ผอ.อาร์ต รถไฟฟ้า จัดโปรส่งมอบความสุขเย็นฉ่ำ ต้อนรับวันพ่อ

นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด จัดโปรเย็นฉ่ำ ต้อนรับวันพ่อ ส่งมอบความสุขบัตรไอศกรีม Swensen’s สำหรับ 300 คู่พ่อลูก ฟรี และ ของขวัญอื่นๆ อีกกว่า 1,000 รางวัล ใจป้ำกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว 5 ธค. นี้ชวนแด๊ดดี้มาที่ สถานีดอนเมือง

Call Center1690 ตลอด 24ชม.
#รถไฟฟ้าสายสีแดง
#ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

DITP เดินหน้าจับมือ 6 หน่วยงานพาณิชย์ปั้นผู้ประกอบการ BCG กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เดินหน้าโครงการ “เศรษฐกิจแพลตฟอร์มขับเคลื่อนประเทศไทย

สู่ผู้นำ BCG ยุคใหม่” ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำโดย 6 หน่วยงานพาณิชย์ ลุยจัดกิจกรรม ช่วยพัฒนาคน สินค้า ทำประชาสัมพันธ์ และเพิ่มช่องทางการตลาดผ่านออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งเป้าผู้ประกอบการได้ประโยชน์กว่า 1,600 ราย สร้างมูลค่าการค้ากว่า 517 ล้านบาท ตอบสนองวาระแห่งชาติการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG Model) ​นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้มีการหารือกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการค้าต่างประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมการค้าภายใน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ขับเคลื่อนโครงการ “เศรษฐกิจแพลตฟอร์มขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ผู้นำ BCG ยุคใหม่” ร่วมกัน ในปี 2565 จะร่วมมือกันดำเนินกิจกรรม เพื่อผลักดันและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยปรับตัวสู่การเป็นผู้ประกอบการ BCG และใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางการตลาด ตั้งเป้ามีผู้ประกอบการได้ประโยชน์กว่า 1,600 ราย และสร้างมูลค่าการค้ารวมกว่า 517 ล้านบาท แผนปฏิบัติการโครงการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ระยะ และมีสินค้านำร่องเป้าหมาย 5 กลุ่ม คือ อาหารแห่งอนาคต อาหารสัตว์เลี้ยง บรรจุภัณฑ์ ไลฟ์สไตล์ เครื่องสำอางสมุนไพร โดย ระยะที่ 1 จะเน้นการพัฒนาคนและสินค้า และส่งเสริมการใช้นวัตกรรม ซึ่งกิจกรรมด้านการพัฒนาคน จะมีการปรับหลักสูตรของสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) โดยเพิ่มความรู้เกี่ยวกับ BCG เช่น หลักสูตรเกษตรทันสมัย พาณิชย์ขายให้ ออนไลน์ทั่วโลก, หลักสูตรยกระดับผู้ประกอบการสู่เศรษฐกิจกระแสใหม่ (Up skill & Re skill) รวมถึงหลักสูตร E-Learning

ส่วนกิจกรรมด้านการพัฒนาสินค้าและนวัตกรรม อาทิ โครงการบ่มเพาะแบรนด์ผู้ประกอบการ BCG, โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรสู่ตลาดต่างประเทศ, โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ของไทยในส่วนภูมิภาคสู่ตลาดโลก, โครงการพัฒนาสินค้าผ้าไทยสู่ตลาดโลกด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน, โครงการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการแฟชั่น “Qurated Fashion Incubation Project 2022”, โครงการพัฒนาผู้ประกอบการ 5 จังหวัดชายแดนใต้เพื่อการค้าระหว่างประเทศ และโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปสู่ตลาดโลก ระยะที่ 2 จะเน้นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้า BCG ของไทย โดยจะมีการจัดทำและเผยแพร่ สื่อประชาสัมพันธ์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น โครงการส่งเสริมแบรนด์ประเทศด้านการค้า BCG ภายใต้แคมเปญ BCG #BetheChange การนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเป้าหมาย โดยเฉพาะด้านการออกแบบ แฟชั่น และอาหารแห่งอนาคต เป็นต้น และระยะที่ 3 จะเน้นส่งเสริมการขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่เป็นแพลตฟอร์มพันธมิตรของหน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์ รวมถึง Thaitrade.com ภายใต้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ การเชื่อมโยง Thaitrade.com ให้เข้าถึงระดับชุมชนผ่านการประสานงานกับวิสาหกิจเพื่อสังคมที่มีศักยภาพ และการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจทางออนไลน์ (OBM) ระหว่างผู้นำเข้ากับผู้ส่งออกสินค้า BCG “กรมฯ มั่นใจว่า การบูรณาการขับเคลื่อนโครงการ “เศรษฐกิจแพลตฟอร์มขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ผู้นำ BCG ยุคใหม่” ร่วมกับหน่วยงานต่างๆในกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีภารกิจด้านส่งเสริมการค้าทั้งใน ประเทศ และต่างประเทศ จะช่วยยกระดับโครงการให้สามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม และช่วยเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการ BCG ของประเทศในกลุ่มสินค้าเป้าหมาย 5 กลุ่ม ให้มีมากขึ้น และช่วยให้สินค้า BCG ของไทยเปิดตัวออกสู่ตลาดต่างประเทศ และนำรายได้เข้าประเทศได้มากขึ้น รวมทั้งยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความเป็น BCG Economy ที่เป็นวาระแห่งชาติด้วย” นายภูสิตกล่าว

​​สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ http://www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
2 ธันวาคม 2564

รฟฟท. จับผู้ต้องสงสัยลักลอบตัดสายใยแก้วนำแสง ( Fiber Optical ) รถไฟฟ้าชานเสืองสายสีแดง ได้พร้อมของกลางที่สถานีรถไฟฟ้าบางบำหรุ

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด จับผู้ต้องสงสัยลักลอบตัดสายใยแก้วนำแสง ( Fiber Optical ) รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้พร้อมของกลางที่สถานีบางบำหรุ พร้อมประสานนำตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 1 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สถานีรถไฟฟ้าบางบำหรุ ได้ออกตรวจพื้นที่บริเวณเส้นทางเดินรถไฟฟ้าสายบางซื่อ – ตลิ่งชัน พบผู้ต้องสงสัย 3 คนกำลังแบกกระสอบอยู่บริเวณดังกล่าว จึงได้ทำการแสดงตัว เพื่อขอตรวจสอบ ปรากฏว่าทั้ง 3 คนได้ทำการหลบหนี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงได้ออกติดตาม พบกระสอบบรรจุสายใยแก้วนำแสง ( Fiber Optical ) ที่ปอกเปลือกสายแล้วจำนวนมาก และสามารถจับผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน จึงติดต่อประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เกิดเหตุ เพื่อนำตัวไปสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวน สามารถจับผู้ต้องสงสัยลักลอบตัดสายใยแก้วนำแสง ( Fiber Optical ) ได้เพิ่มเติมอีก 1 คน และกำลังดำเนินการตามจับคนที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในการให้บริการแก่ผู้โดยสาร บริษัทจึงงดให้บริการเดินรถในเส้นทางบางซื่อ-ตลิ่งชัน เป็นการชั่วคราว เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการตรวจสอบความเสียหาย เนื่องจากสายใยแก้วนำแสง ( Fiber Optical ) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบโทรคมนาคม ระบบอาณัติสัญญาณ และ ระบบ SCADA ของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ก่อนจะกลับมาให้บริการตามปกติ ซึ่งหลังจากนี้บริษัทยังคงเข้มงวดในการส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราตามเส้นทางการให้บริการ เพื่อป้องกันการลักลอบตัดสายใยแก้วนำแสง ( Fiber Optical ) ของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงต่อไป

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงจัดกิจกรรมพิเศษต้อนรับ “วันพ่อแห่งชาติ”

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงจัดกิจกรรมพิเศษต้อนรับ “วันพ่อแห่งชาติ” ชวนคุณพ่อ-คุณลูก ร่วมสนุกลุ้นรับบัตรของขวัญจากร้านไอศกรีม Swensen’s พร้อมรางวัลอื่นๆกว่า 1,000 รางวัล ที่สถานีรถไฟฟ้าดอนเมืองรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงมอบของขวัญในวันพ่อแห่งชาติ วันที่ 5 ธันวาคม 2564 จัดกิจกรรมพิเศษให้คุณพ่อคุณลูกได้ร่วมสนุกลุ้นรับบัตรของขวัญจากร้านไอศกรีม Swensen’s มูลค่า 200 บาท และรางวัลอื่นๆอีกมากมายกว่า 1,000 รางวัล ที่สถานีรถไฟฟ้าดอนเมือง

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่าเพื่อเป็นการมอบของขวัญให้ผู้โดยสาร เนื่องในโอกาสวันพ่อแห่งชาติ และเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว บริษัทจึงได้จัดกิจกรรมพิเศษ ให้คุณพ่อคุณลูกได้ร่วมสนุกกับกิจกกรมส่งเสริมการตลาดสุดพิเศษ ลุ้นรับบัตรของขวัญสุดพรีเมี่ยม ให้คุณลูกพาคุณพ่อไปรับประทานไอศกรีมที่ร้าน Swensen’s จำนวน 300 รางวัล มูลค่า รางวัลละ 200 บาท พร้อมรางวัลอื่นๆมากมายกว่า 1,000 รางวัล ตั้งแต่เวลา 8.00 น. เป็นต้นไป ที่สถานีรถไฟฟ้าดอนเมือง ในวันที่ 5 ธันวาคม 2564

หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

DITP ร่วมมือกับสมาคมไทยไอโอที สนับสนุนผู้ประกอบการ Tech Startup เข้าร่วมงานแสดงสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลก Consumer Electronics Show (CES 2022)

​นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่าจากนโยบายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์ ด้านการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศนั้น กรมฯ และสมาคมไทยไอโอทีได้ร่วมกันสนับสนุนสตาร์ทอัพไทย จำนวน 9 ราย เข้าร่วมงานแสดงสินค้า Consumer Electronics Show (CES 2022) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 8 มกราคม 2565 มีกิจกรรมต่างๆ อาทิ ปาฐกถาพิเศษ การประชุมสัมมนา และเวทีแชร์ประสบการณ์ต่างๆ

​งาน Consumer Electronics Show หรือ CES เป็นงานแสดงสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมของทุกปี ณ เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายในงานมีการนำเสนอนวัตกรรม เทคโนโลยี และซอฟต์แวร์ที่เป็นผลงานสร้างสรรค์จากสตาร์ทอัพชั้นนำสู่เวทีโลก รวมถึงมีเวทีเสวนาเพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและวิสัยทัศน์สำหรับอนาคตของอุตสาหกรรมจากผู้บริหารระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ
​งานแสดงสินค้า CES 2021 ในปีที่ผ่านมา จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 54 และเป็นครั้งแรกที่จัดงานในรูปแบบออนไลน์ มีผู้ลงทะเบียนเข้าชมงานกว่า 59,417 ราย และผู้เข้าร่วมแสดงผลงานกว่า 1,960 บริษัท จาก 46 ประเทศทั่วโลก มีผู้ประกอบการสตาร์ทอัพไทยเข้าร่วมงานทั้งสิ้นจำนวน 10 ราย อาทิ บริษัท Bederly Co., Ltd (เตียงและที่นอนอัจฉริยะ สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง) บริษัท SpaceZab Company (เทคโนโลยีเครื่องฟอกอากาศจากพืช โดยใช้เทคโนโลยีอวกาศ Reegreen) บริษัท Obodroid Corporation (เทคโนโลยีหุ่นยนต์อัจฉริยะเพื่อรักษาความปลอดภัย) เป็นต้น ทั้งนี้ เกิดการจับคู่การเจรจาการค้าทั้งสิ้น 78 คู่ และจากการประเมินเบื้องต้น
มีมูลค่าที่คาดว่าจะสั่งซื้อภายใน 1 ปี คิดเป็นมูลค่ารวม 2.73 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 81.7 ล้านบาท)
​การเข้าร่วมงาน CES ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของสตาร์ทอัพไทยที่จะได้เรียนรู้ เข้าใจแนวโน้มเทคโนโลยี แห่งอนาคต สามารถพัฒนาช่องทางขยายโอกาสทางการตลาด สร้างเครือข่ายกับพันธมิตรทางธุรกิจในต่างประเทศ รวมถึงประชาสัมพันธ์ส่งเสริมภาพลักษณ์ธุรกิจ Startup ไทยได้เป็นอย่างดี


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
1 ธันวาคม 2564

DITP เผย 10 เทรนด์อาหารมาแรงในตลาดแคนาดาประจำปี 2565



กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผย 10 เทรนด์อาหารที่มีแนวโน้มเติบโตในตลาดแคนาดาประจำปี 2565 พบส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการสูง มุ่งปกป้องสิ่งแวดล้อม ระบุผู้ผลิต ผู้ส่งออกไทยควรศึกษาและนำมาปรับใช้ในการผลิต เพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งออก แนะใช้ข้อได้เปรียบด้านสมุนไพร นำมาผลิตเป็นอาหาร แทนที่จะส่งออกเป็นวัตถุดิบอย่างเดียว
นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ถึงเทรนด์ตลาดสินค้าอาหารสุขภาพในแคนาดา ปี 2565 แล้ว หลังจากที่ได้มอบหมายให้ทำการศึกษาแนวโน้มการทำตลาดให้กับสินค้าไทย ตามนโยบายนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยทูตพาณิชย์ได้ทำการศึกษาและรวบรวมอาหารที่มีแนวโน้มเติบโตได้จำนวน 10 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารที่มีคุณค่าโภชนาการสูง มีสารอาหารและวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย และเป็นสินค้าที่ให้คุณค่าเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
โดยสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตทั้ง 10 รายการ ได้แก่ 1.รสส้มยูสุ (Yuzu) เพราะจุดเด่นของรสชาติส้มที่ไม่หวานมากนัก แต่มีกลิ่นความหอมจากส้มโดยเฉพาะ อีกทั้งสรรพคุณที่มีวิตามินซีสูง ส้มยูสุจะกลายเป็นรสชาติที่ผู้ผลิตอาหารหลายรายเลือกมาใช้แต่งกลิ่นและรสชาติอาหารสำหรับปี 2565 อาทิ น้ำส้มสายชูหมัก ไอศกรีม มายองเนส เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อัดก๊าซ (Hard Seltzers) และสามารถสะท้อนความต้องการผู้บริโภคในด้านสุขภาพที่ดีได้อย่างลงตัว
2.Ultraurban Farming การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์หรือการปลูกผักไร้ดิน เพราะระบบการปลูกผักวิธีนี้
จะช่วยประหยัดน้ำมากกว่าการปลูกผักในดินปกติไม่น้อยกว่า 10 เท่า และยังป้องกันมลพิษที่จะเกิดขึ้นในพื้นดินจากการใช้สารเคมี โดยปัจจุบันจึงกลายเป็นวิธีการที่นิยมปลูกกันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเกษตรกรมีการนำเทคโนโลยี
การจัดการมาใช้ที่ทำให้พืชผักมีความสะอาด และสามารถเพิ่มปริมาณผลผลิต มากขึ้น ส่งผลให้สามารถป้อนผลผลิตสู่ตลาดอาหารในวงกว้างได้
3.Reducetarianism สนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์และเกษตรกรรมยั่งยืนมากขึ้น โดยการลดปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากวัวและไข่ที่มาจากการเลี้ยงในเชิงอุตสาหกรรม แต่เลือกซื้อเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่เลี้ยงตามธรรมชาติ อาทิ เนื้อวัวจากวัวที่เลี้ยงในทุ่ง หญ้า ไข่จากแม่ไก่ที่จะปล่อยอิสระหาอาหารจากธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งเทรนด์การเลือกซื้อเช่นนับว่าเป็นการเสริมสร้าง สุขภาพที่ดี ลดการทำลายสิ่งแวดล้อมและทารุณกรรมจากการเลี้ยงสัตว์
4.ดอกชบา (Hibiscus) โดยได้รับการยอมรับว่ามีคุณสมบัติที่มีประโยชน์ต่อการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ด้วยรสชาติรสเปรี้ยวเล็กน้อย และอุดมด้วยวิตามินซี ผู้ประกอบการอาหารจึงเลือกนำมาเป็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อาทิ ใส่ในชา โยเกิร์ต แยมผลไม้
5.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไร้แอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 0% ซึ่งขณะนี้ตลาดแคนาดาพบดีมานด์ตลาดเครื่องดื่มกลุ่มนี้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงการเกิดวิกฤตโควิด-19 ที่ผู้บริโภคมองหาเครื่องดื่มใหม่ ๆ เพื่อดื่มทดแทนเบียร์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่น ๆ สำหรับกลุ่มคนที่ไม่อยากได้รับผลกระทบจากแอลกอฮอล์ แต่ยัง
คงได้ประสบการณ์การดื่มที่สนุก ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ
6.ธัญพืชจากฟาร์มรักษ์โลก จากแนวคิดที่ผู้บริโภคต้องการสนับสนุนการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นกระแสรักษ์โลกที่มาแรงไม่หยุด ผู้ประกอบการค้าปลีกจึงต้องสรรหาวัตถุดิบที่มาจากฟาร์มเหล่านั้น เพื่อตอบโจทย์กับกลุ่มผู้บริโภคนั้นให้ได้ เพราะเชื่อว่าเป็นอีกปัจจัยที่ผู้บริโภคจับตามอง องค์กรธุรกิจในทุกวันนี้กับกิจกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมในลักษณะต่าง ๆ
7.เมล็ดทานตะวันธัญพืชเพื่อสุขภาพ จัดว่าเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย จึงได้กลายเป็น ส่วนประกอบที่ผู้ผลิตอาหารเลือกนำมาใช้สำหรับขนมขบเคี้ยว ไอศกรีม ชีสสำหรับเทรนด์อาหารใหม่ ๆ
8.ใบมะรุม (Moringa) เป็นพืชกำเนิดในแถบใต้เชิงเขาหิมาลัยและในทวีปแอฟริกา โดยมะรุมเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณในหลายด้าน และผู้ประกอบการได้มีการนำมาแปรรูปแบบผงแห้ง เพื่อให้ง่ายต่อการเป็นวัตถุดิบในอาหารและเครื่องดื่ม เช่น เครื่องดื่มสมูทตี้ ซอส ขนมอบ โปรตีนบาร์ และอื่น ๆ
9.เครื่องดื่มน้ำผลไม้ผสมโซดาในแบบ Functional อาทิ โซดาสูตรผสมโปรไบโอติกส์ หรือน้ำโทนิคผสม
พรีไบโอติกส์ โดยทั้งสองอย่างนั้น คือ จุลินทรีย์ชนิดดีที่มาแรงในวงการอาหาร โดยจัดเป็นกลุ่มอาหารที่เรียกว่า
ซูเปอร์ฟู้ด อาหารที่มีคุณค่าโภชนาการสูง และมีคุณประโยชน์ด้านระบบย่อยอาหารเพื่อตอบสนองลูกค้าที่ต้องการสิ่งใหม่ ๆ เพื่อสุขภาพ อย่างแท้จริง
10.สมุนไพรขมิ้นชัน (Trumeric) ได้กลายเป็นสมุนไพรที่นิยมในอุตสาหกรรมยาและอาหารมาเมื่อไม่นานนี้ เนื่องด้วยมีสารช่วยต้านอนุมูลอิสระอยู่ในตัวสมุนไพรที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดความเสื่อมของร่างกาย และยังมีสรรพคุณที่ช่วยปรับและกระตุ้นระบบย่อยอาหารในร่างกาย ผู้ประกอบการอาหารจึงเลือกนำมาเป็นเครื่องปรุงและส่วนผสมในเมนูใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประโยชน์ให้กับอาหารที่รับประทาน เช่น ซีเรียล ขมิ้น ชันสมูทตี้ กะหล่ำปลีเปรี้ยว
“จากเทรนด์แนวโน้มอาหารปี 2565 ของแคนาดา ส่วนใหญ่เน้นเรื่องคุณค่าทางโภชนาการ การให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม การลดขยะจากอาหาร ผู้ผลิต ผู้ส่งออกของไทย ที่ทำตลาดแคนาดา ควรศึกษาและนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับใช้ในการผลิตอาหารของไทย โดยเฉพาะการใช้วัตถุดิบสมุนไพรที่ไทยมีอยู่เป็นจำนวนมาก มาเพิ่มมูลค่าในอาหาร แทนที่จะส่งออกเป็นวัตถุดิบโดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่า และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าอาหารไทยเข้าสู่ตลาดแคนาดาได้เพิ่มขึ้น รวมถึงตลาดโลกอื่น ๆ” นายภูสิตกล่าว
สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ http://www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
29 พฤศจิกายน 2564

ไอเทมสุดคูล! วันนี้วันเดียวเท่านั้น…เพียงเปิดบัตรโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงทุกประเภท

แจกฟรี !!!! ซองหนังใส่บัตรพร้อมสายห้อยคอ ออกแบบพิเศษ ผลิตจากวัสดุหนัง ตัดเย็บปราณีต เมื่อเปิดบัตรโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงทุกประเภท วันนี้วันเดียวเท่านั้น #จำนวนจำกัด1000ชุด รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง ☎️ 1690 ตลอด 24 ชม.
#VeryLimitedEdition

ผอ.อาร์ต รถไฟฟ้า แสดงความยินดีช่อง7สี ร่วมบริจาคอุปกรณ์กีฬา

นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง) ร่วมบริจาคอุปกรณ์กีฬา เพื่อนำไปบริจาคให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์กีฬาที่จะใช้ในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีและขอแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสช่อง 7 สี ก้าวเข้าสู่ปีที่ 55 ด้วย

ผอ.อาร์ต รถไฟฟ้า รับรางวัลเกียรติคุณ บุคคลต้นแบบ ที่ทรงคุณค่าของสังคมไทย ประจำปี 2564 (รางวัลพระกินรี)

วันนี้เมื่อเวลา ๑๖.๐๐ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง ๕ ออกอากาศรายการพิเศษโครงการเทิดพระเกียรติองค์ราชัน งานประทานรางวัลเกียรติคุณ โดยมี

นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้รับรางวัลพระกินรี “คนดีของแผ่นดินผู้ทำคุณประโยขน์ต่อสังคมและประเทศชาติดีเด่น” ครั้งที่ ๑๑ ประจำปี ๒๕๖๔

งานประกาศเกียรติคุณ ยกย่องบุคคลต้นแบบ ที่ทรงคุณค่าของสังคมไทย ประจำปี 2564

ประธานมอบรางวัลทรงคุณค่านี้
พณฯท่านพลเอก พิจิตร กุลละวณิชย์
อดีตองคมนตรี ในรัชกาลที่ ๙ ประธานอำนวยการโครงการ ฯ สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ คุณรัฐ ริมธีรกุล คณะทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

#กินรีตัวที่สองครับ  https://bit.ly/3FQq6xV

DITP พร้อมจัดงาน “Phuket Gems & Jewelry Fest”8-12 ธ.ค. ’64 นี้ ณ จังหวัดภูเก็ตตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจและมูลค่าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย

​กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ประกาศความพร้อมจัดงาน“Phuket Gems & Jewelry Fest by Bangkok Gems and Jewelry Fair” ผสาน 2 กิจกรรม ได้แก่ Online Business Matching จัดระหว่าง 29 พ.ย.-5 ธ.ค. และ Mini Exhibition จัดแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากผู้ส่งออกไทยชั้นนำ 50 ราย ระหว่าง 8-12 ธ.ค. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล จังหวัดภูเก็ต ตั้งเป้าช่วยเหลือผู้ส่งออกไทยหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและขยายมูลค่าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทย

​นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ กล่าวระหว่างงานแถลงข่าว
ซึ่งจัดขึ้นวันนี้ ณ โรงแรม แบงค็อก
แมริออท เดอะ สุรวงศ์ ว่า โครงการ Phuket Gems & Jewelry Fest by Bangkok Gems & Jewelry Fair จัดขึ้นเพื่อสร้างช่องทางและเวทีการค้าทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ให้ผู้ผลิตและส่งออกไทย ให้สามารถพบปะ สร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจและเจรจาการค้ากับผู้ซื้อ/ ผู้นำเข้าในประเทศเป้าหมายได้ในยุค New Normal ซึ่งเป็นไปตามนโยบายและตามยุทธศาสตร์การรักษาและขยายตลาดเดิม เปิดตลาดใหม่ รวมถึงฟื้นตลาดเก่าที่เคยเป็นตลาดสำคัญ เพื่อมุ่งช่วยเหลือและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทย ตลอดจนกระตุ้นมูลค่าการส่งออกซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศดำเนินการ
​“อัญมณีและเครื่องประดับเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อัญมณีและเครื่องประดับจากประเทศไทยได้รับการยอมรับจากผู้ซื้อและผู้นำเข้าทั่วโลกด้วยจุดเด่นและศักยภาพ ทั้งด้านวัตถุดิบซึ่งไทยถือเป็นศูนย์กลางการค้าพลอยสีที่ใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ขณะที่ด้านการผลิตช่างฝีมือไทยมีทักษะและความประณีตในการปรับปรุงคุณภาพพลอย การออกแบบที่โดดเด่นและการขึ้นรูปเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์ ส่งผลให้ไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าและห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของโลก โดยในปี 2563 ไทยส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ รวมทองคำไม่ขึ้นรูป คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 18,208.94 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2564 สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูป สร้างมูลค่าการส่งออกรวม 4,936.00 ล้านเหรียญสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.43 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2563” อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวเสริม

ภายในงานแถลงข่าวยังมีการเสวนาซึ่งได้ 3 วิทยากร คุณสิรพัฐ พิพัฒน์วีรวัฒน์ จากบริษัท
เดอมอนด์ อนัณดารา จำกัด แบรนด์เครื่องประดับเพชร เดอ มอนด์ คุณศรัณย์ อยู่คงดี จิวเวลรี่ดีไซเนอร์ เจ้าของแบรนด์เครื่องประดับ SARRAN ร่วมพูดคุยถึงการพัฒนาต่อยอดจิวเวลรี่แบรนด์ไทยให้มีความร่วมสมัย และครองใจผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อม อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2564 ร่วมแบ่งปันเคล็ดลับการเลือกเครื่องประดับชิ้นงามให้เหมาะกับสาวยุคใหม่ พร้อมเชิญชวนชมงาน ณ จังหวัดภูเก็ตอีกด้วย
กิจกรรมภายใต้โครงการ “Phuket Gems and Jewelry Fest by Bangkok Gems0 and Jewelry Fair” แบ่งออกเป็น 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรม Online Business Matching หรือการจับคู่เจรจาการค้าออนไลน์
โดยมีทูตพาณิชย์ทั่วโลกเป็นผู้เชื่อมโยงการจับคู่ผู้ซื้อต่างประเทศกับผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมโครงการ
กว่า 350 ราย ซึ่งมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 5 ธันวาคมนี้
ส่วนกิจกรรมที่ 2 คือ งานแสดงสินค้า “Phuket Gems and Jewelry Fest by Bangkok Gems and Jewelry Fair” ในรูปแบบของ Mini Exhibition กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 ธันวาคม นี้ ณ ลานโปรโมชั่น
ชั้น 1 เซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล รวบรวมสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากผู้ผลิตและส่งออกไทยชั้นนำ 50 ราย สินค้าที่จัดแสดงในงานครอบคลุมหลากหลายประเภท อาทิ เครื่องประดับ Costume และ Fashion Jewelry เครื่องประดับ Fine Jewelry เครื่องประดับเงิน เครื่องประดับทอง เพชร พลอยสี มุก พลอยและอัญมณีสังเคราะห์ รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาอัญมณีคุณภาพ หรือเครื่องประดับฝีมือคนไทยคุณภาพส่งออก หรือจะเลือกหาเครื่องประดับเป็นของขวัญ สามารถเลือกซื้อเลือกชมได้ภายในงาน และนับเป็นโอกาสดีที่จะได้ท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ดินแดนไข่มุกแห่งอันดามัน ที่ติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกไปด้วย
ในขณะเดียวกัน ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานแสดงสินค้าที่เซ็นทรัลเฟสติวัล หรือชมถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ ในวันที่ 8-10 ธันวาคม ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bkkgems.com หรือ Facebook และ Instagram: Bangkok Gems Official หรือโทรสายตรงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1169


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
24 พฤศจิกายน 2564

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น