ออกแบบไทย ไม่แพ้ที่ใดในโลก โชว์ศักยภาพผู้ผลิตเครื่องประดับและอัญมณีไทยไทยใน Phuket Gems & Jewelry Fest

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จัดงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ Phuket Gems & Jewelry Fest by Bangkok Gems and Jewelry Fair ระหว่างวันที่ 8-12 ธันวาคม 2564 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล จังหวัดภูเก็ต ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการสร้างกิจกรรมเพื่อเสริมความเชื่อมั่น กระตุ้นยอดส่งออกและเสริมการท่องเที่ยวโครงการภูเก็ตและอันดามันแซนด์บ็อกซ์ โดยคาดว่าจะมีการสั่งซื้อและทำสัญญาทันที และมีการส่งมอบภายในระยะเวลาอันใกล้ไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท

นายจุรินทร์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จในการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน ในการสร้างความเชื่อมั่นว่า สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจะยังไปได้อีกไกล โดยมี
งานดังกล่าวเป็นเป็นส่วนผลักดันสู่การบรรลุเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นฮับของการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลกต่อไป

Fatima Al Khoori หนึ่งในบายเออร์จากประเทศดูไบ เดินทางมายังภูเก็ตเป็นเวลา 5 วันเพื่อมาร่วมงานนี้โดยเฉพาะ กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าอัญมณีในไทยครั้งแรกที่ Phuket Gems & Jewelry Fest ที่ภูเก็ต และรู้สึกตื่นตาตื่นใจมากกับการได้พบปะผู้ผลิตไทย เมื่อได้เห็นฝีมือของช่างไทยทำให้เข้าใจถึงเอกลักษณ์และเทคนิคการผลิตของไทยมากขึ้น ส่วนตัวชื่นชม กับการตกแต่ง และ รายละเอียดของสินค้าเครื่องประดับไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานแฮนด์เมด ต่างๆ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก โดยระบุว่า “สัมผัสได้ว่าสินค้าของไทยนั้นทำขึ้นด้วยใจรักจริงๆ” อีกทั้งตนยังมีแผนที่ จะกลับมาที่ประเทศไทยอีกครั้งเพื่อพบปะผู้ผลิตไทยอีกจำนวนหลายราย

ฐิติรัตน์ สิริภัทรวณิช จากบริษัท Iris Gold Co., Ltd กล่าวว่า ในวันแรก ได้มีการเจรจาธุรกิจกับบายเออร์จากหลายประเทศ อาทิ ซาอุดิอาระเบีย ดูไบ และอินเดีย โดยผู้ซื้อจาก กลุ่มดังกล่าว ให้ความสนใจ เป็นพิเศษกับงานเครื่องประดับทอง 24k 99.9 รังสรรค์โดยช่างฝีมือไทยขึ้นรูปด้วยมือ อาทิ ชุดเครื่องประดับทองชุดดอกไม้ ที่มีการขึ้นกลีบอย่างประณีตทีละชิ้น ตัวเส้นเป็นงานสาน สะท้อน ได้ดีถึงเสน่ห์ ความเป็นไทย และจำลองความงดงามของธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทั้งนี้ บริษัทฯ ผลิตผลงานฝีมือช่างที่ได้รับการถ่ายทอดมาอย่างยาวนานรุ่นสู่รุ่นจากสกุลช่างเพชรบุรี และมีประสบการณ์การทำธุรกิจมากว่า 80 ปี

ส่วน นายสมหวัง อ่อนแสง ผู้ประกอบการเจ้าของ Somwang Jewelry จากจังหวัดจันทบุรี ดำเนินธุรกิจออกแบบและผลิตเครื่องประดับมากว่า 40 ปี และเข้าร่วมจัดแสดงในงานครั้งนี้โดย ได้นำเครื่องประดับที่เป็นที่สนใจของกลุ่มลูกค้าต่างชาติมาจัดแสดง อาทิ สร้อยเพชรระย้า และสร้อยห่วงเพชร ที่มีฟังก์ชั่นพิเศษซึ่งสามารถเปลี่ยนสลับห่วงจี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นจี้พระหรือพลอย อีกทั้งยังระบุว่า ปัจจุบันกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดอินโดนีเซีย ให้ความสนใจเครื่องประดับกลุ่มพลอยนพเก้า เนื่องจากมีความแฟนซีในขณะที่มีการใช้พลอยหลากสี ซึ่งหาซื้อได้ยาก เหล่านี้ นับเป็นบางตัวอย่าง ของภาพรวมผู้ส่งออกไทยซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ซื้อชาวต่างชาติ โดยการดึงดูดผู้ซื้อด้วยฝีมือการผลิตที่ใส่ใจในรายละเอียดและความประณีตในการผลิตแต่ละชิ้นงานเครื่องประดับ ตลอดจน การเผย เอกลักษณ์และเสน่ห์ของงานออกแบบไทย ที่ไม่แพ้แหล่งอื่นในโลก อันจะส่งผลต่อการกระตุ้นการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่ตลาดโลกต่อไป

Phuket Gems & Jewelry Fest เป็นงานแสดงสินค้าในรูปแบบของ Mini Exhibition ที่รวบรวมสินค้า อัญมณีและเครื่องประดับจากผู้ผลิตและส่งออกไทยชั้นนำ 50 รายมาจัดแสดง สินค้า ครอบคลุม หลากหลายประเภท ทั้งเครื่องประดับ Costume และ Fashion Jewelry เครื่องประดับ Fine Jewelry เครื่องประดับเงิน เครื่องประดับทอง เพชร พลอยสี มุก พลอยและอัญมณีสังเคราะห์ รวมถึงอุปกรณ์ และเครื่องมือต่างๆ และยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมพิเศษมากมาย โดยตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจ และบรรลุเป้าหมายในการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นฮับการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก และนับว่าประสบผลสำเร็จในการจัดแสดงและได้รับความสนใจเป็นอย่างดีเยี่ยมจากผู้เข้าร่วมงานทั้งไทยและต่างชาติ * * * * * * * * * *

New Year Big Surprise!!! ก้าวสู่ปีเสือทอง 2565

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง มอบของขวัญสุดพิเศษ วันที่ 1 มกราคม 2565 ให้แก่ผู้โดยสารในช่วงเช้าทุกสถานี เวลา 06:00 น เป็นต้นไป ของขวัญจะเป็นอะไร? ติดตามได้เร็วๆนี้ บัตรโดยสารเติมเงิน รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง
#สะดวก #ลดการสัมผัส #ประหยัด #ปลอดภัย

เปิดแล้ว ร้านภูฟ้า จำหน่ายสินค้าที่ระลึก ใจกลางเมือง

เริ่มแล้ววันนี้ สินค้าที่ระลึก ออกร้านภูฟ้า เพื่อโครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “จากภูมิปัญญาแผ่นดิน สู่การทำกินที่พอเพียง” ณ สยามพารากอน ชั้น M

“จุรินทร์” ออนทัวร์ภูเก็ต เปิด “Phuket Gems Fest” คาดสร้างมูลค่าซื้อขายกว่า 150 ล้านบาท หวังดันอุตสาหกรรมส่งออกอัญมณีทั้งปีโตกว่า 25% เกินเป้า 5 เท่า

วันที่ 9 ธันวาคม 2564 เวลา 13.30 น.

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นายอำนวย พิณสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายชัยยศ ปัญญาไวย ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ และนางอัญชลี วานิช เทพบุตร อดีต ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์

เปิดงาน Phuket Gems & Jewelry Fest ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล จังหวัดภูเก็ต

นายจุรินทร์ กล่าวว่า
งานในวันนี้เกิดจากตนมาร่วมประชุมกับจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่และฝั่งจังหวัดอันดามัน ร่วมกับภาคเอกชน ช่วงที่มีปัญหาสถานการณ์โควิด และจะเปิดการท่องเที่ยวที่นี่และฝั่งอันดามัน เพื่อจัดให้มีโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ต่อมาขยายเป็น อันดามันแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งเพิ่มจังหวัดพังงาและกระบี่ โดยระดมศักยภาพของกระทรวงต่างๆ ภาคส่วนต่างๆทั้งภาครัฐ เอกชน ทำให้ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ และอันดามันแซนด์บ็อกซ์ประสบความสำเร็จ ในหลายกิจกรรมที่กระทรวงพาณิชย์สนับสนุน ก็มีอีกหนึ่งกิจกรรม คือ การจัดงาน Phuket Gems & Jewelry Fest เสมือนเป็นการย่อส่วน Bangkok Gems ซึ่งเป็นงานที่มีความต่อเนื่องมา 66 ครั้ง เพื่อมาช่วยเสริมอันดามันแซนด์บ็อกซ์ และภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ โดยมีผู้ร่วมงานจำนวนมาก
ทีมเซลล์แมนจังหวัดและทีมเซลล์แมนประเทศ ร่วมกับภาคเอกชน สภาหอการค้าและผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับ มีบทบาทร่วมกันช่วยให้เกิดการจัดงานวันนี้ ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งเป็นการตลาดแบบไฮบริดในยุค New Normal
โดยมีผู้ซื้อจากต่างประเทศมาลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมนี้แล้ว 79 บริษัท จาก 31 ประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา รัสเซีย สเปน อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นต้น คาดว่าจะมีการสั่งซื้อและทำสัญญาทันที และมีการส่งมอบภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ด้วยไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท ที่สำคัญจะเป็นประโยชน์กับการท่องเที่ยวฝั่งอันดามันรวมทั้งจังหวัดภูเก็ตด้วย

สำหรับอุตสาหกรรมอัญมณี ภายใต้การทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับสมาคมอัญมณีและเครื่องประดับ ทำให้การส่งอัญมณีของประเทศไทย 10 เดือนเติบโตเป็นบวกถึง 27.95% ทำรายได้เข้าประเทศกว่า 150,000 ล้านบาท จากที่ตั้งเป้าทั้งปีว่าเป็นบวกไม่น้อยกว่า 5% คาดว่าจะโตกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 5 เท่าเป็น 25% อุตสาหกรรมนี้จึงไปได้อีกไกล สู่เป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นฮับของการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลกต่อไป

ผู้สื่อข่าวระบุว่า ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงานแสดงสินค้าที่เซ็นทรัลเฟสติวัล จังหวัดภูเก็ต จัดระหว่างวันที่ 8-12 ธันวาคม หรือชมถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ ระหว่างวันที่ 8-10 ธันวาคม และชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bkkgems.com หรือ Facebook และ Instagram: Bangkok Gems Official หรือโทรสายตรงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1169

Phuket Gems & Jewelry Festเปล่งประกายความหวังแห่งธุรกิจอัญมณีรับเปิดประเทศเริ่มแล้ววันนี้ – 12 ธ.ค. 64 ที่เซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล



กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ นำทีมผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับส่งออกจากทั่วประเทศ จัดแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับละลานตา ณ แกรนด์ ฮอลล์ เอ-ดี  ชั้น 1  ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล จังหวัดแลนด์มาร์คท่องเที่ยวไทย พร้อมโชว์สุดยอดอัญมณีเจ้าของ
กินเนส เวิลด์ เรคคอร์ดโดยศิลปินระดับโลก Mr. Victor Tuzlukov และนานาผลงานออกแบบชั้นเยี่ยมจาก
ดีไซเนอร์ไทยไฟแรงในโครงการ “Talent Thai & Designers’ Room”

Phuket Gems & Jewelry Fest จัดแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากผู้ส่งออกไทยชั้นนำ 50 ราย บนพื้นที่กว่า 700 ตารางเมตร เริ่มแล้ววันนี้ท่ามกลางความหวังการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย โดยมีการเปิดจำหน่ายปลีกให้กับประชาชนทั่วไปที่สนใจ ตลอดจนโชว์สินค้าอัญมณีจากผู้ประกอบการไทยสู่สายตานักท่องเที่ยว และ
ผู้ซื้อ ผู้นำเข้าต่างประเทศ Phuket Gems & Jewelry Fest เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการตามนโยบายเชิงรุกของ
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์ เพื่อแสดงศักยภาพและภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของโลก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมฯ ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

ภายในงานจัดแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับมากมาย อาทิ เครื่องประดับฝีมือช่างไทยและผู้ประกอบการผู้คร่ำหวอดธุรกิจมายาวนาน ในธีมใต้ท้องทะเล อย่างเครื่องประดับรูปปลาหมึก ปลา ปลาดาว ประดับเพชรคุณภาพ และพลอยครบสีสันอย่างทับทิม ไพลิน มรกต บุษราคัม บลูโทแพซ มุก และพิงค์แซฟไฟร์ ที่มาพร้อมตัวเรือนโค้งมนเล่นระดับอย่างประณีต จัดแสดงเพชรคุณภาพดีโดยนำมาจำหน่ายให้กับผู้เข้าชมงานในราคา Whole Sale ในราคาตั้งแต่ 20,000-800,000 บาทพร้อมใบ Certificate รวมถึงงานเครื่องเงินแฮนด์เมดจากผู้ประกอบการและช่างฝีมือจังหวัดน่าน ในสไตล์ที่หลากหลาย ให้เลือกตั้งแต่กลุ่มเครื่องประดับงานฝีมือชุด|โอม ชุดรางรถ เข็มขัด กระเป๋า และกลุ่มที่เน้นดีไซน์เรียบง่าย ในราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักพันต้นๆ

ส่วนผู้ที่ชื่นชอบมุก จะได้พบกับบูธสินค้าประเภทมุกคุณภาพให้เลือกอย่างจุใจ ซึ่งภายในงานจัดแสดงและจำหน่ายมุกขนาดใหญ่พิเศษ จำหน่ายในราคาระหว่างหลักพันไปจนถึงหลักแสนบาท

ทั้งนี้ ความพิเศษภายในงาน Phuket Gems & Jewelry Fest คือประกอบไปด้วยบูธให้บริการตรวจสอบอัญมณี โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) ซึ่งผู้ซื้อสินค้าสามารถนำสินค้าที่ซื้อภายในงานมาตรวจสอบได้อย่างมั่นใจถึงคุณภาพและความแท้ของอัญมณี สถาบันเดียวกันยังมีการให้ความรู้ด้านการเลือกซื้ออัญมณีให้แก่ผู้ที่สนใจผ่านกิจกรรมเสวนาที่จะจัดขึ้นในวันที่ 10 และ 11 ธ.ค.นี้อีกด้วย

อีกไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดสำหรับงาน Phuket Gems & Jewelry Fest  คือการโชว์ Scapolit และ Quartz ชิ้นวิจิตรของ  Mr.Victor Tuzlukov ซึ่งถูกบันทึกไว้ในกินเนส เวิลด์ เรคคอร์ด ตลอดจนหลากหลายผลงานเปี่ยมเอกลักษณ์ไทยอันร่วมสมัยจากกลุ่มดีไซเนอร์ไทยไฟแรง ในนิทรรศการ “T-Style For Life” อาทิ ผลงาน
คอลเลคชั่น “Tapien” ที่ได้แรงบันดาลใจจากปลาตะเพียนสานของไทย หรือ “ Geoganic” ในคอนเซปต์ของหยดน้ำและหลากหลายรูปทรงของธรรมชาติ เป็นต้น

สำหรับผู้ที่สนใจ ภายในงานวันที่  10  ธ.ค. 64 “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” Miss Universe Thailand 2020 ที่พาชมบรรยากาศงานในฐานะคนภูเก็ต ผู้สนใจสามารถชมถ่ายทอดสดผ่านเพจ Bangkok Gems Official และผ่านเพจเฟซบุ๊ก Amanda Obdam

Phuket Gems & Jewelry Fest เริ่มต้นแล้ว พร้อมกับการเปล่งประกายความหวังของผู้ประกอบการอัญมณีไทย เป็นโอกาสในการได้อวดสินค้าอัญมณีไทยสู่สายตาโลก สร้างแรงกระเพือม พร้อมกับขับเคลื่อนการส่งออกสินค้าไทยเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bkkgems.com หรือโทรสายตรงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1169


* * * * * * * * *

เปิดแล้ว แลนด์มาร์คใหม่! “ JAS GREEN VILLAGE  KUBON” Community Mall รูปแบบ Open-Air Lifestyle แห่งใหม่! ใจกลางคู้บอน ภายใต้คอนเซ็ปต์  Green space for allที่มีพื้นที่สีเขียวมากกว่า 50% บนพื้นที่กว่า 40ไร่

คุณสุพจน์ สิริกุลภัสสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ “ J ” กล่าวถึงความพร้อมสำหรับการให้บริการ ของ  “ JAS GREEN VILLAGE – KUBON ”  Community Mall แห่งใหม่ บนถนนคู้บอนที่เปิดให้บริการตั้งแต่ วันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา  ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Green space for all” เน้นพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ให้ความร่มรื่นสำหรับการพักผ่อน พบปะสังสรรค์ รวมทั้งเป็นศูนย์รวมกิจกรรมสันทนาการ มีพื้นที่รองรับกิจกรรมสำหรับเด็กๆ และครอบครัว โดยเน้นใช้ธรรมชาติเป็นส่วนร่วมตอบโจทย์และพร้อมเสิร์ฟ ทุก LifeStyle  นับเป็น Community Mall แห่งแรก และแห่งเดียวบนถนนคู้บอน และย่านรามอินทรา ที่มีพื้นที 50% เป็นสีเขียวรายล้อมจากธรรมชาติ ในรูปแบบ Open-Air Lifestyle Mall  บนพื้นที่ 30 ไร่   ซึ่งภายใน “JAS GREEN VILLAGE – KUBON”  แบ่งพื้นที่ 3 โซนหลัก คือ Convenience zone, Garden zone, และ Cozy zone ประกอบด้วย ศูนย์อาหาร ร้านอาหารชื่อดัง ร้านค้าแฟชั่น ศูนย์บริการ ความงาม สถาบันการศึกษา ฟิตเนส ซูเปอร์มาร์เกต   สวนสาธารณะอาทิ เช่น Singer X FN Outlet ใหญ่ที่สุดในระเทศไทย บนพื้นที่ 2,000 ตร.ม. และ Mr. DIY ขนาดใหญ่กว่า 1,000 ตร.ม.  รวมถึง SENERA บริการสำหรับผู้สูงวัย ธุรกิจใหม่ของบริษัทฯ ตอบรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย ,ปั๊มน้ำมัน Caltex, ฟิตเนส เซเว่น เปิดให้บริการ24 ชั่วโมง ,  Tops Supermarket ,KFC , MK ,Yayoi ,Casa lapin , Starbucks , Watsons , B2S ,Jaymart , Power Buy,Berger King , สุกี้ตี๋น้อย และพันธมิตรทางการค้าอื่นๆอีกมากมาย
เปิดบริการแล้ว พร้อมให้บริการเพื่อรองรับ กลุ่มผู้อยู่อาศัยบริเวณ รามอินทรา คู้บอน หทัยราษฎร์ คลองสามวา มีนบุรี นิมิตใหม่  “JAS GREEN VILLAGE – KUBON” รองรับด้วยพื้นที่จอดรถมากกว่า 530 คัน  และเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสธรรมชาติ ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินในการจับจ่าย พักผ่อน กินช้อปใช้ ท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มรื่น ณ ศูนย์การค้า  “JAS GREEN VILLAGE – KUBON”  ได้แล้ววันนี้

ท่านใดสนใจพื้นที่ในการทำธุรกิจ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 094-414-9989, 063-247-9253, 094-569-9498
Facebook: JAS green village

DITP โชว์ผลงานนำผู้ประกอบการไทยร่วมงาน CIIE 2021 ยอดขายภายใน 1 ปีกว่า 328 ล้านบาท

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โชว์ผลงานนำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้านำเข้านานาชาติจีน (CIIE 2021) ประสบความสำเร็จเกินคาด ตกลงซื้อขายภายใน 1 ปีได้กว่า 328 ล้านบาท เผยผลไม้อบแห้ง ทุเรียนอบกรอบ ไก่แช่เย็นแช่แข็ง ข้าวหอมมะลิ เครื่องแกง หนังปลากรอบปรุงรส ชาอู่หลง ได้รับความสนใจสูง นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการนำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้านำเข้านานาชาติจีน หรือ China International Import Expo (CIIE 2021) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-10 พฤศจิกายน 2564 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมแห่งชาติ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า งานในปีนี้ กรมฯ ได้นำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมจัดแสดงในส่วนองค์กรและธุรกิจ กลุ่มสินค้าอาหารและเกษตรแปรรูป บนพื้นที่ขนาด 570 ตารางเมตร ประกอบด้วยพื้นที่จัดแสดงสินค้าของผู้ประกอบการไทยผ่านผู้แทนและตัวแทนการค้าในจีน จำนวน 14 บริษัท 16 คูหา พื้นที่จัดแสดงประชาสัมพันธ์สินค้าไทย อาทิ สินค้าอาหารอนาคต (Future Food) สินค้าที่ได้รับเครื่องหมายรับรอง Thai SELECT สินค้าภายใต้ Thailand Food Country Tmall Official Store กว่า 46 บริษัท รวมทั้งสิ้นกว่า 60 บริษัท และพื้นที่ประชาสัมพันธ์กรมฯ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติ เข้ามาชมสินค้าและสอบถามรายละเอียดของสินค้าไทยเป็นจำนวนมาก โดยผลการเข้าร่วมงาน ประสบความสำเร็จมีมูลค่าการสั่งซื้อรวมภายใน 1

ปีกว่า 328 ล้านบาท สินค้าไทยที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ ผลไม้อบแห้ง ทุเรียนอบกรอบ ไก่แช่เย็น
แช่แข็ง ข้าวหอมมะลิ เครื่องแกง หนังปลากรอบปรุงรส ชาอู่หลง เป็นต้น
สำหรับในพิธีเปิด นายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ได้ให้เกียรติร่วมกล่าวเปิดงานแบบออนไลน์ โดยเน้นย้ำศักยภาพประเทศไทยในฐานะเป็นผู้ส่งออกอาหารและสินค้าเกษตรรายใหญ่ลำดับต้นของโลก โดยรัฐบาลไทยให้ความสำคัญและส่งเสริมการใช้นวัตกรรม เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพและความปลอดภัย ตามแนวทางของโมเดลเศรษฐกิจ BCG เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคทั่วโลก นอกจากนี้ กรมยังได้เข้าร่วมงานในส่วนการจัดแสดงนิทรรศการภาพลักษณ์ประเทศไทย ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อนำเสนอภาพลักษณ์ทั้งสินค้า บริการ และวัฒนธรรมของไทย เช่น อุตสาหกรรมอาหารที่ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัย หรือ food safety ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพด้วย

งาน CIIE เป็น 1 ใน 3 งานที่สำคัญที่สุดของกระทรวงพาณิชย์จีน จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2561 และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการนำเข้าตามนโยบายการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจของจีน เป็นเวทีความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนและประเทศต่าง ๆ และเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยงานเป็น 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ส่วนการจัดแสดงนิทรรศการภาพลักษณ์ของประเทศต่าง ๆ ส่วนการจัดแสดงองค์กรและธุรกิจ ใน 6 กลุ่มสินค้า คือ เกษตรและอาหาร ยานยนต์ เทคโนโลยีสารสนเทศและอุตสาหกรรมอัจฉริยะ สินค้าอุปโภค สุขภาพและเครื่องมือแพทย์ และธุรกิจบริการ ส่วนเวทีเสวนาด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และส่วนกิจกรรมคู่ขนาน อาทิ กิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ การจัดประชุม สัมมนาของหน่วยงานต่าง ๆ โดยไทยได้เข้าร่วมงานมาต่อเนื่องทุกปี

​****
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
7 ธันวาคม 2564

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จัดกิจกรรมการตลาดสุดพิเศษต้อนรับ “วันพ่อแห่งชาติ” ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

วันที่ 5 ธันวาคม 2564 ที่สถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงดอนเมือง นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ให้เกียรติเข้าร่วมกิจกรรม “ วันพ่อแห่งชาติ” ซึ่ง บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้จัดขึ้นเพื่อส่งมอบความสุขและสร้างรอยยิ้มพร้อมเสียงหัวเราะให้กับคู่คุณพ่อ-คุณลูกต้อนรับ “วันพ่อแห่งชาติ” โดยเปิดโอกาสให้คู่คุณพ่อ-คุณลูก ได้ร่วมเล่นเกมส์มหาสนุก เพื่อลุ้นรับบัตรของขวัญสุดพรีเมี่ยมจากไอศกรีม Swensen’s มูลค่า 200 บาท 300 รางวัล พร้อมรางวัลอื่นๆอีกมากมายรวมกว่า 1,000 รางวัล โดยมีคู่คุณพ่อ-คุณลูกให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก รวมทั้ง “คุณหรั่ง พระนคร” อินฟลูเอนเซอร์ที่สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ที่พาลูกมาร่วมสนุกเล่นเกมส์เพื่อลุ้นรับของรางวัลด้วย ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวได้จัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

รถไฟฟ้าสายสีแดงยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

ผอ.อาร์ต รถไฟฟ้า ส่งหน้ากากฆ่าเชื้อไวรัส #ZTouchMask นวัตกรรม ระบบ Self-Cleaning Innovation เจ้าแรกของประเทศไทย

นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ส่งหน้ากากฆ่าเชื้อไวรัส #ZTouchMask นวัตกรรม ระบบ Self-Cleaning Innovation เจ้าแรกของประเทศไทย มาให้ใช้ ทรงสวย ผ้านุ่ม ใส่สบาย ไปช๊อปปิ้ง เที่ยว ชิม ชิลล์ แชะ

Z-Touch Thailand #หน้ากากนักฆ่า

Z-TOUCH MASK หน้ากากนักฆ่าเชื้อโควิด-19
หน้ากากที่ไม่ได้แค่ป้องกัน แต่ต้องฆ่าเชื้อได้
ทำความสะอาดตัวเองและฆ่าเชื้อได้ด้วย
เทคโนโลยี Smart Nano Ion
.
ซีทัชแมสก์สามารถฆ่าอะไรได้บ้าง?
ฆ่าเชื้อไวรัส,แบคทีเรีย,เชื้อรา,กลิ่นอับ และสิว
*เจ้าแรกในไทยที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัส SARS-CoV-2
.
มาพร้อมกับคุณสมบัติ
✔️ ฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้มากกว่า 99%
✔️ กำจัดกลิ่นอับหรือกลิ่นเหงื่อที่เกิดจากการใส่แมสก์
✔️ ลดการสะสมของสิ่งสกปรกที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวบนใบหน้า
✔️ ดีไซน์ใหม่ หายใจได้สะดวก ใส่สบาย
✔️ สวมใส่ได้ 2 แบบ คล้องหู และคาดหลังศีรษะ
✔️ สามารถซักได้ 30 ครั้ง หรืออายุการใช้งาน 6 เดือน

ซีทัชแมสก์มีทั้งหมด 3 สี
สีดำ BLACK COLOR
สีขาว WHITE COLOR
สีฟ้า TIFFANY BLUE COLOR

ช่องทางการจัดจำหน่าย
Shoppe: https://shp.ee/hs8t43b
Lazada: https://bit.ly/3D9RDbR
FB Messenger: https://fb.me/msg/ztouchofficial/
LineOfficial: @ztouchofficial คลิ๊ก https://lin.ee/k8pN3T3
Website: ztouchbrand.com

#ZTOUCH #ซีทัช #ฆ่าทุกสัมผัส #ztouchmask #หน้ากากนักฆ่า

DITP แจ้งข่าวดี จีนใกล้เปิดด่านโมฮ่าน ส่วนด่านท่าเรือกวยเหล่ยมีลุ้นภายในปีนี้

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยใกล้มีข่าวดี จีนจะเปิดด่านโมฮ่านเร็ว ๆ นี้ ส่วนด่านท่าเรือกวนเหล่ยได้ลุ้นภายในสิ้นปี หลังทูตพาณิชย์คุนหมิงผนึกกำลังสถานกงสุลใหญ่ ทูตเกษตรเข้าหารือกรมพาณิชย์
เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา เพื่อติดตามสถานการณ์ พร้อมเตือนผู้ส่งออกไทย ต้องเข้มป้องกันโควิด-19 ปนเปื้อน แนะศึกษาใช้เส้นทางรถไฟเวียงจันทน์-คุนหมิงส่งออกสินค้าไปจีน

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ คุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน เร่งติดตามการเปิด-ปิดด่านการค้า ตามนโยบายนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์ที่อยู่ใกล้ด่านชายแดนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากด่านในพื้นที่ที่ตัวเองรับผิดชอบ
มีการปิด ก็ให้เร่งรัดเจรจาและหาทางผลักดันให้มีการเปิดด่านโดยเร็ว ซึ่งล่าสุดได้รับรายงานจากทูตพาณิชย์คุนหมิงว่าได้มีหารือร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง ทูตเกษตร ณ นครกวางโจว และกรมพาณิชย์เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา เพื่ออัปเดตสถานการณ์ต่าง ๆ ในมณฑลยูนนานแล้ว

ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์คุนหมิงได้แจ้งว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากประเทศเพื่อนบ้านของมณฑลยูนนาน ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายลง ส่งผลให้ด่านชายแดนที่สำคัญของมณฑลยูนนาน โดยเฉพาะด่านโม่ฮานมีการปิดให้บริการการนำเข้า–ส่งออกเป็นการชั่วคราว การค้าระหว่างไทย-มณฑลยูนนาน จึงมีการหยุดชะงักตั้งแต่ช่วงเดือนต.ค.2564 ที่ผ่านมา แต่หลังจากที่ได้ดำเนินการประสานงานติดต่อกับเจ้าที่ด่านโม่ฮาน เพื่อสอบถามข้อมูลสถานการณ์การเปิดด่านอย่างใกล้ชิด รวมทั้งได้เข้าร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดให้มีการเปิดใช้ด่านชายแดนของมณฑลยูนนาน ซึ่งฝ่ายจีน แจ้งว่า หากมีการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ดี จะมีการเปิดให้ใช้บริการด่านโม่ฮานในเร็ววันนี้ และคาดว่าด่านท่าเรือกวนเหล่ยจะสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้เป็นปกติในปีนี้ด้วย

“ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ส่งออกของไทย หากจีนมีการเปิดทั้ง 2 ด่าน แต่เมื่อมีการเปิดด่านแล้ว กรมฯ ขอเน้นย้ำกับผู้ประกอบการ ให้ระวังเรื่องปัญหาสินค้านำเข้าพบการปนเปื้อนของเชื้อโควิด-19 โดยขอความร่วมมือจาก
ทุกฝ่ายดำเนินการและจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการค้าระหว่างไทยกับยูนนาน เพราะได้รับแจ้งจากทูตพาณิชย์ว่ากรมพาณิชย์เขตปกครองตนเองสิบสองปันนาได้เน้นย้ำในเรื่องนี้มาก”
นายภูสิตกล่าว

นายณัฐ วิมลจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครคุนหมิง กล่าวว่า เส้นทางรถไฟระหว่างนครคุนหมิง-เวียงจันทน์ (สปป.ลาว) เป็นอีกหนึ่งโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายช่องทางการส่งออกสินค้ามายังจีน เนื่องจากสามารถลดระยะเวลาการขนส่ง และลดต้นทุนในการขนส่งสินค้าเข้ามายังจีน ซึ่งเอื้อต่อการค้ากับประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยคาดว่าในอนาคต หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง
จะทำให้เส้นทางการค้าผ่านด่านชายแดนต่าง ๆ ของมณฑลยูนนานจะมีความคล่องตัวเป็นอย่างมาก
“ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมความพร้อม และติดตามสถานการณ์ กฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อรองรับการส่งออกสินค้าไทยผ่านช่องทางดังกล่าว และจะทำให้สินค้าไทยเป็นที่ยอมรับในตลาดจีนอย่างกว้างขวางมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มความเชื่อมั่นของสินค้าไทยและแบรนด์ไทยให้กับชาวยูนนานอีกด้วย”นายณัฐกล่าว
ปัจจุบันสถานการณ์ชายแดนที่ด่านโม่ฮาน มีการทดสอบการเดินรถระหว่างด่านโม่ฮานและด่านบ่อเต็น ตั้งแต่ 15 พ.ย.2564 มีการทดสอบเดินรถ 67 คัน และเพิ่มขึ้นเป็น 200 คัน และมีการยกระดับความเข้มงวดในการขนส่งจุดต่อจุด การตรวจเชื้อ ส่วนด่านรถไฟโม่ฮาน ได้ดำเนินการด้านโครงสร้างหลักและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เสร็จสิ้นแล้วบางส่วน และวันที่ 18 พ.ย.2564 หน่วยงานควบคุมดูแลด่านมณฑลยูนนานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าทำการตรวจรับการก่อสร้าง และสามารถเริ่มทำการได้ โดยปัจจุบัน สามารถใช้ขนส่งสินค้าแบบเทกองเท่านั้น เช่น ยางพารา มันสำปะหลัง และแร่หินต่าง ๆ ส่วนสินค้าชนิดอื่น ๆ เช่น สินค้าอาหารแปรรูป สินค้าผลไม้ สินค้า Cross Border E-commerce และสินค้าแช่แข็ง ยังไม่สามารถนำเข้าผ่านด่านดังกล่าวได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับหน่วยงานการรถไฟยูนนาน รวมทั้งการก่อสร้างลานขนส่งสินค้าที่มีระเบียบกำหนดเป็นการเฉพาะ
8 ประเภทสินค้า ได้แก่ 1.สินค้าเนื้อสัตว์ 2.สินค้าแช่เย็น/แช่แข็ง 3.ธัญพืช 4.ผลไม้ 5.สัตว์น้ำมีชีวิต 6.ต้นกล้า 7.ไม้ และ 8.สัตว์มีชีวิต ขณะที่ด่านท่าเรือกวนเหล่ย (แม่น้ำโขง) รัฐบาลสิบสองปันนาอยู่ระหว่างการเร่งขออนุมัติ เพื่อให้ด่านท่าเรือกวนเหล่ยกลับมาเปิดทำการได้ตามปกติ หลังจากมีการปิดด่าน ตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2563 และด่านกวนเหล่ยยังไม่สามารถนำเข้าสินค้าประมง และผลไม้จากไทยได้
สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ http://www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
3 ธันวาคม 2564

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น