DITP จับมือสภาหอการค้าฯ เตรียมจัด STYLE Bangkok 2025 โชว์พลังสินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น งานดีไซน์ จากผู้ผลิตไทยอวดสายตาผู้ซื้อทั่วโลก

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จับมือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจัดงาน STYLE Bangkok 2025 ที่สุดของงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นคุณภาพเยี่ยม จากผู้ผลิต ผู้ส่งออก และนักออกแบบรุ่นใหม่ โชว์ศักยภาพ 7 กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น พร้อมเป็นเวทีเจรจาการค้าระดับนานาชาติ ให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการไทย รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนมูลค่าส่งออก โดยงานจะจัดระหว่างวันที่ 2-6 เมษายน 2568 นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โดยงานแถลงข่าวฯ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ณ กระทรวงพาณิชย์ มีนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยร่วมแถลงข่าวการจัดงานฯ และเสวนากับผู้แทนหน่วยงาน/สมาคมผู้ร่วมจัด ได้แก่ ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย นายกสมาคมเครื่องหนังไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธำมรงค์ จำกัด และนายอมรเทพ คัชชานนท์ นายกสมาคมผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แนวดีไซน์ ในหัวข้อ “STYLE Bangkok: งานแสดงสินค้านานาชาติและการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทย”

อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “STYLE Bangkok 2025 จัดขึ้นภายใต้ธีม ‘The International Trade Fair for Visionary Design, Lifestyle, Fashion and Experience’ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์อันดี ในฐานะ งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่ครบวงจร เป็นที่ยอมรับทั้งจากผู้ซื้อ/ผู้นำเข้า และผู้แสดงสินค้าในระดับนานาชาติ STYLE Bangkok ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเชิงรุกของกรมฯ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิต/ผู้ส่งออก นักออกแบบไทย รวมถึงผู้ประกอบการรายเล็กในกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ได้แสดงศักยภาพ รวมถึงเจรจาธุรกิจ กับผู้ซื้อจากทั่วโลก รวมทั้งช่วยผลักดันให้เกิดการขยายตัว ของการส่งออกสินค้า ไลฟ์สไตล์ไทย ทั้งในด้าน ปริมาณ และมูลค่าอีกด้วย”

“อุตสาหกรรมสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ถือเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ และยังคงเป็น แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายส่งเสริมซอฟท์เพาวเวอร์ของรัฐบาล ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต และผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทย มีศักยภาพและจุดแข็งที่การออกแบบอย่างสร้างสรรค์ และมีการผลิตที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล โดยกรมฯ มุ่งหวังที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นในภูมิภาคอาเซียน” อธิบดีสุนันทา กล่าวเสริม

สถานการณ์การส่งออกกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และกลุ่มสินค้าแฟชั่น ปี 2567 ไทยส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น คิดเป็นมูลค่ากว่า 9,744.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยสินค้าไลฟ์สไตล์ ขยายตัว +6.97% สินค้าแฟชั่น ขยายตัว +2.86% โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มขยายตัว ขณะที่ตลาดต่างประเทศอื่นๆ มูลค่าส่งออกมีแนวโน้มเติบโตเช่นกัน

ด้านนายสนั่น อังอุบลกุล กล่าวในโอกาสเดียวกันว่า “สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยในฐานะองค์กรภาคเอกชน ตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมจัดงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok ซึ่งเป็นการผนึกความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน รวมทั้งเครือข่ายสภาหอการค้าประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการบูรณาการที่สำคัญที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อภาคธุรกิจและผู้ประกอบการไทยใน กลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ให้มีโอกาสในการแสดงศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถ ทางการแข่งขันของสินค้าไทยในเวทีโลก เป็นการเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น”

ประธานกรรมการสภาหอการค้าฯ เสริมว่า นโยบายของตลาดส่งออกสำคัญของสินค้าไลฟ์สไตล์และชั่นของไทยอย่างสหรัฐอเมริกา ส่งผลกระทบเชิงบวก โดยหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้า 10% สำหรับสินค้าจากจีน ทำให้ผู้ผลิตจีนย้ายฐานการผลิตไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนหนึ่งย้ายฐานการผลิตมาที่ไทย จากข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุว่า การลงทุนโดยตรงจากจีนในภาคการผลิตของอาเซียนอยู่ที่ประมาณ 9,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2566 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2561 ส่งผลดีทำให้การผลิตไทยขยายตัว เกิดการจ้างงานและกระตุ้นตัวเลขทางเศรษฐกิจ

“การจัดงาน STYLE Bangkok ในครั้งนี้ สภาหอการค้าฯ ได้เชิญชวนไปยังสมาชิกให้เข้าร่วมเป็น Exhibitor นอกจากนี้ ยังได้เชิญชวนพันธมิตรสภาหอการค้าในประเทศต่างๆ ให้มาร่วมจัดแสดงสินค้า และได้เชิญ Visitor และ Buyer จากหอการค้าจังหวัดและหอการค้าต่างประเทศในไทย และสมาชิกหอการค้าไทยทั่วประเทศเข้าชมงานเพื่อชมศักยภาพของผู้ประกอบการไทยซึ่งเป็นที่ยอมรับในสายตาชาวโลก” นายสนั่นกล่าวทิ้งท้าย

STYLE Bangkok จัดแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และสินค้ามีดีไซน์ จากผู้ผลิต ผู้ประกอบการผู้ส่งออกไทย นักออกแบบหน้าใหม่จากไทยและนานาชาติ โดยรวบรวมสินค้าในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ของขวัญ ของตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ในครัวเรือน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม สินค้าแฟชั่น และของเล่น โดยมุ่งเจาะตลาดผู้ซื้อจากกลุ่มตลาดศักยภาพ อาทิ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง อินเดีย ยุโรป และอาเซียน

ในปีนี้ยังมีไฮไลท์ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ภายใต้โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามแนวพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นิทรรศการรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม (DEmark) และนิทรรศการ Good Design Award (G-Mark) นิทรรศการผลงานผู้เข้ารอบการประกวดรางวัลออกแบบผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์แห่งอาเซียน 2025 นิทรรศการสินค้าของขวัญ ของชําร่วยและของตกแต่งบ้านที่มีดีไซน์ และงานออกแบบ เพื่อความยั่งยืน นิทรรศการแนวโน้มเทรนด์แฟชั่นและ Supply Chain ในอุตสาหกรรมแฟชั่น นิทรรศการ STYLE Gallery ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมฯ และคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนิทรรศการส่งเสริมอุตสาหกรรม Art Toy ของผู้ประกอบการไทย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสวนาแนวโน้มเทรนด์การค้าสินค้าไลฟ์สไตล์จากผู้เชี่ยวชาญชาวอิตาลี และแนวโน้มเทรนด์กลุ่มวัสดุ/วัตถุดิบในการผลิต โดยผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น

STYLE Bangkok 2025 จะจัดระหว่างวันที่ 2 – 6 เมษายน 2568 ณ ฮอลล์ 1 – 3 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยเปิดเป็นวันเจรจาธุรกิจ ระหว่างวันพุธที่ 2 – วันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 10.00 – 18.00 น. และวันจำหน่ายปลีก ระหว่างวันเสาร์ที่ 5 – วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2568 เวลา 10.00 – 21.00 น. ผู้สนใจสามารถชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.stylebangkokfair.com Facebook/Instagram/TikTok : Style Bangkok Fair   * * * * * * * * * * * *

สายสีแดง ร่วมมือ ธพส. เปิดทดลองให้บริการ EV Bus เชื่อมการเดินทาง ศูนย์ราชการฯ กับ สถานีหลักสี่ เริ่ม 3 มีนาคมนี้

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ร่วมกับ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) เตรียมเปิดทดลองให้บริการ EV Bus เชื่อมต่อการเดินทางจากศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ไปยังสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง(สถานีหลักสี่) เพิ่มความสะดวกในการเดินทาง เริ่ม 3 มีนาคม 2568 นี้

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ด้วยอัตราการเติบโตของปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการดำเนินนโยบายอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอด ในปีแรก เมื่อเดือนตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา จนถึงปี 2568 นั้น บริษัทฯ จึงวางแผนร่วมกับ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) เพื่อพัฒนาการเดินทางด้วยระบบขนส่งรอง หรือ Feeder ในการช่วยเพิ่มความสะดวกสบายด้านการเดินทางของประชาชน พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชนแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งจะช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดและอุบัติเหตุบนท้องถนนและส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชนเพื่อความยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษจากการเดินทางด้วย ดังนั้นจึงเกิดเป็นโครงการในการใช้รถขนส่งสาธารณะที่ใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานไฟฟ้า หรือ EV Bus (Electric Bus) ในการขับเคลื่อนที่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเตรียมทดลองให้บริการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ และสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง(สถานีหลักสี่) ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 3 มีนาคม 2568 นี้ โดยมีระยะทางประมาณ 4.5 กิโลเมตร พร้อมกับจุดรับ-ส่งจำนวน 4 จุด ได้แก่ 1. สถานีอาคาร B ประตู 2 (ฝั่งทิศใต้) 2. สถานีด้านหน้าอาคารสนับสนุน (อาคารพดด้วง) 3. สถานีปากซอยแจ้งวัฒนะ 5 และ 4. สถานีฝั่งตรงข้ามอาคารสนับสนุน (อาคารพดด้วง), โดยการให้บริการในช่วงทดลอง จะเป็นการเปิดให้บริการฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดช่วงระยะเวลาการทดลอง ตั้งแต่เวลา 06.00 – 19.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ โดยจะสิ้นสุดการทดลองให้บริการในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 รวมระยะเวลาในการทดลองให้บริการทั้งสิ้น 6 เดือน

ทั้งนี้ EV Bus จะช่วยให้การเดินทางในเส้นทางที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงนั้น เป็นไปได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และลดความยุ่งยากในการเดินทาง อีกทั้งการใช้ EV Bus ยังช่วยลดมลพิษจากการเดินทาง เป็นยานพาหนะที่ปลอดภัยและไม่ปล่อยควันพิษออกสู่สิ่งแวดล้อม โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงข่ายการขนส่งมวลชน ในเขตระหว่างพื้นที่กรุงเทพมหานครกับชานเมืองให้มีประสิทธิภาพและสามารถเข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคล และช่วยลดปัญหาจราจรติดขัดในพื้นที่ที่มีความหนาแน่น รวมถึงส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะที่มีความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ จะดำเนินกิจการเคียงข้างประชาชน และจะมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล สร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง รวมทั้งรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมืองอย่างยั่งยืนต่อไป

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ http://www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ …ความพิเศษ”

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

สายสีแดง จัด “จดทะเบียนสมรสลอยฟ้า” ครั้งแรกในโลก บนขบวนรถไฟฟ้า ฉลองวันวาเลนไทน์

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ร่วมกับ สำนักงานเขตจตุจักร ชวนคู่รักทุกเพศทุกวัย ร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ สร้างปรากฏการณ์ใหม่เฉลิมฉลองความรัก ในงาน “Love in the Sky 2025” จดทะเบียนสมรสลอยฟ้า ครั้งแรกในโลกบนขบวนรถไฟฟ้าสายสีแดง ฉลองวันวาเลนไทน์ 2568

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ในวันแห่งความรักนี้ บริษัทฯ ร่วมมือกับ สำนักงานเขตจตุจักร โดยมีนางสาวภัทร์กร สินสุข ผู้อำนวยการเขตจตุจักร ร่วมกันจัดกิจกรรม “Love in the Sky 2025 ” จดทะเบียนสมรสบนขบวนรถไฟฟ้าครั้งแรกของโลก เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ที่ขบวนรถไฟฟ้าจะเป็นพื้นที่สำหรับคู่รักทุกเพศทุกวัยได้แสดงออกถึงความรักได้อย่างเท่าเทียม เป็นการสะท้อนถึงค่านิยมในสังคมที่ยอมรับและเคารพในสิทธิของทุกคน และคู่รักยังได้แลกเปลี่ยนคำมั่นสัญญาในบรรยากาศสุดพิเศษที่ไม่เหมือนใคร โดยไฮไลต์ในงาน คือ การจดทะเบียนสมรสคู่รัก 24 คู่ ที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์แห่งความรักบนขบวนรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งจะพาคู่รักไปชมทัศนียภาพอันสวยงามผ่านทิวทัศน์ของชานเมืองกรุงเทพฯ และสนามบินนานาชาติดอนเมืองไปด้วยกัน

ที่สำคัญ 24 คู่รักจะได้รับการจดทะเบียนสมรสในขบวนรถไฟฟ้าโดยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตจตุจักร ร่วมบันทึกภาพแบบ Unseen ในสถานที่ที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสมาก่อน เช่น ภายในห้องคนขับรถไฟฟ้าสายสีแดง และวิวทิวทัศน์ของสนามบินดอนเมือง เป็นต้น และยังจะได้รับของขวัญมากมาย อย่างหม้อหุงข้าวลายพิเศษขนาด 1.8 ลิตร , กรมธรรม์ประกันภัยการเดินทางรอบโลก จากทิพยประกันภัย , กรอบรูปภาพดาวเทียมที่ถ่ายจาก THEOS-2 แสดงภาพพื้นที่ภูกระดึงในรูปหัวใจ จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) , Gift Set จากกลุ่มบริษัท ปตท. บัตรกำนัลจาก บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ของขวัญจาก โรงแรม อมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพ โรงแรม เบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร Vita Daily Stick และ ผู้สนับสนุนอีกมากมาย ทั้งนี้ การเฉลิมฉลองในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์เท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันถึงพลังแห่งความรักและการเคารพในความหลากหลายของมนุษย์ ทุกคู่รักที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้แสดงออกถึงการเลือกเส้นทางแห่งชีวิตคู่ร่วมกันในบรรยากาศที่ไม่เหมือนใคร โดยการเดินทางผ่านขบวนรถไฟฟ้าสายสีแดงที่เชื่อมโยงจิตใจและความผูกพันของพวกเขาไปพร้อมกับทิวทัศน์แห่งความรักที่ไม่มีข้อจำกัด

บริษัทฯ ยังยึดมั่นและดำรงภารกิจในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน โดยการพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล สร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง รวมทั้งรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร ตลอดจนสร้างวันแห่งความประทับใจแก่ผู้ใช้บริการในวันสำคัญ ด้วยการสร้างสังคมที่ยอมรับและเคารพความรักในทุกรูปแบบ การเดินทางในวันแห่งความรักครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการขนส่งคนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่มันคือการเคลื่อนตัวของหัวใจทุกดวงที่ร่วมสร้างประวัติศาสตร์แห่งความรักและความเท่าเทียมที่สมบูรณ์แบบ

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ http://www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ …ความพิเศษ”

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

รฟฟท. จัดโครงการ CSR “พี่หนูแดงพาน้องนั่งรถไฟไปเปิดโลกกว้าง ปี 2” ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดง

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด จัดโครงการ CSR “พี่หนูแดงพาน้องนั่งรถไฟไปเปิดโลกกว้าง ปี 2” เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ผ่านเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดง เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ของเด็กๆ ในชุมชนตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า โครงการ “พี่หนูแดงพาน้องนั่งรถไฟไปเปิดโลกกว้าง” ถือเป็นโครงการที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักเรียนและชุมชนในปี 2566 ที่ผ่านมา และในปี 2568 บริษัทฯ มีความยินดีที่จะสานต่อโครงการดีดีอย่างนี้ให้พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง โดยจะให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 จำนวน 100 คน จากโรงเรียนชุมทางตลิ่งชัน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดง ได้ทัศนศึกษาโดยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ซึ่งจะเริ่มต้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ไปจนถึงสถานีหลักหก (ม.รังสิต) และเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ อ.คลองห้า จ.ปทุมธานี โดยการเดินทางในครั้งนี้ เด็กๆ จะได้เห็นและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ นอกห้องเรียนผ่านการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนระบบรางที่มีมาตรฐานอย่างรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง และเด็กๆ จะได้สัมผัสการเรียนรู้นอกตำรา ผ่านกิจกรรมที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ซึ่งมีการจัดแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในหลากหลายแง่มุม อาทิ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ฟิสิกส์ เคมี คณิตศาสตร์ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ และการศึกษาเรื่องราวของร่างกายมนุษย์ นอกจากนี้ยังมีการเรียนรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาของไทยและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นประสบการณ์ที่ดีแห่งการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ ต่อไป โดยกำหนดการจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรม “พี่หนูแดงพาน้องนั่งรถไฟไปเปิดโลกกว้าง ปี 2” ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการเป็นองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคม โดยไม่เพียงแต่เป็นผู้ให้บริการขนส่งมวลชนระบบรางที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและโอกาสทางการศึกษาของเยาวชน เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคตต่อไปอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ จะดำเนินกิจการเคียงข้างประชาชน และจะมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล สร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง รวมทั้งรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมืองอย่างยั่งยืนต่อไป

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ http://www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ …ความพิเศษ”

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

สายสีแดง ชวนเที่ยวแลนด์มาร์คแห่งใหม่ สูดอากาศบริสุทธิ์ สะดวก เดินทางง่าย ติดรถไฟฟ้า

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เชิญชวนประชาชนเที่ยว พักผ่อน แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ที่มีแต่ความเขียวขจี อากาศบริสุทธิ์ เดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นอย่างมาก จึงอยากเชิญชวนประชาชนเดินทางมาพักผ่อนที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ “เปรมประชาวนารักษ์” เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือได้ว่า เป็นปอดแห่งใหม่ของคนชานเมือง โดยกลุ่ม ปตท. ได้จัดสรรพื้นที่กว่า 10 ไร่ ติดรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง สถานีทุ่งสองห้อง โดยได้ทำการฟื้นฟูที่ดินรกร้างให้กลายเป็นสวนสาธารณะ ซึ่งมีแต่ความเขียวขจี เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ให้คนย่านชานเมืองได้มาเช็คอิน รวมถึงได้ใช้พื้นที่ในการพักผ่อนหย่อนใจ และสูดอากาศที่บริสุทธิ์ พร้อมทั้งยังมีลานกิจกรรม และเส้นทางจักรยานสำหรับผู้ที่รักในการปั่นจักรยานด้วย

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่รักสัตว์เลี้ยง ก็สามารถพาน้องหมาน้องแมว มาพักผ่อนที่สวนเปรมประชาวนารักษ์ได้เช่นกัน เดินทางง่ายๆโดยรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ กับราคาสุดแสนประหยัด ค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 20 บาท และสามารถพาน้องหมาน้องแมวเดินทางมาด้วย ซึ่งน้องหมาน้องแมวไม่เสียค่าเดินทางแต่อย่างใด เพียงนำน้องๆใส่ในกระเป๋าที่มิดชิด และสำหรับผู้ที่จะมาปั่นจักรยานที่สวนสาธารณะนี้ ก็สามารถนำจักรยานทุกประเภทขึ้นรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงได้อีกด้วย ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ http://www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ …ความพิเศษ”

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

เนื่องในโอกาสปีใหม่ เข้ากราบสวัสดีและขอพร

วันที่ 4 มกราคม 2568 นางสาวพลอย ธนิกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยนายกริช ธนิกุล กรรมการบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เข้ากราบสวัสดีปีใหม่ และ ขอพรจากนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2568 ณ ฟาร์มโคนมบ้านพุประดู่ (MMilk Dairy Farm) ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

“สุรพงษ์” ส่งมอบความสุข ขยายเวลาให้บริการสายสีแดง ถึง ตี 2 ในคืนเคานต์ดาวน์ เป็นของขวัญปีใหม่มอบให้แก่ประชาชน

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ส่งมอบความสุข ขยายเวลาเปิดให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ถึง ตี 2 คืนวันที่ 31 ธ.ค. 67 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่มอบให้แก่ประชาชน

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม ได้ให้ความสำคัญต่อการให้บริการประชาชนในระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท เพื่อเพิ่มความสะดวก และความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 ที่จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก กระทรวงคมนาคม จึงได้กำหนดมาตรการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง รวมถึงมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือในการเชื่อมโยงการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานส่งมอบความสุขให้แก่ประชาชน เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ด้วย

ทางด้าน นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 นี้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด พร้อมขานรับนโยบายของกระทรวงคมนาคม เพื่อให้การเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม สามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นๆได้อย่างสะดวกสบายและมีความปลอดภัย จึงได้ขยายเวลาเปิดบริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ในคืนวันที่ 31 ธ.ค. 67 โดยให้บริการจนถึงเวลา ตี 2 เพื่อเป็นการส่งมอบความสุขแทนคำขอบคุณมายังประชาชนทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงมาโดยตลอด พร้อมกับเตรียมของขวัญเนื่องในเทศกาลคริสต์มาส และเทศกาลปีใหม่ เพื่อมอบให้กับผู้ใช้บริการ โดยในเทศกาลคริสต์มาส วันที่ 25 ธันวาคม 2567 จะมอบแก้วอเนกประสงค์ RED LINE MUG จำนวน 2,568 ชิ้น ให้กับผู้ใช้บริการบนขบวนรถไฟฟ้า โดยเหล่าซานต้า Influencers ชื่อดัง พร้อมรับฟังการบรรเลงเพลงคริสต์มาสจากวงไอดอล และในเทศกาลปีใหม่ ยังเตรียมของขวัญสุดพิเศษ ยาดมสมุนไพร ตรารถไฟฟ้าสายสีแดง เพื่อความสดชื่นต้อนรับปีใหม่ ให้แก่ผู้ใช้บริการ จำนวน 2,568 ชิ้น ในวันที่ 1 มกราคม 2568 ซึ่งผู้โดยสารสามารถติดต่อขอรับได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี ตั้งแต่เวลา 05.30 น. – 24.00 น. หรือจนกว่าของจะหมด บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ใช้บริการทุกท่านจะได้รับความสุข ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยตลอดการเดินทางในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้

นอกจากนี้ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เตรียมเอาใจคนรักสัตว์ โดยตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2568 เป็นต้นไป รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จัดแคมเปญ Pet Friendly Train Weekend Service (เฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์) เพื่อให้การเดินทางของท่านเป็นการเดินทางอันแสนพิเศษไปพร้อมกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก โดยสามารถนำสัตว์เลี้ยง ร่วมเดินทางไปท่องโลกกว้างได้อย่างมีความสุข ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

สำหรับด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสุนัขทหาร K9 ตรวจตราในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงจุดที่มีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดเหตุก่อการร้าย หรือเหตุวินาศกรรม พร้อมกำชับกวดขันเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คอยสอดส่องและระมัดระวังเหตุอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆทุกสถานี นอกจากนี้ยังมีการเฝ้าระวังพื้นที่ผ่านระบบ CCTV โดยควบคุมการปฏิบัติงานผ่านวิทยุสื่อสาร หากเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายขึ้นภายในสถานีรถไฟฟ้า จะสามารถดำเนินการเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ขอขอบคุณในทุกการสนับสนุน และจะมุ่งมั่น พัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ รักษามาตรฐานการปฏิบัติงานในด้านการเดินรถ และซ่อมบำรุง พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอยู่เสมอ รวมถึงรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจขององค์กร อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงทุกการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมืองได้อย่างยั่งยืน

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ http://www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ …ความพิเศษ”

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

รฟฟท.รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนประเภทรัฐวิสาหกิจ ระดับ “ดี” ประจําปี 2567

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้รับมอบรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประเภทรัฐวิสาหกิจ ระดับ “ดี” ประจําปี 2567 จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เข้ารับมอบรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประเภทรัฐวิสาหกิจ ระดับ “ดี” ประจําปี 2567 (Human Rights Awards 2024) จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เมื่อวันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม 2567 โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลฯ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลดังกล่าว ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ตอกย้ำความเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญในการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียมควบคู่กับการให้บริการเดินรถไฟฟ้าที่มีมาตรฐานในระดับสากล โดยยึดมั่นในการนำหลักการเคารพสิทธิมนุษยชนมากำหนดเป็นกลยุทธ์และแนวทางในการดำเนินงาน โดยเฉพาะการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ให้เป็นส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการ เพื่อผลักดันและขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตและก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยการนำหลักสิทธิมนุษยชนมาประยุกต์ใช้และสร้างให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร พัฒนาบุคลากรทุกคนให้มีความตระหนัก ยึดมั่นการสร้างความยุติธรรมและความเท่าเทียม เพื่อการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ควบคู่กับการสร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล รวมทั้งยังสร้างการมีส่วนร่วมและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ ผู้ใช้บริการ ชุมชนตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า คู่ค้า และกลุ่มเปราะบาง อันจะส่งผลให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการให้บริการขององค์กรได้อย่างปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว และมีความเสมอภาค และบริษัทฯจะมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จอย่างยั่งยืน

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ http://www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ …ความพิเศษ”

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

รฟฟท. ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2567 ณ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร จ.สมุทรสงคราม

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2567 ไปถวายพระภิกษุสงฆ์ผู้จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ตำบลแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า กฐินพระราชทาน เป็นกฐินที่พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐิน ให้แก่หน่วยงานราชการ องค์กร คณะบุคคล หรือบุคคลผู้ประสงค์ขอรับพระราชทานนำไปทอดถวาย ณ พระอารามหลวง ทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด และในส่วนของกฐินกาล มีกำหนดระยะเวลา 1 เดือน หลังออกพรรษา 1 วัน ระหว่างวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี พุทธศาสนิกชนจะร่วมทำบุญถวายผ้ากฐิน เพื่อเป็นการอุปถัมภ์พระสงฆ์ที่จำพรรษากาลครบถ้วนไตรมาสให้ได้รับอานิสงส์ตามพระวินัย และเป็นทุนในการบูรณปฏิสังขรณ์พระอาราม โดยเป็นการรวมพลังแห่งความสามัคคี ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจในการสร้างบุญกุศล สร้างความสุขของการอยู่ร่วมกันในสังคม รวมทั้งเป็นการจรรโลงและส่งเสริม สืบทอดให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมั่นคงสืบไป

ทั้งนี้ เนื่องในเทศกาลกฐิน พุทธศักราช 2567 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ประจำปี 2567 ตามที่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ขอพระราชทานไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ ณ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ตำบลแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ในวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2567 โดยมีนายมนตรี ตั้งเจริญถาวร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม , นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เป็นประธาน และ พระราชสมุทรวชิรโสภณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหารพระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี พ.ศ. 2567 พร้อมทั้งคณะกรรมการบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ประกอบด้วย นายกริช ธนิกุล , นายยศสรัล การพานิช และคณะผู้บริหาร พนักงานบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด รวมทั้งข้าราชการภาคส่วนต่าง ๆ ในจังหวัดสมุทรสงคราม ตลอดจนพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคจตุปัจจัยและร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน โดยมียอดเงินบริจาคถวายโดยเสด็จพระราชกุศล จำนวน 1,762,028.47 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนหกหมื่นสองพันยี่สิบแปดบาทสี่สิบเจ็ดสตางค์) ในโอกาสนี้ได้จัดให้มีการมอบทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนในจังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน 3 โรงเรียน ได้แก่ สำนักศาสนศึกษานักธรรม-บาลี วัดเพชรสมุทรวรวิหาร, วงโยธวาทิต โรงเรียนศรัทธาสมุทร , โรงเรียนศรัทธาสมุทร และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก วัดเพชรสมุทรวรวิหาร อีกด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ผลานิสงส์แห่งการถวายผ้าพระกฐินครั้งนี้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ เป็นฉัตรแก้วปกเกศอาณาประชาราษฎรตลอดไป รวมทั้งบันดาลให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญกุศล มีจิตตั้งมั่นในความดีงาม ถึงพร้อมด้วยสรรพกำลังในอันที่จะบำเพ็ญคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรือง

สำหรับวัดเพชรสมุทรวรวิหาร เดิมชื่อ “วัดศรีจำปา” สร้างขึ้นในราวรัชสมัยพระเจ้าปราสาททองแห่งกรุงศรีอยุธยา ตามตำนานเล่าว่า ในปี พ.ศ. 2307 ชาวบ้านแหลมในเขตเมืองเพชรบุรีอพยพหนีพม่ามาตั้งบ้านเรือน อยู่บริเวณตำบลแม่กลอง เหนือวัดศรีจำปา และเรียกหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านแหลม” ตามชื่อหมู่บ้านเดิมของตน ชาวบ้านแหลมได้ช่วยกันบูรณะวัดศรีจำปาและเรียกวัดนี้ใหม่ว่า “วัดบ้านแหลม” ต่อมาวัดบ้านแหลมได้ยกฐานะขึ้นเป็นอารามหลวง ชั้นวรวิหาร ได้รับพระราชทานนามว่า “วัดเพชรสมุทรวรวิหาร” มาจนถึงปัจจุบัน

5 ตุลาคมนี้ สายสีแดง เปิดให้บริการ Free Shuttle เสาร์ – อาทิตย์ เชื่อมต่อการเดินทางสู่ตลาดนัดจตุจักรอย่างไร้รอยต่อ

5 ตุลาคมนี้ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดให้บริการ Free Shuttle เสาร์ – อาทิตย์ เชื่อมต่อการเดินทางสู่ตลาดนัดจตุจักรอย่างไร้รอยต่อ สนับสนุนนโยบายภาครัฐในการเพิ่มขีดความสามารถด้วยการเข้าถึงระบบการขนส่งรองอย่างสะดวก

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ดำเนินการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม เชื่อมโยงการเดินทางให้มีความสะดวก สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวก และปลอดภัย รวมถึงลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว หันมาเลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทาง อีกทั้งเพื่อให้ผู้ใช้บริการ สามารถเข้าถึงระบบขนส่งรอง เพื่อเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ผ่านรูปแบบการเดินทางที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ หรือการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Transport) บริษัทฯ จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบ Feeder เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยจัดรถตู้รับ – ส่งผู้โดยสาร จากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์(ประตู13) ไปยังตลาดนัดจตุจักร บริเวณตึกแดง และกลับมายังสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์อีกครั้ง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ซึ่งผู้โดยสารสามารถใช้บริการในเส้นทางนี้ได้ในทุกวันเสาร์ และอาทิตย์ ให้บริการทุก 30 นาที ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะทดลองให้บริการในระยะแรกเป็นเวลา 3 เดือน หากได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้บริการ ก็สามารถขยายระยะเวลาการให้บริการต่อไปได้

ระบบ Feeder ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทาง หากมีการพัฒนาระบบ Feeder ที่มีความสะดวก และครอบคลุม จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้โครงข่ายการคมนาคมขนส่งมีความยั่งยืน และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ โดยบริษัทฯ จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่การเป็นผู้นำในการให้บริการเดินรถไฟฟ้าด้วยมาตรฐานระดับสากล มุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการอย่างเต็มความสามารถ

โดยท่านสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง โซเชียลมิเดียทุกแพลตฟอร์ม Facebook Fan Page, Twitter , Instagram, Youtube, Tiktok พิมพ์ชื่อ “RED Line SRTET” หรือส่วนบริการลูกค้า 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ http://www.srtet.co.th

“มากกว่าการเดินทางคือ …ความพิเศษ”

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น