“พาณิชย์-DITP” แนะผู้ประกอบการศึกษาใช้เส้นทางรถไฟลาว-จีน ส่งออกสินค้า

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) แนะผู้ส่งออกไทย ศึกษาการใช้ประโยชน์จากเส้นทางรถไฟลาว-จีน ในการขนส่งสินค้าเข้าสู่ตลาดจีน รองรับการเปิดด่านรถไฟโม่ฮาน แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถนำเข้าผลไม้ได้ ต้องรอสร้างลานตรวจสินค้าให้เสร็จก่อน คาดภายในปีนี้ เผยเบื้องต้น มีผู้ส่งออกไทยทดลองใช้รถไฟลาว-จีนบางช่วง
แต่ไม่ผ่านด่านรถไฟโม่ฮาน ส่งทุเรียนและมะพร้าว ประสบความสำเร็จด้วยดี พร้อมเดินหน้าสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ ช่วยผู้ประกอบการไทย

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้มอบหมายให้กรมฯ สำรวจลู่ทางและโอกาสการส่งออกสินค้าไทยในประเทศต่าง ๆ ล่าสุดได้รับรายงานจากนายณัฐ วิมลจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงโอกาสในการใช้ประโยชน์จากการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางรถไฟลาว-จีน ที่จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการส่งออกสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีนได้เพิ่มขึ้น นอกเหนือจาก
ทางบก ทางเรือ และทางอากาศ
โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานว่า การขนส่งทางรางผ่านเส้นทางรถไฟลาว-จีน เป็นอีกหนึ่งเส้นทางเลือกในการขนส่งสินค้าของไทยไปยังประเทศจีน และแม้ว่าด่านรถไฟโม่ฮานจะมีพิธีสารระหว่างกรมศุลกากรสาธารณรัฐประชาชนจีนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไทยว่าด้วยการตรวจสอบการกักกันโรคสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่ 3 ระหว่างสหราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถนำเข้าผลไม้ได้ เนื่องจากด่านดังกล่าว ยังต้องมีการดำเนินการก่อสร้างลานจำเพาะสำหรับตรวจสอบสินค้านำเข้าและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ 8 ประเภท ได้แก่ 1.ผลไม้ 2.เนื้อสัตว์ 3.ธัญพืช 4.สินค้าอาหารทะเลสดแช่เย็น 5.สัตว์น้ำมีชีวิต 6.ต้นกล้า 7.ไม้ และ 8.สัตว์หรือสิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อให้สามารถรองรับการนำเข้าสินค้าได้อย่างหลากหลาย

ทั้งนี้ ในช่วงระยะแรกจะมีการสร้างและใช้งานลานตรวจสอบสินค้านำเข้า 3 ประเภทก่อน ได้แก่ ผลไม้ ธัญพืชและสินค้าอาหารทะเลสดแช่เย็น โดยผ่านการอนุมัติจากศุลกากรจีน (GACC) แล้ว และคาดว่าลานดังกล่าว
จะสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้งานได้ภายในปี 2565 ส่วนการก่อสร้างและขออนุมัติลานจำเพาะสินค้าอีก 5 ประเภท ได้แก่ เนื้อสัตว์ ต้นกล้า ไม้ สัตว์น้ำมีชีวิตและสิ่งมีชีวิตจะดำเนินการต่อไปในภายหลัง และหากลานสินค้าจำเพาะสามารถเปิดใช้งานได้แล้ว ด่านรถไฟโม่ฮานจะกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางการขนส่งสินค้าที่สำคัญของมณฑลยูนนาน และสามารถสร้างประโยชน์ด้วยการลดต้นทุนและเวลาในการขนส่งสินค้าได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตร เช่น ผลไม้สด ผักสด และดอกไม้ ซึ่งเป็นสินค้าที่เน่าเสียง่ายและต้องการความรวดเร็วในการขนส่ง

นายภูสิตกล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันด่านรถไฟโม่ฮาน ยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกและลานตรวจสอบสินค้าผลไม้ ทำให้มีผู้ประกอบการไทยบางรายทดลองขนส่งผลไม้ผ่านเส้นทางรถไฟลาว-จีนในบางส่วนของเส้นทาง ยังไม่ผ่านด่านรถไฟโม่ฮาน โดยขนส่งในรูปแบบผสมผสานทางรถและทางราง เพื่อแก้ไขปัญหาในการเร่งระบายผลไม้จากไทยเข้าจีน ได้แก่ ทุเรียนและมะพร้าว โดยใช้ 2 รูปแบบ คือ กรณีที่ 1 รถไฟไทย–ท่านาแล้ง สปป.ลาว–รถไฟลาว-จีน (สถานีเวียงจันทน์ใต้-สถานีนาเตย สปป.ลาว)–รถบรรทุกลาว (นาเตย–บ่อเต็น สปป.ลาว)–เปลี่ยนเป็นรถบรรทุกของจีน
ณ LIDC ด่านบ่อเต็น–รถบรรทุกจีน (บ่อเต็น สปป.ลาว–โม่ฮาน จีน–ปลายทาง) และกรณีที่ 2 รถบรรทุก–ท่านาแล้ง สปป.ลาว–รถไฟลาว-จีน (สถานีเวียงจันทน์ใต้-สถานีนาเตย สปป.ลาว)-รถบรรทุก (นาเตย–บ่อเต็น สปป.ลาว)–เปลี่ยนเป็นรถบรรทุกของจีน ณ LIDC ด่านบ่อเต็น–รถบรรทุกจีน (บ่อเต็น สปป.ลาว–โม่ฮาน จีน–สถานีโม่ฮาน)–รถไฟลาว-จีน (สถานีโม่ฮาน–สถานีหวังเจียหยิง)–รถบรรทุก (สถานีหวังเจียหยิง–ปลายทาง)

“การขนส่งด้วยรถไฟในช่วง สปป.ลาว จะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาถนนในลาวที่มีสภาพไม่ดี ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนรถลากที่เชื่อมด่าน ณ บริเวณเชียงของ (จ.เชียงราย ประเทศไทย)–ด่านห้วยทราย (สปป.ลาว) ประหยัดเวลาในการขนส่งในสปป.ลาว แต่ก็มีความท้าทาย คือ การขนส่งทางรถไฟต้องรอการเติมสินค้าให้เต็มทั้งขบวนแล้วจึงค่อยขนส่งไปที่จีนได้ หรือจะต้องเหมาทั้งขบวนรถไฟ และแม้ว่าจะเป็นการขนส่งด้วยรถไฟลาว-จีน แต่เมื่อมาถึงสถานีนาเตยก็ต้องเปลี่ยนเป็นการขนส่งด้วยรถบรรทุกจากนาเตยมาถึงด่านบ่อเต็น และจำเป็นต้องรอคิวเข้าด่านโม่ฮานร่วมกับรถบรรทุกที่ขนส่งทางถนนมาตลอดสายเช่นเดียวกัน” นายภูสิตกล่าว
นายภูสิตกล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมเส้นทางส่งออกผลไม้ไทย ระหว่างรอการสร้างลานผลไม้ด่านรถไฟ
โม่ฮาน กรมได้ร่วมกับ สคต. นครคุนหมิง เร่งสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ไทย-จีน โดยจัดกิจกรรม Online Business Matching ให้กับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทยและจีน โดยวันที่ 22 ก.พ.2565 กิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจโลจิสติกส์ทางออนไลน์ระหว่างบริษัท Yunnan Tengjin Logistics Incorporated Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจด้านโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ของมณฑลยูนนาน กับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ของไทยทั้งหมด 16 บริษัท สร้างมูลค่าการค้ารวมทั้งสิ้น 374 ล้านบาท วันที่ 8 เม.ย.2565 กิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจโลจิสติกส์ทางออนไลน์ระหว่างบริษัท New Land-Sea Corridor Operation จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐวิสาหกิจกับบริษัทโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ที่ให้บริการด้านโลจิสติกส์หลายรูปแบบทั้งการขนส่งทางบก ราง ทะเลและอากาศ ที่มีประสบการณ์และมีศักยภาพการขนส่งสูง
กับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ของไทยทั้งหมด 16 บริษัท สร้างมูลค่าการค้ารวมมากกว่า 330 ล้านบาท

นอกจากนี้ สคต. นครคุนหมิง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และบริษัท New Land–Sea Corridor Operation จำกัด ได้ร่วมหารือเพื่อแก้ปัญหาการขนส่งผลไม้จากไทยไปจีน และเกิดรูปแบบการขนส่งผลไม้ไทยแบบผสมผสาน โดยใช้เส้นทางท่าเรือแหลมฉบัง-ท่าเรือชินโจว-ขนส่งทางรางมายังมหานครฉงชิ่ง-กระจายสินค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ของจีน ซึ่งส.อ.ท. จะรวบรวมผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกผลไม้ในรูปแบบดังกล่าว เพื่อเจรจากับบริษัท New Land–Sea Corridor Operation จำกัด โดยสคต. พร้อมจะอำนวยความสะดวกให้ต่อไป
สำหรับข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการไทย จะต้องรักษามาตรฐานสินค้าและปฏิบัติตามกฎระเบียบของจีนอย่างเคร่งครัด เนื่องจากขณะนี้ ทางการจีนให้ความสำคัญกับนโยบาย Zero Covid เป็นอย่างมากและถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถประนีประนอมได้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการผลไม้ควรควบคุมและป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อ Covid-19
ในสินค้าและบนบรรจุภัณฑ์ระดับสูงสุด และจะต้องติดตามสถานการณ์ด่านและเส้นทางการขนส่งอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประสานผู้นำเข้าและบริษัทโลจิสติกส์ให้ชัดเจนก่อนการขนส่งทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่เกิดจากความไม่แน่นอนของด่านทางบกที่เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งไปตามสถานการณ์การตรวจพบเชื้อโควิด-19 และการบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ
ของทางการจีน โดยผู้ประกอบการผลไม้ควรมีความยืดหยุ่นและอาจพิจารณาใช้เส้นทางการขนส่งทางอื่นแทนเส้น
ทางบกด้วย เช่น ทางเรือและทางอากาศ เป็นต้น

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ http://www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
8 มิถุนายน 2565

“พาณิชย์-DITP”เผยงานส่งเสริมการขายสินค้า บริการไทยเข้าสู่ธุรกิจ HORECA ในเยอรมนีประสบความสำเร็จ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผย “ทูตพาณิชย์เบอร์ลิน” จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าและบริการไทยเข้าสู่ธุรกิจ HORECA ในเยอรมนี ประสบความสำเร็จเกินคาด ผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจ แห่เข้าร่วมงานกว่า 120 ราย ชื่นชอบการจัดสาธิตทำอาหารไทย ชอบเครื่องดื่มที่ใช้ไซรัปและน้ำหอมที่ทานได้และเป็นนวัตกรรมฝีมือ
คนไทย คาดมีการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นแน่

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้มอบหมายให้กรมฯ สำรวจลู่ทางและโอกาสการส่งออกสินค้าไทยในประเทศต่าง ๆ ล่าสุดได้รับรายงานจาก น.ส.พัชรา รัตนบุบผา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี ถึงผลการจัดโครงการส่งเสริมสินค้าและบริการไทยเข้าสู่ธุรกิจ HORECA 2022 ในประเทศเยอรมนี ที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรบริษัท Kreyenhop & Kluge GmbH & Co.KG ผู้นำเข้าสินค้าอุปโภคและบริโภครายใหญ่ในตลาดเยอรมนี จัดงาน Touch of Thainess in Berlin เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2565
ที่ผ่านมา ณ ที่ทำการของสำนักงานกรุงเบอร์ลิน ในย่าน Wannsee มีผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจ HORECA (โรงแรม ร้านอาหาร และจัดเลี้ยง) ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าส่ง ผู้กระจายสินค้า เจ้าของธุรกิจ HORECA รวมทั้งสื่อมวลชน
เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่งกว่า 120 ราย
ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์ได้รายงานว่า การจัดงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ได้รับการชื่นชมจากผู้เข้าร่วมงานว่าเป็นงานที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของอาหารและเครื่องดื่มของไทย หลังจากที่ได้รับชมการสาธิตการปรุงอาหารไทยและผสมเครื่องดื่มไทย เข้าร่วมการจัดกิจกรรม Food Paring อาหารไทยกับเครื่องดื่มไทยและเยอรมัน การจัดแสดงสินค้าในกลุ่มธุรกิจ HORECA และการส่งเสริม ผลักดัน และยกระดับผู้ขายอาหารไทยรูปแบบ
Street Foods จาก Thai Park ให้ทำธุรกิจด้านการจัดเลี้ยง (Catering)

“ได้รับรายงานว่า ผู้ประกอบการในกลุ่ม HORECA มีความสนใจที่จะนำเข้าอาหารและเครื่องดื่มจากไทยเพิ่มขึ้น หลังจากเห็นศักยภาพของสินค้าไทย โดยเฉพาะเครื่องดื่มของไทย ที่มีความหลากหลาย และมีนวัตกรรม
ซึ่งในช่วงการจัดงาน ได้มีการเชิญ Mr.Jamie Rhind ซึ่งเป็น World Class Bartender และเป็นอดีต 1 ในทีมของ
บาร์เทนเดอร์ชั้นนำของ Bamboo Bar โรงแรมโอเรียลเต็ล มาโชว์การผสมเครื่องดื่มม๊อกเทล ค๊อกเทล และเครื่องดื่มสำหรับงาน “Sawasdee Berlin” เสิร์ฟแก่แขกผู้เข้าร่วมงาน โดยใช้ไซรัปและน้ำหอมที่ทานได้แบรนด์ Silpin ซึ่งเป็นสินค้านวัตกรรมของคนไทย ใช้ฉีดพรมเติมเต็มอรรถรสความหอมแห่งสยามให้เครื่องดื่ม ขนม และอาหาร ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ และเรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างมาก”นายภูสิตกล่าว

สำหรับซุ้มอาหารไทย ที่มีการสาธิตการปรุงอาหารไทย ได้เชิญ Chef จากร้านอาหารไทยชั้นนำใน
กรุงเบอร์ลินที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT และเปิดโอกาสให้ร้านอาหารไทยใน Thai Park เข้าร่วมปรุงอาหารเสิร์ฟแก่แขกผู้เข้าร่วมงาน โดยเมนูอาหารไทยที่จัดแสดงและเสิร์ฟในงาน ได้แก่ ถุงทอง , ส้มตำ , พะแนงกุ้งเสิร์ฟพร้อมข้าวขาว ข้าวสี , ผัดไทย , ผัดขี้เมามาม่า , ไส้อั่ว , ไส้กรอกอีสาน , อาหารประเภทปิ้ง-ย่าง , บัวลอยมะพร้าวอ่อน
และข้าวเหนียวมะม่วง เป็นต้น ซึ่งได้รับการชื่นชนว่าเป็นอาหารคุณภาพอร่อย

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ http://www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
7 มิถุนายน 2565

พาณิชย์ – DITP เปิดรับสมัครผู้ประกอบการธุรกิจบริหารการจัดงานไทยเข้าร่วมโครงการ Online Business Matching ประเทศเกาหลีใต้

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากนโยบายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์) ที่ได้สั่งการ ให้สนับสนุนและเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการไทยในการออกสู่ตลาดต่างประเทศนั้น กรมฯ จึงได้ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล ดำเนินโครงการเจรจาการค้ากลุ่มธุรกิจบริหารการจัดงาน และธุรกิจเกี่ยวเนื่องในรูปแบบออนไลน์ (ประเทศเกาหลีใต้) เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการธุรกิจบริหารการจัดงานไทยสามารถขยายธุรกิจบริหารการจัดงานสู่ตลาดเกาหลีใต้ รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจกับผู้ประกอบการท้องถิ่น ตลอดจนประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ธุรกิจบริหารจัดงานไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในประเทศเกาหลีใต้

โครงการดังกล่าวเป็นการจัดกิจกรรมเจรจาการค้าในรูปแบบออนไลน์ (Online Business Matching : OBM) โดยมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 19 สิงหาคม 2565 ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ผู้ประกอบการธุรกิจบริหารการจัดงานและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่บัดนี้ – 30 มิถุนายน 2565 ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://shorturl.asia/TKLzG หรือสแกน QR Code

ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจบริการ 3 สำนักพัฒนา และส่งเสริมธุรกิจบริการ โทร. 0 2507 8396 อีเมล service3@ditp.go.th


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
6 มิถุนายน 2565

Go City ธุรกิจบัตรผ่านระดับโลก ลุยตลาดท่องเที่ยวในไทย เปิดตัว Go City Bangkok Passพร้อมขยายการลงทุนเพิ่มบริการทั่วโลกครบวงจรบริษัทท่องเที่ยวยักษ์ใหญ่ ทุ่มลงทุนในไทย ตอกย้ำความเชื่อมั่นของต่างชาติที่มีต่อตลาดท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

กรุงเทพฯ ประเทศไทย (31 พฤษภาคม 2565) – Go City (โกซิตี้) ผู้นำด้านบัตรผ่านสำหรับสถานที่ท่องเที่ยว (sightseeing pass) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศเปิดตัว “Go City Bangkok Pass” อย่างเป็นทางการ ลุยลงทุนตลาดท่องเที่ยวในประเทศไทย หวังดึงดูดชาวต่างชาติทั่วโลกสู่กรุงเทพฯ ให้สามารถเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยว และสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่าง ณ จุดหมายปลายทางกว่า 25 แห่งทั่วกรุงฯ พร้อมรุกกลุ่มนักเดินทางชาวไทย ด้วยบัตรผ่านทั่วโลกลอนดอน นิวยอร์ก ปารีส สตอกโฮล์ม และซิดนีย์ ในราคาที่คุ้มค่าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน


จอน โอเวน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โกซิตี้ เปิดเผยว่า Go City Bangkok ได้เข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทย และได้เปิดตัวนำร่องไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากลูกค้า Go City ทั่วโลก โดย 60% ของยอดขายมาจากตลาดระยะไกลในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และแคนาดา จนกระทั่งเกิดวิกฤตโรคโควิด-19 ขึ้น ซึ่งมีผลต่อการเดินทางของนักเดินทางทั่วโลก Go City ได้เพิ่มเทคโนโลยีเป็นสองเท่าพร้อมลงทุนเพิ่มขึ้น เพื่อรีแบรนด์ และปรับปรุงปรับทิศทางของธุรกิจใหม่ เพื่อให้ตอบโจทย์ของลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา Go City ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจบัตรผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลก

ในปีนี้ Go City ได้เล็งเห็นว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ได้กลับมาเดินทางอย่างเต็มรูปแบบแล้ว จึงได้ขยายการลงทุนในกรุงเทพฯ ประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว Go City Bangkok Pass บัตรผ่านเข้าสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงขยายตัวการบริการเพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกทั้งในฐานะตลาดต้นทางและปลายทาง

ทั้งนี้ Go City ประเทศไทย นับเป็นบริษัทในเครือที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของบริษัทในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่ออุป-สงค์ (demand) สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Go City Bangkok Pass ในขณะที่ยอดซื้อของลูกค้าชาวไทยเป็นไปในทิศทางที่ดี โดย “บัตรผ่านลอนดอน” (Go City London Pass) ที่สามารถเข้าสถานที่ท่องเที่ยวได้กว่า 90 แห่งในลอนดอน สหราช-อาณาจักร ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานในหมู่ลูกค้าชาวไทย คิดเป็น 49% ของการซื้อ รองลงมาคือ “บัตรผ่านสตอกโฮล์ม” (Go City Stockholm) ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่า 40 แห่ง คิดเป็น 18% ของการซื้อ และ “บัตรผ่านนิวยอร์ก” (New York Pass) ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่า 115 แห่ง คิดเป็น 16% ของการซื้อ ส่วนที่เหลือเป็น ปารีส,ซิดนีย์, ชิคาโก้, โรม, ซานฟรานซิสโก, อัมสเตอร์ดัม, และบาร์เซโลนา ที่มียอดซื้อ 17% ของการซื้อโดยลูกค้าชาวไทย

จอน โอเวน (Jon Owen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โกซิตี้ กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นการฟื้นตัวการท่องเที่ยวของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทันทีที่ข้อจำกัดการเดินทางเริ่มถูกยกเลิกเมื่อต้นปีนี้ เราเห็นยอดขายเพิ่มขึ้น 10 เท่า การเปิดตัว Go City Bangkok เป็นก้าวแรก แต่เรารู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้กันที่จะปรับปรุงประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ในขณะที่เราได้ปรับปรุงบริการบัตรผ่านสำหรับชาวไทยโดยเฉพาะ เพื่อให้พวกเขาได้เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ลอนดอน นิวยอร์ก และปารีส ซึ่งเป็นเมืองยอดนิยมที่นักเดินทางชาวไทยที่มียอดซื้อสูงสุดในปี พ.ศ. 2562 โดยเราจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในจุดหมายปลายทางทั่วโลกเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางในไทยมากขึ้นในอนาคต รวมถึงการเปิดตัวในกรุงโซลและโตเกียวในอนาคตอีกด้วย”

ด้าน ไบดิ ลี (Baidi Li) รองประธานอาวุโสฝ่ายพาณิชย์ โกซิตี้ กล่าวว่า “Go City Bangkok พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลกอย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยบัตรผ่านที่จะมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่แตกต่าง คุ้มค่า และราคาประหยัด และเราพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยให้ลูกค้าของเราได้รับประโยชน์สูงสุดจากการพักผ่อนในเมืองหลวงแห่งนี้”

สถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถใช้ Go City Bangkok pass ได้ในขณะนี้ ได้แก่ คิง เพาเวอร์ มหานคร สกายวอล์ค (King Power Mahanakhon Skywalk), ทัวร์ชิมอาหารในไชน่าทาวน์, ทัวร์ผับในกรุงเทพฯ, ทัวร์อยุธยาหนึ่งวัน, ล่องเรือดินเนอร์ในแม่น้ำเจ้าพระยา, ทัวร์ตุ๊กตุ๊ก และสัมผัสประสบการณ์การนวดแผนไทยแท้ ๆ Go City กำลังวางแผนที่จะเพิ่มทางเลือกด้านไลฟ์สไตล์อีกมากมาย อาทิ สกายบาร์ อาหารและเครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์

บัตรผ่านที่ไม่เหมือนใครของ Go City มอบโอกาสในการชมสถานที่ที่ดีที่สุดของเมือง ตั้งแต่สถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำไปจนถึงประสบการณ์นอกเส้นทางที่ไม่เหมือนใคร โดยให้การบริการแนะนำการเดินทางที่ดีที่สุดและบัตรผ่านที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการนักเดินทางยุคใหม่ ด้วยประสบการณ์ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่แตกต่าง คุ้มค่า ราคาประหยัด มี 2 ตัวเลือกสำหรับบัตร Go City Bangkok แต่ละแบบได้รับการออกแบบสำหรับรูปแบบการเดินทางที่แตกต่างกัน

1) บัตรผ่านแบบรวมทุกอย่าง All-Inclusive Pass ช่วยให้ลูกค้าที่ซื้อเองได้เพิ่มการเข้าชมและชมเมืองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายในจำนวนวันที่กำหนด สำหรับผู้ใหญ่ 2 วัน ราคา 2,999 บาท (ประมาณ 89 ดอลลาร์)
2) Explorer Pass บัตรผ่านสำหรับนักเดินทางที่ต้องการใช้เวลาในการสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวแบบยืดหยุ่นได้ มีอายุ 60 วัน ซึ่งสามารถเลือกล่วงหน้าก่อนเดินทาง เลือกได้ถึง 3 สถานที่ สำหรับผู้ใหญ่ ราคา 1,899 บาท (ประมาณ 57 ดอลลาร์)

ค้นหาข้อมูล Go City Bangkok เพิ่มเติมได้ที่ GoCity.com/Bangkok หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Go City จาก App Store หรือ Google Play

Thank Press RED Line 2022

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ประธานจัดงานเลี้ยงขอบคุณสื่อ ภายใต้สโลแกน “Thank Press RED Line 2022” ในตรีมชุดกีฬาเพื่อสร้างความรักความสามัคคี

ด้านนายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด กล่าวว่า งานสนุกมาก Thank Press RED Line 2022 ตำนานงานเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชน ขอบคุณจากใจครับ
พี่ฝน ธนสุนทร น้องเป็กกี้ ศรีธัญญา น้องดิว เดอะ
สตาร์ เอมมี่ แม็กซิม เพื่อนอั้ม ทุกโชว์อลังการมาก ขอบคุณที่ให้เกียรติรถไฟฟ้าสายสีแดงนะครับ

“พาณิชย์-DITP”แนะผู้ส่งออกศึกษากรณีแอฟริกา 22 ประเทศใช้ระบบ e-trade

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) แนะผู้ส่งออกไทยจับตากรณีเคนยาจับมือประเทศในแอฟริการวม 22 ประเทศ นำระบบ e-trade มาใช้ในการแลกเปลี่ยนเอกสารทางการค้าระหว่างประเทศและช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้า ชี้ควรศึกษา ก่อนนำมาปรับใช้ในการทำตลาดส่งออกของไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้มอบหมายให้กรมฯ สำรวจลู่ทางและโอกาสการส่งออกสินค้าไทยในประเทศต่าง ๆ ล่าสุดได้รับรายงานจาก ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงไนโรบี เคนยา ถึงการใช้งาน Single Window Entry Platform ที่เรียกว่า “Ken Trade e-Single Window” หรือ “Trade Facilitation Platform (TFP)” ที่จัดทำโดยหน่วยงานส่งเสริมการสร้างเครือข่ายด้านการค้าเคนยา (Ken Trade) เพื่อจัดการการแลกเปลี่ยนเอกสารทางการค้า (one single entry shipping documents) กับประเทศต่าง ๆ ในแอฟริกา ที่มีความร่วมมือกัน เช่น เคนยา โมร็อกโก ตูนิเซีย แคเมอรูน และเซเนกัล และประเทศอื่น ๆ รวม 22 ประเทศ

สำหรับระบบ e-trade ดังกล่าว ได้รับรายงานจากทูตพาณิชย์ว่าจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ ระหว่างประเทศต่าง ๆ ของประเทศสมาชิก โดยจะเริ่มต้นเชื่อมกันระหว่าง 22 ประเทศในแอฟริกา ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลการขนส่งสินค้า การแลกเปลี่ยนเอกสารการส่งออก-นำเข้า ที่ใช้ในการขนส่งสินค้าทั้งหมดอย่างเป็นระบบผ่านระบบออนไลน์ เช่น การชำระภาษีนำเข้า ค่าบริการการขนส่ง เอกสารในการจัดส่งสินค้า ใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ บริษัทขนส่ง ผู้ส่งออก-นำเข้า เป็นต้น ของ 22 ประเทศสมาชิกดังกล่าวข้างต้น

ทั้งนี้ Ken Trade ได้ดำเนินการพัฒนาระบบข้อมูลออนไลน์ดังกล่าว โดยมีแนวคิดและการพัฒนาให้ข้อมูลต่าง ๆ แก่ผู้เกี่ยวข้องทุกคนเกี่ยวกับสถานะของการจัดส่งสินค้าแบบเสมือนจริง (Real time) ซึ่งจะทำให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถ ทราบต้นทุน และระยะเวลาของการส่งสินค้าในแต่ละครั้งจากประเทศต้นทางไปสู่ประเทศปลายทางได้ เช่น ผู้ส่งออกเคนยาส่งออกสินค้าอโวคาโดไปอียิปต์ สามารถคาดการณ์ได้ว่าสินค้าของตนเองไปถึงผู้นำเข้าในอียิปต์วันไหน และ
มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งและส่งออกจำนวนเท่าใด

นายภูสิตกล่าวว่า การดำเนินการของ Ken Trade ของเคนยา แสดงให้เห็นถึงการที่ประเทศในแอฟริกาโดยเฉพาะเคนยา ที่มุ่งหวังในการนำเทคโนโลยีในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศของตนกับประเทศคู่ค้า เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าระหว่างประเทศสมาชิก และทำให้ต้นทุนในการขนส่งสินค้าระหว่างกันมีความโปร่งใสและติดตามได้แบบเสมือนจริงมากขึ้น อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชันแก่ผู้เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวมากขึ้น และยังช่วยให้ลดระยะเวลาในการยื่นเอกสารรับรองต่าง ๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม กรมฯ เห็นว่า ผู้ส่งออกไทยควรเริ่มศึกษาว่าหากประเทศต่าง ๆ ในแอฟริกา นำเอาระบบดังกล่าวมาใช้มากขึ้น จะทำให้ต้นทุนในการนำเข้าสินค้าระหว่างประเทศแอฟริกาจะลดลง และอาจส่งผลกระทบในการนำเข้าสินค้าจากประเทศนอกกลุ่ม มีต้นทุนเปรียบกับกลุ่มดังกล่าว มีต้นทุนที่มากกว่าและเสียเวลามากกว่า และหากในอนาคตไทยมีความร่วมมือในเรื่องการค้ากับแอฟริกามากขึ้น ก็ควรให้ความสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลของไทยให้เข้าไปอยู่ระบบดังกล่าวด้วย ซึ่งกรมฯ ได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ในเคนยาทำการตรวจสอบกับผู้นำเข้าและบริษัทขนส่งสินค้าในเคนยา เพื่อสอบถามผลดีผลเสียในการใช้งานในระบบดังกล่าว เพื่อให้เป็นกรณีศึกษาแก่ผู้ส่งออกที่สนใจตลาดแอฟริกาต่อไปแล้ว

นักธุรกิจหรือผู้ส่งออกที่มีความสนใจจะทำการส่งออกสินค้าหรือเข้ามาลงทุนในตลาดเคนยาหรือแอฟริกาตะวันออก สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้กับทูตพาณิชย์ ณ กรุงไนโรบี ที่ email. info@ocanairobi.co.ke หรือติดต่อ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ http://www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
2 มิถุนายน 2565

“พาณิชย์-DITP”ชี้เป้าส่งออก “แมลง-โปรตีนจากแมลง-อาหารจากแมลง” เจาะตลาดสหรัฐฯ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ชี้เป้าส่งออก “แมลง-โปรตีนจากแมลง-อาหารจากแมลง” เจาะตลาดสหรัฐฯ รับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนะควรนำเสนอเป็นอาหารสำเร็จรูป ของท่านเล่น โปรตีนบาร์ เลี่ยงการทอด ให้ใช้วิธีอบแห้งแทน เน้นทำตลาดผ่านร้านอาหาร ใช้เป็นวัตถุดิบทำเบเกอรี่ อาหารสัตว์ และขายผ่านช่องทางออนไลน์

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้มอบหมายให้กรมฯ สำรวจลู่ทางและโอกาสการส่งออกสินค้าไทยในประเทศต่าง ๆ ล่าสุดได้รับรายงานจาก นางสุปรารถนา กมลเวชช ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครชิคาโก สหรัฐฯ ถึงเทรนด์การเติบโตของตลาดการบริโภคแมลงในตลาดสหรัฐฯ ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและน่าจับตามอง เพราะจะเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทยสำหรับสินค้าแมลง โปรตีนจากแมลง และอาหารจากแมลง

ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์ได้รายงานว่า บริษัทวิจัยตลาด Meticulous Market Research Inc. ของสหรัฐฯ ได้ให้ข้อมูลว่า ช่วงปี 2565–2573 ตลาดแมลงที่รับประทานได้จะมีอัตราการเติบโตร้อยละ 28.3 มีมูลค่า 9,600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 3,139,035 ตัน เติบโตร้อยละ 31.1 เนื่องจากเป็นโปรตีนทางเลือกที่อุดมไปด้วยสารอาหารและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ โดยรูปแบบที่บริโภค จะมีทั้งแบบผง แป้ง ผลิตภัณฑ์ในรูปมืออาหาร น้ำมัน และการรับประทานเป็นตัว ส่วนแมลงที่นิยมนำไปผลิตเป็นโปรตีนทางเลือก ได้แก่ จิ้งหรีด หนอน แมลงวันลาย หนอนนก หนอนควาย ตั้กแตน มด หนอนไหม จั้กจั่น

โดยโปรตีนทางเลือก จะถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งคาดว่าจะมีสัดส่วนตลาดมากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น ๆ รองลงมา คือ อาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ สัตว์น้ำ หรือสัตว์เลี้ยง ซึ่งมีทั้งผลิตภัณฑ์ผง แป้ง โปรตีนบาร์ และ Shake ขนมขบเคี้ยว ขนมอบ ลูกกวาด แมลงทั้งตัวแปรรูป เครื่องดื่ม โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์ในรูปผงจะขยายตัวมากกว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพราะการออกกำลังกายมีมากขึ้น ทำให้ต้องการโปรตีนแบบผง ซึ่งผลิตภัณฑ์จากจิ้งหรีดจะมีสัดส่วนมากที่สุด เมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น ๆ

นายภูสิตกล่าวว่า โอกาสในการทำตลาดของผลิตภัณฑ์แมลงของไทยในสหรัฐฯ ควรได้รับการพัฒนาในด้านการผลิตให้เกิดความหลากหลายรูปแบบเป็นสินค้าอาหาร เช่น การนำเสนอเป็นอาหารสำเร็จรูป เป็นของทานเล่น (Snack) หรือโปรตีนบาร์ ควรเลี่ยงการทอดแมลง แต่หันไปใช้วิธีอบแห้ง (Dehydration) และรวมไปถึงการพิจารณาใช้บรรจุภัณฑ์ โดยควรเน้นการใส่ซอง ถุง และมีรูปสวยงาม หรือใส่ขวดแก้ว ขวดพลาสติก อีกทั้งให้พิจารณาผลิตแมลงแช่แข็ง ซึ่งจะขยายอายุของสินค้าให้นานออกไป
ส่วนช่องทางการทำตลาด ควรใช้ธุรกิจบริการอาหาร (ร้านอาหาร) เป็นช่องทางที่สำคัญของการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แมลง เพราะผู้ใช้ คือ ภัตตาคาร ร้านอาหาร ซึ่งจะนำไปใช้เป็นส่วนผสมในการประกอบอาหาร และการนำเสนอสินค้าเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิต เช่น การผลิตอาหารสัตว์ และเบเกอรี่ เป็นต้น และควรเจาะตลาดผู้บริโภคฮิสแปนิก โดยเฉพาะชาวเม็กซิกัน ที่นิยมบริโภคแมลงเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร จึงเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ควรพิจารณาและประยุกต์สินค้าตามรสนิยมของผู้บริโภค
นอกจากนี้ ควรใช้ช่องทางการค้าออนไลน์ โดยเฉพาะการขายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ เช่น amazon.com หรือ ebay หรือ walmart.com จะเป็นช่วยนำเสนอสินค้าโดยตรงให้แก่ผู้บริโภค

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ http://www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
1 มิถุนายน 2565

“พาณิชย์-DITP”จัดทำข้อมูลตลาด โอกาสการค้า ทิศทางแฟชั่นสิ่งทอใยกัญชง

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยที่ทำจากเส้นใยและผลิตภัณฑ์จากใยกัญชง สู่สินค้ามูลค่าสูง เปิดตัวข้อมูลแนวโน้มตลาด โอกาสทางการค้า ทิศทางแฟชั่น ผ่านรายงาน “Hemp Market Report Series for Textiles Industry” เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปใช้ในการวางแผนการผลิต การทำตลาด
นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้จัดทำ “โครงการพัฒนาและส่งเสริมการส่งออกสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่ทำจากเส้นใยและผลิตภัณฑ์จากใยกัญชง

เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก” เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าที่มีมูลค่าสูงต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอและการเพิ่มมูลค่าสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของไทยจากเส้นใยกัญชง ผ่านการสนับสนุนข้อมูลด้านตลาดเชิงลึกและแนวทางการพัฒนาธุรกิจและสินค้าจากกัญชงให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาศักยภาพและแข่งขันได้ในระดับสากล สอดคล้องกับนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งเน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเร่งรัดการส่งออกด้วยยุทธศาสตร์ “ตลาดนำการผลิต” ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG Model

เพื่อพัฒนาศักยภาพ SMEs ไทย ตลอดจนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ล่าสุดได้จัดทำข้อมูลแนวโน้มตลาดและโอกาสในการส่งเสริมการค้าสำหรับสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่ทำจากเส้นใยและผลิตภัณฑ์จากใยกัญชง โดยได้ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์จัดทำข้อมูลเป็นชุดรายงานในชื่อ “Hemp Market Report Series for Textiles Industry” แบ่งเป็น 3 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 Hemp Market Report ประกอบด้วยเนื้อหาการวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดกัญชงของโลก การศึกษาตลาดศักยภาพของไทย และการเตรียมความพร้อมอุตสาหกรรมสิ่งทอของไทยสู่การเจาะตลาดโลกด้วยการเพิ่มมูลค่าจากกัญชง ฉบับที่ 2 Hemp Business เป็นการศึกษาการผลิต การประกอบธุรกิจการค้า และการส่งออก ผ่านกรณีศึกษา การวิเคราะห์ปัญหาอุปสรรค และโอกาสในการลงทุน ตลอดจนตัวอย่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในระดับอุตสาหกรรม และฉบับที่ 3 Hemp Design แนวทางการออกแบบสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากกัญชงให้ตอบโจทย์ตลาดเป้าหมายและเทรนด์ BCG Economy ของโลก

“ข้อมูลเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการสิ่งทอและผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ที่เกี่ยวเนื่องของไทย
ถือเป็นก้าวใหม่ที่สำคัญในการเชื่อมโยงภาคการผลิตสู่โอกาสทางการค้าในตลาดโลก โดยผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดชุดรายงานทั้ง 3 ฉบับ ได้ที่เว็บไซต์กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ https://www.ditp.go.th/ditp_web61/article_sub_view.php?filename=contents_attach/762786/762786.pdf&title=762786&cate=819&d=0” นายภูสิตกล่าว

นอกจากนี้ ที่ผ่านมา กรมฯ ได้มีการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาต้ นแบบสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่ทําจากเส้นใยและผลิตภัณฑ์จากใยกัญชง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก การสัมมนาให้ความรู้ผู้ประกอบการ เรื่อง ตลาดและการประกอบธุรกิจด้านการค้าสําหรับสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่ทําจากเส้นใยและผลิตภัณฑ์จากใยกัญชง และการจัดนิทรรศการแสดงผลงานต้นแบบสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์จากกัญชง รวมทั้งการจัดทำข้อมูลแนวโน้มตลาดและโอกาสในการส่งเสริมการค้าสำหรับสินค้าสิ่งทอและครื่องนุ่งห่มที่ทำจากเส้นใยและผลิตภัณฑ์จากใยกัญชง
สำหรับสถานการณ์การส่งออกสินค้าสิ่งทอ (ไม่รวมเคหะสิ่งทอ) ในช่วง 3 เดือนของปี 2565 (ม.ค.-มี.ค.)
มีมูลค่า 1,724.71 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.75 โดยไทยส่งออกไปยังตลาดสำคัญได้เพิ่มขึ้น ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย บังคลาเทศ กัมพูชา เมียนมา อินเดีย และเยอรมนี สินค้าที่สำคัญ ประกอบด้วย เครื่องนุ่งห่ม 601.78 ล้านเหรียญสหรัฐ (34.89%) ผ้าผืนและด้าย 552.38 ล้านเหรียญสหรัฐ (32.03%) และสิ่งทออื่น ๆ ได้แก่ เส้นใยประดิษฐ์ ผ้าปักและผ้าลูกไม้ ตาข่ายจับปลา ผ้าแบบสำหรับตัดเสื้อและผ้าที่จัดทำแล้ว ผ้าคลุมไหล่ ผ้าพันคอ 570.55 ล้านเหรียญสหรัฐ (33.08%)

ปัจจุบันรัฐบาลได้ผลักดันให้กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่มีศักยภาพ และมีการส่งเสริมการนำมาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้เล็งเห็นศักยภาพและโอกาสในการส่งเสริมและผลักดันกัญชงสู่สินค้าสิ่งทอและผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออก เนื่องจากกัญชงเป็นเส้นใยธรรมชาติที่มีคุณสมบัติพิเศษมากมาย และมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถตอบโจทย์แนวโน้มตลาดโลกได้เป็นอย่างดี โดยตลาดสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่ทำจากเส้นใยและผลิตภัณฑ์จากใยกัญชง มีขนาดตลาดมูลค่ากว่า 1.42 แสนล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อไปอีกกว่าร้อยละ 22.4 ภายในปี 2570 เนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นของเส้นใย และน้ำมันกัญชง โดยมีนํามาแปรรูปในระดับอุตสาหกรรมสําคัญ อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ
กลุ่มอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
31 พฤษภาคม 2565

สุดปัง!!! รางวัลสาขา ผู้สร้างสรรค์ส่งเสริมมวลชนและสังคมดีเด่น ได้แก่ วศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด รางวัล “พิฆเนศวร” ครั้งที่ ๑๐

การจัดงานประกาศผลรางวัลวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ รางวัล “พิฆเนศวร” ครั้งที่ ๑๐ โดยสมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท) โดย ดร.อำนาจ หมัดสดาย ประธาน สว.นท. ขอร่วมเป็นแนวทางที่จะสร้างมาตรฐาน และความเชื่อถือให้เกิดขึ้นต่อคุณภาพของวิทยุโทรทัศน์และในสายตานานาประเทศ ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นบุคลากรผู้ผลิตสื่อรายการ สถานีวิทยุโทรทัศน์ต่าง ๆ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสนับสนุนในการผลิตสื่อรายการวิทยุโทรทัศน์รวมทั้งนักศึกษาในสถาบันที่มีการสอนด้านวิทยุโทรทัศน์เกิดขวัญกำลังใจ ได้รับการยกย่องชมเชย สนับสนุนที่จะสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ และปฏิบัติหน้าที่เป็นแบบอย่างที่ดีที่จะเกิดการแข่งขันสร้างผลงานที่มีคุณภาพมาตรฐาน และสร้างสรรค์มีคุณค่าทางศิลปะบันเทิงตรงตามความต้องการและโอกาสของวงการวิทยุโทรทัศน์ไทย ทั้งในและต่างประเทศปัจจุบันและอนาคตรวมถึงบุคคลต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์ผลงานดีเด่นเป็นแบบอย่างที่ดี จึงได้จัดโครงการงานประกาศผลรางวัลวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ รางวัล “พิฆเนศวร” แก่บุคคลและองค์กรเพื่อเป็นเกียรติและกำลังใจสำหรับตัวเองและผู้เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ ทางสมัชชาฯ และคณะกรรมการจัดงาน จึงได้รับการพิจารณาเพื่อเข้ารับประทาน รางวัลวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ รางวัล “พิฆเนศวร ” ครั้งที่ ๑๐ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ โดยจะมีพิธีมอบรางวัลใน วันอาทิตย์ที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ณ ห้องดอนเมืองบอลรูม โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ตกรุงเทพ ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก นักแสดงดาวรุ่งจาก ซีรีส์ธรรมะ “นางวิสาขา” ได้แก่ ไอซ์-เดชาพัชร ชัยรัตน์ และ นนท์-ภูวริช เขียวชอุ่ม ร่วมด้วยนักแสดงดาวรุ่งจากซีรีส์วาย “Boxer in heart หมัดนี้ให้นาย” ได้แก่ โอตะ-มองโกล ภัทรมานพ และ ซินเวียร์-วุฒิเมศร์ กีรติวัฒนารุจน์ เป็นผู้เชิญรางวัลพระพิฆเณศวร โดยมีบุคคลเข้ารับรางวัลดังต่อไปนี้

รางวัลสาขา กิตติมศักดิ์อัครบุคคลแห่งชาติ ได้แก่ รอง เค้ามูลคดี
รางวัลสาขานักแสดงเอเชียดาวรุ่ง ได้แก่ Yang Dong Won (ยัง ดง วอน)
และได้รับการแต่งตั้งเป็น ทูตมิตรภาพวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวอาเซียน
(Ambassador of Cultural Friendship and Tourism Promotion to ASEAN )
รางวัลสาขา นักแสดงชายเจ้าบทบาทยอดเยี่ยม ได้แก่ ชาคริต แย้มนาม จากละคร วันทอง ช่อง ONE31
รางวัลสาขา นักแสดงหญิงเจ้าบทบาทยอดเยี่ยม ได้แก่ จอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค จากละคร บ่วงใบบุญ สถานีโทรทัศน์ช่อง 8
รางวัลสาขา ผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาดีเด่น ได้แก่ อาจารย์ศุภณัฏฐ์ อัฏฐวัฒน์ ประธานชมรมอนุรักษ์พ่อแก่และประธานกรรมการมูลนิธิแสงธรรม ในพระสังฆราชูปถัมภ์ / คุณสุพิชญา ไพฑูลย์ ผู้จัดละคร ดาวย้อมแสง และกรรมการผู้จัดการบริษัท เพชรวดีก่อสร้าง จำกัด / น้ำฝน-เพชรปวีณ์ หิรัญกุลชัชวาล Mrs. Thailand 2022 และนักแสดงจาก พระธรรมบทเดอะซีรีส์ ตอน สามาวดี ผู้ไม่ตาย ททบ.5HD
รางวัลสาขา ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมดีเด่น ได้แก่ ศรสุทธา กลั่นมาลี (ถั่วแระ เชิญยิ้ม) นักแสดงจากซีรีส์ธรรมะ “นางวิสาขา” / ดร.ทวีศักดิ์ เผ่าบัณฑูร กรรมการผู้จัดการบริษัท ป่าสักวิลเลจ จำกัด / ดร.วโรดม ศิริสุข โปรดิวเซอร์ละคร เจ้าหญิงหลงยุค ช่องโมเดิร์นไนน์ทีวี / คุณฮันนี่-ณภัค มุทธาเสถียร นางเอกจากซีรีส์ธรรมะเรื่อง นางวิสาขา / ณิชาณัฐ เสตะสวัสดิพงษ์ ทูตการท่องเที่ยว และทูตการกีฬาประจำเขตลาดกระบัง ปี 2021 / ภูมิอุรา คงสุข เจ้าของแบนด์ Merryming Shop / นิปุณ แก้วเรือน มิสเตอร์ซูปร้าเนชั่นแนลไทยแลนด์ 2021
รางวัลสาขา รายการข่าวยอดเยี่ยม ได้แก่ รายการ ทุบโต๊ะข่าว ช่อง AmarinTV
ผู้รับรางวัล : ไอซ์-สารวัตร กิจพานิช ผู้ประกาศข่าว รายการทุบโต๊ะข่าว อมรินทร์ทีวีเอชดี 34
รางวัลสาขา รายการวาไรตี้สำหรับผู้หญิงดีเด่น ได้แก่ รายการ เดอะ เลดี้ ผู้หญิงแถวหน้า (The Ladies) ช่อง MONO29
ผู้รับรางวัล : แคทรียา อิงลิช และ ชลนที อักษรสิงห์ชัย
รางวัลสาขา รายการส่งเสริมเพลงลูกทุ่งยอดเยี่ยม ได้แก่ รายการ สารพันลั่นทุ่ง(บางเขน) ช่อง ThaiPBS
ผู้รับรางวัล : อภิยา ฉายจันทร์ทิพย์ / บรรณาธิการข่าวศิลปวัฒนธรรม ศูนย์สื่อศิลปวัฒนธรรม ไทยพีบีเอส
และ พิธีกรรายการสารพันลั่นทุ่ง (บางเขน )
รางวัลสาขา สถานีโทรทัศน์ดีเด่น ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ช่อง ONE31
ผู้รับรางวัล : เบญจวรรณ สุวรรณสุขุม ฝ่ายประชาสัมพันธ์องค์กร ช่อง ONE31
รางวัลสาขา รายการข่าวยอดเยี่ยม ได้แก่ รายการ ทุบโต๊ะข่าว ช่อง AmarinTV
รางวัลสาขา ผู้ประกาศข่าวดีเด่น ได้แก่ ณัฐพงศ์ นาศิริกุล สถานีโทรทัศน์ TNN
รางวัลสาขา รายการข่าวบันเทิงยอดเยี่ยม ได้แก่ รายการ บันเทิงไทยรัฐ ช่องไทยรัฐทีวี
ผู้รับรางวัล : – แจ็คเกอรีน, ขวัญ-เรือนขวัญ ขุนวงศ์, เชอรี่-ณัฐญานี รัตนไพฑูรย์ และ
พลอย พิมพ์รจิต เอื้อวงษ์ชัย
รางวัลสาขา รายการวาไรตี้ดีเด่น ได้แก่ รายการ ปากปลาร้าหน้าเป๊ะ โดย ธีรศักดิ์ พันธุจริยา ช่องมายาทีวี
รางวัลสาขา รายการวิทยุสายวายยอดเยี่ยม ได้แก่ รายการ FM ONE Y ME ทางคลื่น 103.5
โดย ดีเจ มิก-ธีรภัทร, ดีเจ หนักแน่น-นรินโชติ และ ดีเจ ริว-ฐิติชัย
รางวัลสาขา สำนักข่าวออนไลน์ยอดนิยม ได้แก่ สำนักข่าว Spark Update
รางวัลสาขา เว็บไซต์ยอดเยี่ยม ได้แก่ เว็บไซต์ mgronline.com
คุณสุรวิชช์ วีรวรรณ ผู้บริหาร บริษัท ไทย เวิลด์ มีเดีย จำกัด ผู้ผลิตเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์
รางวัลสาขา พิธีกรชายดีเด่น ได้แก่ แมทธิว ดีน
จากรายการ วัน เดย์ วิท แมทธิว หนึ่งวันมันดี ตีซี้คนดัง (One Day With Matthew) ช่อง MONO29
รางวัลสาขา พิธีกรหญิงดีเด่น ได้แก่ ไดอาน่า จงจินตนาการ จากรายการ DND TALK บุคคลต้นแบบ ช่อง MONO29
รางวัลสาขา รายการส่งเสริมสังคมยอดเยี่ยม ได้แก่ รายการ ปัญญา ตลาดแตก ช่องเวิร์คพอยท์
ผู้รับรางวัล : ปรวีร์ ศรีอำพันพฤกษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายผลิต
รางวัลสาขา นักแสดงสร้างสรรค์ผลงานดีเด่น ได้แก่ โบว์ลิ่ง-ปริศนา กัมพูสิริ จากละคร บ่วงใบบุญ ช่อง 8
ลิตา-พัชร์ลิตา จิระพิทักษ์ชัย จากละคร เขยบ้านไร่ สะใภ้ไฮโซ ช่อง 7HD

รางวัลสาขา ผู้สร้างสรรค์ส่งเสริมมวลชนและสังคมดีเด่น ได้แก่ วศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร
บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด
รางวัลสาขา ผู้ประกาศข่าวดีเด่น ได้แก่ ณัฐพงศ์ นําศิริกุล จาก สถานีโทรทัศน์TNN
รางวัลสาขา ศิลปินผู้ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยยอดเยี่ยม ได้แก่ เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ
รางวัลสาขา ศิลปินร้อยล้านวิว ได้แก่ จิรพรรณ บุญชิต (กวาง) เจ้าของเพลง มักอ้ายหลายเด้อ
รางวัลสาขา ศิลปินผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมดีเด่น ได้แก่ ปลื้ม-ภูมิรพี จำภู่
ศิลปินเจ้าของเพลงฮิต “มีสิทธิ์แค่รัก” และเพลง “นักรบเสื้อกราวน์”
รางวัลสาขา ศิลปินกลุ่มดาวรุ่งดีเด่น ได้แก่ วง ATLAS ค่าย xoxo entertainment
รางวัลสาขา ศิลปินกลุ่มหน้าใหม่ดีเด่น ได้แก่ วง Berry Berry
รางวัลสาขา เพลงประกอบละครแห่งปี ได้แก่ เพลง PROMISE YOU
เพลงประกอบละคร Dare To Love ให้รักพิพากษา ร้องโดย กองทัพ พีค
รางวัลสาขา เพลงประกอบละครดีเด่น ได้แก่ ศักดิ์ศรีในหัวใจ จากละคร หนี้เกียรติยศ ช่อง 7HD
คำร้องทำนองโดย แจ็ก ไอเฟล ผู้รับรางวัล : แจ็ก ไอเฟล
รางวัลสาขา ผู้ส่งเสริมกีฬาดีเด่น ได้แก่ ปราโมทย์ สุขสถิต หัวหน้าผู้ฝึกสอนกีฬาโววีนัมทีมชาติไทย /
ณฐกร ไตรกิศยเวช นักกีฬาโววีนัมทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ และนักแสดงจากละคร พิภพหิมพานต์ ไทยทีวีสีช่อง 3 / และ กิตติพงษ์ ปลื้มปรีดาพร นักกีฬาโววีนัมทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ และนักแสดงจากละคร วานวาสนา ช่องONE31
รางวัลสาขา ผู้ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยดีเด่น ได้แก่ กันต์-ณัฐชากช วงค์เทวัญ คณะลิเก กุ้ง-สุทธิราช วงศ์เทวัญ
รางวัลสาขา ผู้ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยโบราณ ได้แก่ กมลชนก บวรสืบบุญ
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทุ่งนานาฏศิลป์ไทย
รางวัลสาขา นักแสดงจิตอาสาเพื่อสังคม ได้แก่ โดนัท-อิสรีย์ ระบอบ จากละคร พระคุณแม่ผู้ยิ่งใหญ่ 9MCOTHD
รางวัลสาขา ห้องเสื้อผู้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติดีเด่น ได้แก่ ดาวิส ปรานต์ลภณ เจ้าของห้องเสื้อ ดีวิส
รางวัลสาขา ผู้สนับสนุนเยาวชนไทยยอดเยี่ยม ได้แก่ ศรุดา นิ่มพิทักษ์พงศ์ ผู้บริหาร Idol Exchange
รางวัลสาขา บุคคลเบื้องหลังดีเด่น ได้แก่ ฌานฉลาด ทวีทรัพย์ และ เดชาธร นรธีร์เมธา [ป๋อง ซีเบท]
รางวัลสาขา ผู้บริหารธุรกิจความงามระดับสากลยอดเยี่ยม ได้แก่ คุณวิศรุต กริ่มทุ่งทอง ผู้บริหารวลีรัตน์คลินิก
รางวัลสาขา เอฟเฟ็กต์ยอดเยี่ยม ได้แก่ มาร์ค ดราก้อน เอฟเฟ็กต์ ไทยแลนด์ จากละคร เสาร์๕ ช่อง 7HD
รางวัลสาขา นักแสดงเด็กยอดเยี่ยม ได้แก่ น้องต้นน้ำ-ด.ช.ธราธิป กาญจนศรีศิลป์
จากละคร เสาร์๕ และ สายเปล ช่อง 7HD
รางวัลสาขา นักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ได้แก่ รีวอร์ด-จิรัฎฐ์ อาคาสุวรรณ
นักแสดงจาก มาเฟียเดอะซีรีส์ ปืนกล และคนเพี้ยน ช่อง GMM25
รางวัลสาขา นักแสดงหน้าใหม่ดีเด่น ได้แก่ ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์ (ปอนด์) และ
ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน (ภูวิน) นักแสดงสังกัด GMMTV จากซีรีส์ ปลาบนฟ้า ช่อง GMM25
รางวัลสาขา นักแสดงดาวรุ่งชายยอดเยี่ยม ได้แก่ ฟิล์ม–กรรญกฤต อรรควงษ์ จากละคร ปล้นลอยฟ้า ช่อง 7HD
รางวัลสาขา นักแสดงดาวรุ่งหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ นนนี่-ณัฐชา ชูมักเคอร์
จากละคร ร่านดอกงิ้ว สถานีโทรทัศน์ช่อง 8
รางวัลสาขา นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ได้แก่ ฟลุ๊คจ์-พงศภัทร กันคำ จากละครเรื่อง มักกะลีที่รัก ช่อง 3HD
รางวัลสาขา นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ แอล-กมลวรรณ ศรีวิไล จากละคร ปล้นลอยฟ้า ช่อง 7HD
รางวัลสาขา นักแสดงนำชายดีเด่น ได้แก่ กอล์ฟ อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา จากละคร เรือนร่มงิ้ว สถานีโทรทัศน์ช่อง 8
รางวัลสาขา นักแสดงนำหญิงดีเด่น ได้แก่ พรทิวา สาครจันทร์ จากละครเรื่อง สายเปล ช่อง 7HD
รางวัลสาขา นักแสดงนำคู่พระ-นายยอดเยี่ยมแห่งปี ได้แก่ อิน-สาริน รณเกียรติ-จ๊อบ-ธัชพล กู้วงศ์บัณฑิต
จากละครเรื่อง คุณหมีปาฏิหาริย์ ช่อง 3HD
รางวัลสาขา นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ได้แก่ กองทัพ พีค จากละคร Dare To Love ให้รักพิพากษา ช่อง 3HD
รางวัลสาขา นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น
จากละคร เจ้าหญิงหลงยุค ช่อง9MCOTHD
รางวัลสาขา ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม ได้แก่ จารึก สงวนพงษ์ จากละครเรื่อง สายเปล ช่อง 7HD
รางวัลสาขา ผู้กำกับซีรีส์วายดีเด่น ได้แก่ กิตติ์ บทศรี จากซีรีส์วายเรื่อง The Series Nitiman นิติแมนแฟนวิศวะ
ช่อง ONE31 และ WeTV
รางวัลสาขา ละครธรรมะยอดเยี่ยม ได้แก่ พระธรรมบทเดอะซีรีส์ ตอน สามาวดี ผู้ไม่ตาย ทางททบ.5HD
ผลิตโดย ใบลานเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และสถาบันสอนการแสดงบุญเบิกดาว (BB Star Academy)
ผู้รับรางวัล : เพ็ญจันทร์ วงศ์สมเพ็ชร และนักแสดงพระธรรมบทเดอะซีรีส์ ตอน สามาวดี ผู้ไม่ตาย
รางวัลสาขา ละครส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยอดเยี่ยม ได้แก่ ละคร จากเจ้าพระยาสู่อิรวดี ช่อง ThaiPBS
ผู้รับรางวัล : ชาติชาย เกษนัส ผู้กำกับละคร และ สมยศ เกียรติอร่ามกุล ผู้อำนวยการสำนักสร้างสรรค์เนื้อหา
รางวัลสาขา ซีรีส์แอ็คชั่นคอเมดี้ยอดเยี่ยม ได้แก่ มาเฟียเดอะซีรีส์ ปืนกล และคนเพี้ยน
ผลิตโดย สแล็ป มอนสเตอร์ ช่อง GMM25 ผู้รับรางวัล : ปิยะวัฒน์ ปฐมวาณิชย์
รางวัลสาขา ละครส่งเสริมครอบครัวยอดเยี่ยม ได้แก่ ละครเรื่อง คุณหมีปาฎิหาริย์
โดยผู้จัดฯ ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ ผลิตโดย บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เมนท์ จำกัด
ผู้รับรางวัล : ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ ผู้จัดฯ และผู้กำกับฯ
รางวัลสาขา ละครยอดเยี่ยม ได้แก่ ละคร เสาร์๕ ผลิตโดยบริษัท ไนน์บีเวอร์ฟิล์ม จำกัด ช่อง 7HD
ผู้รับรางวัล : มาร์ค บีเวอร์

ตามเป้า !! พาณิชย์ – DITP ดันต่างชาติซื้อดิจิทัลคอนเทนต์ไทยเงินสะพัดกว่า 690.65 ล้านบาท

กรุงเทพฯ, 30 พฤษภาคม 2565: นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) พร้อมด้วย 8 หน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เปิดเวทีเจรจาการค้าออนไลน์ในโครงการ “Bangkok International Digital Content Festival 2022” หรือ “BIDC 2022” เมื่อวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา ระหว่างผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทยจำนวน 53 บริษัท กับผู้ประกอบการชั้นนำของโลกจำนวน 46 ราย จาก 12 ประเทศ สร้างรายได้เป็นไปตามเป้าหมาย กวาดรายได้รวม 690.65 ล้านบาท จากจำนวน 266 คู่เจรจาการค้าออนไลน์
นับเป็นครั้งที่ 9 แล้ว ที่มีการจัดกิจกรรมเจรจาการค้าระหว่างผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทยและต่างประเทศในงาน BIDC โดยในปีนี้จัดขึ้นตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมขับเคลื่อน เศรษฐกิจไทย ตามแนวคิด Creative Economy และส่งเสริมให้ไทยเป็น Hub ของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ โดยมีแผนงานรูปธรรมในการนำ Soft Power เข้ามาส่งเสริมการส่งออกด้านดิจิทัลคอนเทนต์ให้ไทยผงาดได้ในตลาดโลก โดยในงาน BIDC ได้จัดการเจรจาการค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ 4 ประเภท ได้แก่ เกม แอนิเมชั่น คาแรคเตอร์ และอีเลิร์นนิ่ง ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการต่างชาติรวม 46 ราย จาก 12 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ แคนาดา เวียดนาม บราซิล ฝรั่งเศส ไต้หวัน อินเดีย และอินโดนีเซีย เข้าร่วมเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการไทยจำนวน 53 บริษัท จนสามารถโกยรายได้รวมกว่า 690.65 ล้านบาท ประกอบด้วย แอนิเมชั่น 412.9 ล้านบาท คาแรคเตอร์ 150.25 ล้านบาท เกม 103.9 ล้านบาท และ อีเลิร์นนิ่ง 23.6 ล้านบาท โดยประเภทของบริการที่ได้รับความสนใจสูงสุด ได้แก่ Animation Outsourcing Service รองลงมาได้แก่ Game Outsourcing Service, Game Development และ Animation Co-production

ตัวอย่างผลการเจรจาธุรกิจออนไลน์ที่โดดเด่นในงาน BIDC 2022 ได้แก่ Quantum Peaks โดยศูนย์นวัตกรรมการออกแบบดิจิทัลและเทคโนโลยี (DIDTC) ได้นำเสนอเกมประเภท Platformer ให้แก่ Sega บริษัทเกมชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่นซึ่งได้รับความสนใจในการนำไปขายในตลาดโลก บริษัท Riff Studio (ASAP Corporation) นำเสนอภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องหนุมานนักรบมนตรา ได้รับความสนใจจากบริษัทต่างชาติ อาทิ Brown Bag Film และ Shanghai Brandwork Cultural Communication เป็นต้น และ บริษัท Pro Toys ได้นำเสนอบริการ 3D Scan Photogrammetry (นวัตกรรมสแกนภาพ 3 มิติ) เพื่อสร้างโมเดลคน ซึ่งได้รับความสนใจจาก Dangen Entertainment และ Xanthus Animation Studio

นอกจากการจัดเวทีการเจรจาการค้าออนไลน์แล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์ของ BIDC 2022 คือ กิจกรรมสัมมนาออนไลน์ หรือ BIDC Webinar ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7–22 พฤษภาคม 2565 ผ่านระบบ Zoom และไลฟ์สตรีมมิ่งผ่าน Facebook โครงการ (www.facebook.com/bidc.fest) โดยเชิญวิทยากรที่มีผลงานระดับโลกทั้งชาวไทยและต่างชาติมาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์จำนวน 19 หัวข้อ เจาะลึกเทรนด์สำคัญ อาทิ Metaverse, Blockchain, Gamefi, Avatar และ NFT มียอดผู้รับชมการสัมมนาสดและย้อนหลังรวมกว่า 16,000 คน โดยหัวข้อที่มีผู้สนใจเข้าฟังมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ Behind the Scene, the Secret of Creating Morning Moon Village โดยคุณเนนิน อนันต์บัญชาชัย Get Ready for the Metaverse : How to Create 3D Avatar… Easy and Free for All โดย ดร. ปริพัส ศรีสมบูรณ์ และ The Next Chapter Of Thai Animation Industry โดย คุณอิศรา เปี่ยมพงศ์สานต์ คุณนพ ธรรมวานิช คุณกฤษณ์ ณ ลําเลียง และคุณวีรภัทร ชินะนาวิน ทั้งนี้ การจัดงาน BIDC 2022 ถือเป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์กับพันธมิตรทั้งภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) และ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม โดยมี 5 สมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ ได้แก่ สมาคมอุตสาหกรรมซอฟแวร์เกมไทย (TGA) สมาคมธุรกิจบางกอกเอซีเอ็มซิกกราฟ (BASA) สมาคมดิจิทัลคอนเทนท์ไทย (DCAT) สมาคมอีเลิร์นนิงแห่งประเทศไทย (e-LAT) และสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) ที่จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ให้ก้าวกระโดดเพิ่มขึ้นในทุกๆปี ตลอดจนเสริมศักยภาพในการพัฒนาให้ความสามารถของผู้ประกอบการไทยทัดเทียมและยืนหนึ่งได้บนเวทีโลกอย่างยั่งยืน


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
30 พฤษภาคม 65

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น