บริโภคทั่วโลก การส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2564 สินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น สร้างมูลค่าการส่งออกรวมกว่า 2.4 แสนล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563
ที่ผ่านมา”

รองอธิบดีฯ นันทพงษ์ เสริมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้การจัดงาน STYLE Bangkok 2021 ซึ่งเดิมกำหนดไว้ในช่วงเดือนมีนาคมต้องเลื่อนออกไป ทางกรมฯ เล็งเห็นความสำคัญและโอกาสของสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่จะช่วยฟื้นฟูการเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงจัด The Marche’ by STYLE Bangkok ขึ้นทดแทน

“การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME และเพื่อเร่งรัดการส่งออกยุค New Normal ให้ยังคงสามารถพบปะสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ และเจรจาการค้ากับผู้ซื้อกลุ่มเป้าหมาย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จึงได้สร้างช่องทางและเวทีการค้าแบบไฮบริด ภายใต้โครงการ “The Marché by STYLE Bangkok” เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ และสร้างรายได้ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถฝ่าวิกฤติในครั้งนี้ไปให้ได้ ซึ่งเป็นไปตามแผนนโยบายหลักที่ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้แนวทางไว้”

กิจกรรมภายใต้โครงการ “The Marché by STYLE Bangkok” แบ่งออกเป็น 2 กิจกรรมหลัก คือ กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าออนไลน์ โดยมีทูตพาณิชย์ทั่วโลกเป็นผู้เชื่อมโยงการจับคู่ จัดขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 23 – 25 สิงหาคมที่ผ่านมา  ส่วนกิจกรรมที่ 2 คือ งานแสดงสินค้า “The Marché by STYLE Bangkok” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 10 ตุลาคม นี้ โดยภายในงาน จะมีการจัดแสดงสินค้าจากแบรนด์สินค้าคุณภาพส่งออกชั้นนำ ผู้ผลิตตัวจริงถึง 123 ราย ครอบคลุมสินค้าแฟชั่น เคหะสิ่งทอ เครื่องหนัง ของขวัญ ของชำร่วย ของตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ในครัวเรือน เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์สปา สินค้ามีดีไซน์ ตลอดจนสินค้าของเล่น และในช่วงที่ใกล้เทศกาลปีใหม่ ใครที่กำลังมองหาของขวัญพรีเมี่ยม ของขวัญปีใหม่ก็สามารถเลือกซื้อเลือกชมได้ภายในงาน นอกจากนี้ กรมฯ ให้ความสำคัญกับข้อปฏิบัติภายใต้มาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีการรักษาระยะห่าง มาตรการสุขอนามัย การจัดเตรียมจุดตรวจเช็คอุณหภูมิ จุดตรวจคัดกรอง เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน

นอกจากนี้ ในวันพิธีเปิดงาน 6 ตุลาคม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด จะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกัน เพื่อร่วมสนับสนุนและผลักดันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งในด้านการพัฒนา และสร้างช่องทางตลาดทั้งในและต่างประเทศผ่านกลุ่มธุรกิจเซ็นทรัล เป็นระยะเวลาถึง 5 ปีอีกด้วยครับ

ภายในงานแถลงข่าว ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “ก้าวต่อไปของสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทย เดินต่ออย่างไรไม่ให้เป็นวงกลม” โดยวิทยากรที่มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ของไทยให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตในยุค New Normal ได้แก่ คุณจิรชัย ตั้งกิจงามวงศ์ กรรมการผู้จัดการด้านการตลาดวิจัยและพัฒนา บริษัทอุตสาหกรรม ดีสวัสดิ์ จำกัด คุณภาณุเดช
วัฒนสุชาติ นักแสดง พิธีกรและนักออกแบบตกแต่งภายใน และคุณธันยวัฒน์ ทั่งตระกูล Co-founder บริษัทธาอีส อีโคเลทเธอร์ จำกัด พร้อมแฟชั่นโชว์นำโดยดารา/นายแบบสุดฮอต “ฟิลลิปส์ ทินโรจน์”

The Marche’ by STYLE Bangkok จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคมนี้ ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานแสดงสินค้าที่เซ็นทรัลเวิลด์หรือชมถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ ในวันที่ 6 และ 7 ตุลาคม ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.stylebangkokfair.com Facebook และ Instagram Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงกรมการค้าระหว่างประเทศ 1169


* * * * * * * *

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น