รฟฟท. จัดโครงการ CSR “สานสัมพันธ์ ร่วมทำความดี ครั้งที่ 2”

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จัดโครงการ CSR “สานสัมพันธ์ ร่วมทำความดี” ครั้งที่ 2 ปลูกป่าชายเลน ณ บ้านไม้ชายเลนรีสอร์ท คลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อระบบนิเวศ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะระบบนิเวศพื้นที่ชายฝั่งทะเลและอ่าวไทย(Marine and Coastal Ecosystem) ซึ่งปัจจุบันป่าชายเลนของประเทศไทยกำลังถูกบุกรุกและถูกทำลายลงไป โดยผู้แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนต่าง ๆ ทำให้เกิดผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศในป่าชายเลนและระบบนิเวศอื่น ๆ ในบริเวณชายฝั่งและใกล้เคียงป่าชายเลน ซึ่งจะส่งผลกระทบไปถึงเศรษฐกิจ ประชาชนและของประเทศโดยรวม ยากที่จะฟื้นฟูให้กลับเป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์เหมือนเดิมได้จึงควรหาทางป้องกันและขยายพันธุ์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นโกงกางเป็นไม้ชายเลนที่แปลก ขยายพันธุ์ค่อนข้างยาก เพราะต้องอาศัยระบบน้ำขึ้นลงในการเจริญเติบโต

ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้จัดทำโครงการสานสัมพันธ์ ร่วมทำความดี ครั้งที่ 2 กิจกรรมปลูกป่าชายเลน ณ บ้านไม้ชายเลนรีสอร์ท คลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อปลูกฝังให้พนักงาน รฟฟท. ตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีวิถีชีวิตที่ใส่ใจ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ดูแลรักษา ฟื้นฟูและใช้ประโยชน์ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนมีสำนึกความเป็นพลเมืองที่ดี (good citizen) โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อสานสัมพันธ์ภายในองค์กรหล่อหลอมให้พนักงานมีจิตสำนึกที่ดี มีความรักความสามัคคีต่อกันมากยิ่งขึ้น อันนำไปสู่การทำงานที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อีกทั้งยังน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทาง ในการดำเนินการจัดกิจกรรมครั้งนี้อีกด้วย

“มากกว่าการเดินทาง คือ ความพิเศษ”

รถไฟฟ้าสายสีแดง ยกระดับคุณภาพชีวิตชานเมือง

ส่วนบริการลูกค้าสัมพันธ์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง และ http://www.srtet.co.th

รถไฟฟ้าสายสีแดง เชิญชวน ร่วมกิจกรรมและรับของขวัญมากมาย

เสาร์-อาทิตย์นี้ ใครว่างไปเจอนะ  รถไฟฟ้าสายสีแดงจะพาเหล่าอินฟลูฯ สุดซ่า ไปเดินขบวนเสริฟความสุขรอบสวนจตุจักร

ทำทีมโดย โบ TK, ฮิม, เอ็กซ์, เดียว, ตี๋,โอลีฟ, จอห์น และ แชป ที่มาพร้อมโปรโมชั่นที่ดีที่สุดของบัตรโดยสาร แจกของขวัญและรางวัลมากมาย
11 โมงเช้า – 6 โมงเย็น นะฮ๊ะ

รถไฟฟ้าสายสีแดง จับมือ Siam Premium Outlet Bangkok มอบความสุข

นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด
เผยว่า รถไฟฟ้าสายสีแดง จับมือ Siam Premium Outlet Bangkok มอบความสุข สุดพิเศษ เริ่มหน้าฝนยันหน้าหนาว ติดตามรายละเอียด ได้ที่ http://www.srtet.co.th และ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

วศิน วรรณพฤกษ์ คว้ารางวัลผู้บริหารงานภาครัฐยอดเยี่ยมจากเวที Asia Top Awards 2023 สุดยอดบุคคลและองค์กรในระดับเอเชีย

พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานมอบรางวัลเกียรติยศ สุดยอดบุคคลและองค์กรในระดับเอเชีย Asia Top Awards 2023 โดยในงานนี้มีบุคคลที่ประสบความสำเร็จจากหลากหลายหน่วยงานเข้ารับรางวัล หนึ่งในนั้นคือ นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟ้ฟ้าชานเมืองสายสีแดง เข้ารับรางวัลผู้บริหารงานภาครัฐยอดเยี่ยม หรือ รางวัล Excellence in Public Sector Management Award ณ หอประชุมกองทัพอากาศ เมื่อค่ำวันที่ 2 กรกฎาคม 2566

สำหรับงาน Asia Top Awards 2023 จัดขึ้นโดย ชมรมพัฒนาธุรกิจและทรัพยากรมนุษย์ ร่วมกับ สภาสหพันธ์รักษาสันติภาพ (UNPKFC) และสมาคมการค้านักธุรกิจสากล (WTA) เพื่อเชิดชูบุคคลอันทรงเกียรติที่ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่าแห่งเอเชีย โดยมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และมองเห็นถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของคนในทวีปเอเชีย จนเกิดเป็นความร่วมมือกันในรูปแบบขององค์กรร่วมที่ไม่แสวงหาผลกำไร จัดตั้งขึ้นโดยมองเห็น ศักยภาพทั้ง 5 ด้านของเอเชีย ที่ประกอบไปด้วย ด้านอุตสาหกรรมบันเทิง ด้านธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และด้านวัฒนธรรมกับ Soft power ซึ่งทุกด้านต้องทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ บนพื้นฐานของการสร้างนวัตกรรมอย่างยั่งยืน โดยใช้บุคลากรอันทรงคุณค่าในการพิจารณา คัดสรร คัดเลือก เพื่อให้ได้ “บุคคลอันทรงเกียรติ” ที่จะได้รับรางวัลอันทรงคุณค่า ดังกล่าว

“พาณิชย์-DITP” จัดคณะผู้แทนการค้าบุกขายของอาร์เจนตินา ขายได้ทันที 124 ล้านบาท

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จัดคณะผู้แทนการค้าภาครัฐและเอกชน เดินทางเยือนภูมิภาคลาตินอเมริกา ประเดิมอาร์เจนตินา จัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ ขายได้กว่า 74 ล้านบาท จัดลงนาม MOU ขายอาหารและเส้นด้ายยางลาเท็กซ์ ได้ทันที 50 ล้านบาท รวมยอด 124 ล้านบาท พร้อมมอบตรา Thai SELECT ให้กับ 2 ร้านอาหารไทย ถือเป็น 2 ร้านแรกในอาร์เจนตินาและยังได้หารือกับสมาคมการค้า บริษัทต่างๆยืนยันพร้อมซื้อสินค้าไทย

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์
เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2566 กรมฯ ได้นำคณะผู้บริหารระดับสูงและผู้แทนภาคเอกชนไทย ในกลุ่มสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์และวัสดุก่อสร้าง และอาหารแปรรูป เดินทางเยือนประเทศอาร์เจนตินา เพื่อขยายตลาดส่งออกตามกลยุทธ์ในการบุกเจาะตลาดเป็น
รายภูมิภาค และรายคลัสเตอร์ ที่กรมฯ ได้ดำเนินการร่วมกับภาคเอกชน ในการผลักดันการส่งออกสินค้าของไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้
โดยผลการเดินทางไปครั้งนี้ กรมฯ ได้จัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม จำนวน 18บริษัท และผู้นำเข้าอาร์เจนตินา จำนวน 43 บริษัท ในกลุ่มสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์และวัสดุก่อสร้าง และอาหารแปรรูป โดยผลการเจรจา เกิดการจับคู่ธุรกิจ จำนวน 96 คู่ มูลค่าการเจรจาการค้าในงาน จำนวน 2.05 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 74 ล้านบาท และผู้นำเข้าคาดการณ์ว่าจะนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นภายใน 1 ปี มูลค่าประมาณ 128 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังได้จัดพิธีลงนามความร่วมมือด้านการค้า (MOU) ระหว่างผู้ส่งออกไทยกับผู้นำเข้าอาร์เจนตินา จำนวน 3 คู่ ในกลุ่มสินค้าอาหารและเส้นด้ายยางลาเท็กซ์ รวมมูลค่า 1,454,000 USD (หรือประมาณ 50 ล้านบาท) ได้แก่ บริษัท CEPINDUS S.A. (ตัวแทนจำหน่ายของบริษัทไทยในอาร์เจนตินา) กับ บริษัท LESZCZYNSKI GUILLERMO JULIAN สินค้าเส้นด้ายยางลาเท็กซ์ (Latex Yarn) มูลค่า 152,000 USD (หรือประมาณ 5.1 ล้านบาท) บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) กับ IFISA S.A. สินค้าเส้นก๋วยเตี๋ยว มูลค่า 574,000 USD (หรือประมาณ 19.5 ล้านบาท) Solheng S.R.L. กับ MAS ORIENTE S.R.L. สินค้าอาหาร ได้แก่ ซอสปรุงรส ,เครื่องแกง ,เส้นก๋วยเตี๋ยว ,ขนมขบเคี้ยว ,เครื่องดื่ม , นมมะพร้าว ,ผักกระป๋อง และผลไม้กระป๋อง มูลค่า 728,000 USD (หรือประมาณ 24.7 ล้านบาท)
ขณะเดียวกัน ได้มอบประกาศนียบัตร Thai SELECT แก่ร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จำนวน 2 ร้าน ได้แก่ ร้านอาหาร KHAOSAN RESTAURANT สาขา CORDOBA และสาขา MENDOZA ตามที่กรมฯ มีนโยบายส่งเสริมร้านอาหารไทยในต่างประเทศภายใต้โครงการครัวไทยสู่ครัวโลก โดยถือเป็น 2 ร้านแรกในอาร์เจนตินาที่ได้รับตรา Thai SELECT
นายภูสิตกล่าวว่า กรมฯ ยังได้ใช้โอกาสนี้ นำคณะเข้าหารือกับสมาคมการค้าต่างๆ ได้แก่ สมาคมการค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า AFARTE (Asociación de Fábricas Argentinas Terminales de Electrónica) โดยสมาคมฯ พร้อมร่วมมือสนับสนุนสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทย และมีสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจจำนวน 7 บริษัท ที่เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่มีสัดส่วนการนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้ารวมกันถึงร้อยละ 90 และสนใจเข้าร่วมกิจกรรม OBM ของกรมในอนาคตเช่นกันซึ่งสมาคมฯ พร้อมจัดคณะผู้แทนการค้ามาเยือนงานแสดงสินค้า Bangkok RHVAC and Bangkok E&E วันที่ 4–7 กันยายน 2567 หอการค้าแมร์เคอซู–อาเซียน (Mercosur Asean Chamber of Commerce : MACC) ที่ก่อนหน้านี้ ได้จัดคณะผู้แทนการค้าจำนวน 30 บริษัท เยือนประเทศไทย และเข้าเยี่ยมชมและเจรจาธุรกิจในงานแสดงสินค้า THAIFEX Anuga Asia 2023 ครั้งที่ผ่านมา โดยจะจัดคณะผู้แทนการค้าเยือนไทยอีกครั้งในปีหน้า และเชื่อมั่นในศักยภาพของอาเซียนในการเป็นคู่ค้าที่มีความสำคัญนอกเหนือจากจีน และหอการค้าอาร์เจนตินาและเอเชียแปซิฟิก ยินดีให้การสนับสนุนกิจกรรมของกรมฯ เช่น การจัดคณะผู้แทนการค้าเยือนงานแสดงสินค้า การเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาธุรกิจ และแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนการค้าระหว่างกันต่อไป
พร้อมกันนี้ ได้หารือกับบริษัท ARREDO ผู้จัดจำหน่ายและนำเข้าสินค้าของตกแต่งบ้านที่ใหญ่ที่สุดในอาร์เจนตินา โดยทางบริษัทจะเข้าร่วมงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok ระหว่างวันที่ 20 – 24 มีนาคม 2567 บริษัท IFISA S.A. ผู้นำเข้าสินค้าอาหาร สนใจนำเข้าสินค้ากะทิ ซอสพริก เส้นก๋วยเตี๋ยว และเบียร์ บริษัท CEPINDUS S.A. ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยางซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายของบริษัทไทยในอาร์เจนตินามองว่าสินค้ายางของไทยมีคุณภาพดีกว่าคู่แข่ง บริษัท MAS ORIENTE S.R.L. ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตเอเชีย ปัจจุบันมีสินค้าอาหารไทยจัดจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตคิดเป็นร้อยละ 20 ได้แก่ ซอสปรุงรส พริกแกง ข้าวหอมมะลิ กะทิ เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมขบเคี้ยว และจะเพิ่มสัดส่วนการนำเข้าในปีหน้าให้ได้ถึงร้อยละ 30 บริษัท TERCOM S.R.L. ผู้นำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ บริษัท ALIMENTOS VILLARES ผู้นำเข้าสินค้าอาหาร บริษัท BGH S.A. ที่เป็นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ล้วนแต่สนใจที่จะนำเข้าสินค้าไทย และเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่กรมฯ จัดขึ้นในส่วนของสินค้าที่บริษัทจำหน่าย เพื่อมาชมและเลือกซื้อสินค้า
นอกจากนี้ ยังมีการหารือกับผู้บริหารโรงแรม Hilton Buenos Aires และบริษัท De Maio Jewelry โดยโรงแรม Hilton ยินดีที่จะร่วมมือจัดการส่งเสริมและสร้างภาพลักษณ์อาหารไทยให้กับกลุ่มลูกค้าและนักท่องเที่ยว บริษัท De Maio Jewelry ที่เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ สนใจซื้อสินค้าไทย และจะเข้าร่วมชมงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair วันที่ 6-10 กันยายน 2566
ในโอกาสนี้กรมได้รับเชิญจากบริษัท Toyota Argentina เข้าเยี่ยมชมโรงงาน บริษัทฯ มีการนำเข้าสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์จากไทยจำนวนมาก โดยในปี 2565 มีมูลค่านำเข้าจากไทย 1,082 USD คิดเป็นร้อยละ 46 ของการนำเข้าทั้งหมด ชิ้นส่วนที่นำเข้าจากไทย ได้แก่ ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนตัวถัง ชิ้นส่วนท่อไอเสีย ชิ้นส่วนที่นั่ง โดยการขนส่งสินค้าจากไทยใช้เวลา 45 – 50 วัน สำหรับตลาดหลักของทางบริษัทฯ ร้อยละ 82 เป็นการส่งออกไปยังลาตินอเมริกา ทางบริษัทได้กล่าวชื่นชมคุณภาพสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยและมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตและการนำเข้าสินค้าจากไทยมากขึ้น 5% ต่อปี
ขณะเดียวกันได้นำคณะผู้แทนภาคเอกชนไทยเข้าเยี่ยมชมงานแสดงสินค้าวัสดุก่อสร้าง BATEV Construction Fair at La Rural เพื่อสร้างโอกาสในการขยายตลาดสินค้าวัสดุก่อสร้างต่อไป
ทั้งนี้ ในปี 2565 มูลค่าการค้าไทย-อาร์เจนตินา มีมูลค่ารวม 1,882 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออกไปอาร์เจนตินามูลค่า 1,487 ล้านเหรียญสหรัฐ มีสินค้าหลัก ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง และเหล็ก เป็นต้น

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ http://www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
กรกฎาคม 2566

“พาณิชย์-DITP”ชี้เป้าผู้ประกอบการไทยส่งออก“ผลไม้กระป๋อง”เจาะตลาดจีน

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ชี้เป้าไทยส่งออก “ผลไม้กระป๋อง” เจาะตลาดจีน หลังพบ

มีโอกาสแทรกเข้าไปในตลาดได้ เหตุจีนยังผลิตได้ไม่เพียงพอ แม้ปัจจุบันจะมีการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารกระป๋อง และส่งออกได้มากขึ้น

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมฯได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางและโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ และให้รายงานผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับรายงานจาก น.ส.นันท์นภัส งามแม้น ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงแนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารกระป๋องของจีน และโอกาสในการส่งออกอาหารกระป๋องของไทยเข้าสู่ตลาดจีน
เพื่อทดแทนในส่วนที่จีนยังไม่สามารถผลิตได้
โดยทูตพาณิชย์รายงานว่า ข้อมูลเผยจากสมาคมอุตสาหกรรมอาหารกระป๋องของจีน ระบุว่า ในปี 2565 ปริมาณและมูลค่าการส่งออกสินค้าอาหารกระป๋องในจีนแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี โดยจีนมีปริมาณการส่งออกสินค้าอาหารกระป๋องสูงถึง 3.125 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 12% มูลค่า 6,890 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 22% ในจำนวนนี้ สินค้าอาหารกระป๋องประเภทผักและผลไม้มีสัดส่วนการส่งออกสูงสุด และอาหารสำเร็จรูปกระป๋องและเห็ดกระป๋อง ก็มีอัตราการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับตลาดภายในประเทศของจีน พบว่า ผู้บริโภคบางรายยังคงมีอคติต่ออาหารกระป๋อง จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่อุตสาหกรรมกระป๋องหลายแห่งนิยมการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ แต่ด้วยปัจจุบันความต้องการอาหารสำหรับคนเดียว ประกอบกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนยุคใหม่ ส่งผลให้ผู้บริโภคหนุ่มสาวจำนวนมากเริ่มยอมรับในอาหารกระป๋องเพิ่มมากขึ้น อาหารกระป๋องในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผัก ผลไม้หรือเนื้อสัตว์เท่านั้น แต่ยังเริ่มมีในรูปแบบอาหารสำเร็จรูปที่เพียงแค่เปิดแล้วอุ่น ก็พร้อมรับประทานเหมือนอาหารที่ทำเสร็จใหม่ ทำให้อุตสาหกรรมมีการพัฒนาอาหารกระป๋องให้มีความสมบูรณ์แบบเพิ่มมากขึ้น และเข้มงวดกับความปลอดภัยมากขึ้น ทั้งการปรับปรุงมาตรฐาน การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการผลิต
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจีนจะเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าอาหารกระป๋องขนาดใหญ่ โดยตลาดส่งออก
ที่สำคัญ ได้แก่ สหรัฐฯ รัสเซีย เยอรมนี และ ญี่ปุ่น เป็นต้น แต่สินค้าอาหารกระป๋องบางชนิด จีนยังต้องพึ่งพาการนำเข้า โดยเฉพาะสินค้าผลไม้กระป๋องที่จีนไม่มีความหลากหลายในการผลิต อาทิ เงาะกระป๋อง ลำไยกระป๋อง และลูกตาลกระป๋อง เป็นต้น จึงเป็นโอกาสสำหรับผลไม้กระป๋องจากไทยที่มีโอกาสในการขยายตลาดเข้าสู่จีนได้เพิ่มขึ้น
ในปี 2565 ที่ผ่านมา จีนนำเข้าผลไม้กระป๋อง มูลค่า 165 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 15.39% โดยจีนนำเข้าผลไม้กระป๋องจากไทยมูลค่าสูงสุดอยู่ที่ 42 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.45% คิดเป็นสัดส่วน 25.55% ของ
การนำเข้าทั้งหมดของจีน รองลงมา คือ เกาหลีใต้ มีมูลค่า 41 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 24.82% และฟิลิปปินส์ มูลค่า 37 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 22.76% ตามลำดับ

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวพาณิชย์ http://www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
… มิถุนายน 2566

“พาณิชย์-DITP”แนะผู้ประกอบการสิ่งทอวางแผนทำตลาดอิตาลี

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) แนะผู้ประกอบการสิ่งทอไทยติดตามภาวะเศรษฐกิจนโยบายภาษี การกำหนดมาตรฐานสินค้า พฤติกรรมผู้บริโภคการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมก่อนนำมาปรับ

แผนการทำตลาดสินค้าสิ่งทอในอิตาลีเผยผ้าไหมมีโอกาสสูง เหตุอิตาลีต้องนำเข้าทั้งหมด พร้อมแนะจับตาระเบียบ Ecodesign ของสหภาพยุโรป ป้องกันผลกระทบต่อการส่งออก นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจลู่ทางและโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ และให้รายงานผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับรายงานจาก น.ส.อนงค์นารถ มหาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี ถึงแนวโน้มตลาดสินค้าสิ่งทอ

ในตลาดอิตาลี และโอกาสในการส่งออกสินค้าสิ่งทอไทยเข้าสู่ตลาด
ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดสิ่งทออิตาลีว่า ในปัจจุบันต้องติดตามประเด็นเศรษฐกิจมหภาค และการเมืองในภูมิภาคของประเทศคู่ส่งออกอย่างใกล้ชิด และวางแผนรับมือกับความไม่แน่นอนและความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2566 และต้องคอยติดตามนโยบายภาษีและกฎระเบียบของสหภาพยุโรปที่มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ที่มีผลต่อการกำหนดมาตรฐานของสินค้า รวมทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภค
ที่ขณะนี้ช่องทางออนไลน์ยังคงมีความสำคัญ และเป็นช่องทางที่ดำเนินการได้จากต่างประเทศ ผู้ประกอบการ
ต้องกระจายช่องทางการขายออนไลน์ เพื่อรักษาประสิทธิภาพและสัดส่วนตลาดต้องมีความคิดสร้างสรรค์
ใหม่ๆ
ด้านการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อดึงดูดลูกค้า ขณะเดียวกัน ยังพบว่า บริษัทแฟชั่นในอิตาลีต้องเผชิญกับความท้าทายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลเสียต่อทั้งความต้องการของผู้บริโภค และต้นทุนการดำเนินงานของแบรนด์โดยผู้บริโภคกำลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เนื่องจากหลายคนเลือกสินค้าที่ถูกกว่าหรือมีส่วนลดเพื่อลดการใช้จ่าย แม้ว่าภาคสินค้าฟุ่มเฟือยจะยังคงแข็งแกร่ง เพราะผู้บริโภคที่ร่ำรวยไม่ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะเงินเฟ้อ จึงจำเป็นต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน และผลิตสินค้าที่ตรงกับความต้องการ นอกจากนี้ ผลการสำรวจตลาด ยังพบว่าผู้บริโภคตระหนักถึงกระแสนิยมที่ทั่วโลกกำลังรณรงค์ในเรื่องของแทรนด์สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดยผู้ประกอบการต้องมีข้อพิสูจน์หรือตรารับรอง

มาตฐานที่น่าเชื่อถือ และเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคจะช่วยให้สินค้าได้รับความสนใจและทำการตลาดได้ดีขึ้น
นายภูสิตกล่าวว่า สำหรับโอกาสของผู้ประกอบการของไทย เนื่องจากไทยมีวัตถุดิบไหมคุณภาพยอดเยี่ยม สามารถใช้โอกาสนี้ในการส่งออกวัตถุดิบผ้าไหม เพราะอิตาลีเป็นประเทศที่ไม่มีวัตถุดิบไหม ต้องนำเข้าทั้งหมด และเนื่องจากอิตาลีมีอุตสาหกรรมการแปรรูปและผลิตสินค้าผ้าไหมที่ใช้นวัตกรรมสูง ทำให้ผ้าไหมมีให้ผิวสัมผัสนุ่มนวลและพริ้วที่สุด ดังนั้น การศึกษาตัวอย่างนวัตกรรมและการตลาดของอิตาลีหรือการหาโอกาสในการแลกเปลี่ยนทักษะ ด้วยการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ และนำไปพัฒนาอุตสาหกรรมโดยรวม จะช่วยให้การเจาะตลาดในอิตาลี
ทำได้ดีขึ้น และสามารถยกระดับให้ผ้าไหมไทยมีความเป็นสากลและเหมาะกับตลาดต่างประเทศมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการต้องติดตามเรื่องร่างกฎระเบียบ Ecodesign ของสหภาพยุโรป (Ecodesign regulation) ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาเป็นกฎหมาย ภายใต้นโยบาย European Green Deal โดยกฎหมายฉบับนี้จะกำหนดเฉพาะสินค้า (Product-specific.rules) และกฎสำหรับกลุ่มสินค้าที่มีลักษณะร่วมกัน (Rules for groups of products with common characteristics) เพื่อทำให้มั่นใจว่าสินค้าที่วางจำหน่ายในตลาดสหภาพยุโรปจะมีความยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยขอบเขตสินค้า นอกจากจะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานแล้ว ยังรวมถึงสินค้าอื่น ๆ อาทิ เช่น สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ ที่นอน ยางรถ ผงซักฟอก สี สารหล่อลื่น เหล็ก เหล็กกล้า อะลูมิเนียม เป็นต้น โดยสินค้าที่จะวางจำหน่ายในตลาดสหภาพยุโรปเหล่านี้ จะต้องมีเงื่อนไขในการออกแบบเพิ่มเติม เช่น ความคงทน

ความน่าเชื่อถือ การนำกลับมาใช้ การอัปเกรด การซ่อมบำรุงที่นำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้ ส่วนประกอบรีไซเคิล การผลิตใหม่และรีไซเคิลรอยเท้าคาร์บอนและสิ่งแวดล้อมประหยัดปริมาณการใช้น้ำ เป็นต้น

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ http://www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
… มิถุนายน 2566

ผอ.อาร์ต รถไฟฟ้าสายสีแดง ให้การต้อนรับศิลปินดังใน TikTok

นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด
กล่าวว่า วันนี้มีศิลปินมาเยี่ยมรถไฟฟ้าสายสีแดง ยินดีต้อนรับ จอห์น-ณัฎฐโชติ ศรีพลวารี เจ้าของซิงเกิ้ล “แอบส่อง (Follower)” ที่โด่งดังมากใน TikTok มีด้อมมารอต้อนรับเยอะมาก และ PRIMETIME บอยกรุ๊ปวงแรกจาก 54 Ent. สมาชิกบางคน พี่เห็นตั้งแต่อยู่ในท้องคุณแม่ ขอให้ประสบความสําเร็จ นะครับ ขอบคุณครับ

“พาณิชย์-DITP”เผย“เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และมีน้ำตาลต่ำ”มีโอกาสขายโรมาเนีย

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และมีน้ำตาลต่ำมีโอกาสขา

ตลาดโรมาเนีย หลังผลสำรวจพบผู้บริโภคหันมานิยมมากขึ้นเหตุดีต่อสุขภาพระบุเครื่องดื่มสมุนไพร ชา น้ำผลไม้ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของไทยมีโอกาสทำตลาดแนะศึกษา
กฎระเบียบ และนำสินค้าเปิดตัวในงานแสดงสินค้า

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจลู่ทางและโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ และให้รายงานผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับรายงานจาก น.ส.ฐะปะนีย์ เครื่องประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ถึงโอกาสในการขยายตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และมีน้ำตาลต่ำในตลาดโรมาเนีย ที่ขณะนี้มีแนวโน้มเติบโตดีในปี 2566 โดยเฉพาะในกลุ่มน้ำดื่มบรรจุขวด น้ำอัดลม หัวน้ำเชื้อ น้ำผลไม้ กาแฟพร้อมดื่ม ชาพร้อมดื่ม เครื่องชูกำลัง และเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับนักกีฬา
ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์ได้รายงานเพิ่มเติมว่า น้ำดื่มบรรจุขวดและน้ำอัดลมยังเป็นตัวเลือกเครื่องดื่มยอดนิยมในโรมาเนีย แต่ผลกระทบจากราคาพลังงานที่กระทบต่อต้นทุนสินค้าและราคาขาย ทำให้น้ำอัดลมที่มีราคาสูง เริ่มไม่เป็นที่นิยม

ขณะที่เครื่องดื่มชูกำลังแบบน้ำตาลน้อย น้ำดื่มผสมวิตามินประเภท Functional Drink เครื่องดื่ม
เกลือแร่ และน้ำผลไม้ 100% เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคมองว่าหากจะต้องจ่ายมากขึ้นแล้วก็จะเลือกสินค้าที่ดีต่อสุขภาพและใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแทน อีกทั้งผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพและตระหนักถึงผลกระทบของการเลือกบริโภคที่มีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา รัฐบาลโรมาเนียได้ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับกลุ่มธุรกิจ HoReCa เช่น โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ และธุรกิจจัดเลี้ยง จาก 5% เป็น 9% ส่งผลให้เครื่องดื่มที่มี
รสหวานที่จำหน่ายโดยผู้ประกอบการธุรกิจ HoReCa มีราคาสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการหันไปผลิตเครื่องดื่มประเภทอื่น ๆ เช่น เครื่องดื่มน้ำตาลต่ำหรือปราศจากน้ำตาล เครื่องดื่มเสริมเกลือแร่ เครื่องดื่มชูกำลังมากขึ้น และตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าเครื่องดื่มต้องเก็บค่าธรรมเนียมมัดจำขวดเครื่องดื่มพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และกระป๋องเครื่องดื่มที่ทำจากอะลูมิเนียมในอัตรา 0.50 เลย์ (ประมาณ 0.1 ยูโร หรือ 3.75 บาท) ต่อเครื่องดื่ม 1 ขวดหรือ 1 ใบ ซึ่งจะกระทบต่อราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 0.5 เลย์ต่อสินค้าเครื่องดื่ม 1 รายการ นายภูสิตกล่าวว่า จากแนวโน้มความต้องการเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลต่ำ และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในตลาดโรมาเนียดังกล่าว กรมฯ มองว่า เป็นโอกาสทางการค้าที่น่าสนใจสำหรับสินค้าไทย ประเภทเครื่องดื่มสมุนไพร น้ำชา น้ำผลไม้พร้อมดื่ม และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ที่จะเข้าไปทดลองทำตลาดโรมาเนีย แต่ในการเข้าสู่ตลาด ผู้ประกอบการไทยต้องศึกษากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องก่อนพิจารณาส่งออกมายังโรมาเนีย เช่น ระเบียบทั่วไปว่าด้วยอาหาร (General Food Law) ของสหภาพยุโรป (Regulation (EC) No 178/2002 of 28 January 2002) ระเบียบว่าด้วยฉลากสินค้าอาหาร (Regulation (EC) No. 1169/2011) ระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์ และของเสีย

ที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์ (Directive 94/62/EC) ระเบียบว่าด้วยสุขอนามัยอาหาร ในส่วนที่เกี่ยวข้องการจัดการอาหารที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ (Commission Regulation (EU) 2021/382) เป็นต้น
นอกจากนี้ ต้องศึกษาด้านอัตราภาษี โดยผู้ประกอบการจะต้องตรวจสอบว่าสินค้าของตนอยู่ภายใต้พิกัดศุลกากร (Harmonized Code) ประเภทใด แล้วนำข้อมูลดังกล่าวไปตรวจสอบอัตราศุลกากรในเว็บไซต์สำนักงานศุลกากรของสหภาพยุโรป ทั้งนี้ โรมาเนียเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป จึงจะใช้อัตราอากรเหมือนกันกับประเทศสมาชิกอื่น ๆ ในสหภาพยุโรป ทว่าจะมีอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เช่น ประเทศโรมาเนียกำหนด VAT สินค้าเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็น 19% ตั้งแต่ต้นปี 2566 เป็นต้น ส่วนประเด็นอื่น ๆ ต้องมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin) จากกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อใช้ในการรับรองสินค้าของผู้ส่งออกว่าส่งออกมาจากประเทศใด และปฏิบัติได้ถูกต้องตามกฎที่ว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า รวมถึงขอหนังสือรับรองผลิตภัณฑ์ (Certificate of Free Sale) และใบอนุญาตการผลิตและจำหน่ายสินค้าเครื่องดื่มจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และด้านคุณภาพสินค้า ต้องพิจารณาการใช้สารกันบูดหรือวัตถุเจือปนอาหาร โดยศึกษาข้อมูลได้จากระเบียบสหภาพยุโรป เช่น Regulation (EC) No 178/2022 ว่าด้วยความปลอดภัยของอาหารและการใช้สารกันเสีย (Preservative) ในผลิตภัณฑ์อาหาร และสินค้าที่ส่งออกมาตลาดสหภาพยุโรป ควรมีอายุอย่างน้อย 5 ปี เพราะต้องเผื่อเวลาขนส่ง และการเก็บในโกดัง สำหรับการสำรวจตลาดเครื่องดื่มของไทยในตลาดกรุงบูคาเรสต์ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 ทูตพาณิชย์รายงานว่า ร้านขายสินค้าเอเชียในกรุงบูคาเรสต์มีการจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำผลไม้พร้อมดื่มบรรจุกระป๋องยี่ห้อ FOCO และมีร้านขายเครื่องดื่มประเภทน้ำหวานชงและชานมไข่มุก 2 ร้าน ที่บริหารโดยผู้ประกอบการไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงบูคาเรสต์ ได้แก่ ร้าน Zebra Cat และร้าน Dolly Bubble Cha Thai ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้ประกอบการไทย ทราบว่าชาไทยและน้ำหวานชงที่ใช้สินค้าแบรนด์ไทย เช่น Hell’s Blue Boy เป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวโรมาเนีย ทว่าผู้ประกอบการอาจจะต้องปรับลดปริมาณความหวาน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคชาวโรมาเนียมากขึ้น ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการเครื่องดื่มของไทย ต้องการขยายตลาดสินค้าในกรุงบูคาเรสต์ โรมาเนีย ขอให้พิจารณาเข้าร่วมงานแสดงสินค้าด้านอาหารและเครื่องดื่มที่น่าสนใจจำนวน 2 งาน ที่มีกำหนดจัด

ณ ศูนย์ประชุม ROMEXPO กรุงบูคาเรสต์ในปี 2566 ได้แก่ 1.Indagra Food 2023 ระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2566 และ 2.Foodservice & Hospitality Expo 2023 ระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2566

สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ http://www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
… มิถุนายน 2566

ผอ.อาร์ต รถไฟฟ้าสายสีแดง ชวนมารับกระเป๋าเป้กันน้ำเก๋ๆ

นายวศิน วรรณพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด กล่าวว่า ที่อื่นเขาแจกร่ม แต่เราจะแจกกระเป๋าเป้กลมๆ ใบใหญ่ กันน้ำได้ ลอยน้ำได้ ฟรีให้แก่ผู้ถือบัตรโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงทุกประเภท เริ่ม 1 กรกฎาคม 66 นี้
ติดตามรายละเอียด ได้ทาง Social Media รถไฟฟ้าสายสีแดงทุกแพลตฟอร์ม RED Line SRTET นะฮ๊ะ

“ มากกว่าการเดินทาง .. . คือความพิเศษ “

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น